Specialized S-Works Venge VIAS รีวิวฉบับเต็ม

Specialized S-Works Venge VIAS รีวิวฉบับเต็ม

โพสต์ โดย giro » 29 ก.พ. 2016, 16:55

Specialzed Venge VIAS
รูปภาพ
ไวแอส เป็นเสือหมอบในตระกูลเสือหมอบแอโร่ฯ หรือ aero-road ตัวล่าสุดของค่ายเสปเชียลไลซด์ ที่เผยโฉมมาลางๆตั้งแต่ต้นปี 2016 ด้วยภาพหลุดต่างๆมากมาย เป็นที่น่าจับตามองต่อจาก "เว็นจ์" หรือ Specialized Venge ซึ่งเป็นเสือหมอบแอโร่ฯตัวแรกของค่ายนี้ที่ออกมาพร้อมๆกับกระแสความสำคัญด้านแอโร่ไดนามิคส์ของเสือหมอบถนนทั่วไปในช่วง 2010-2011 จวบจนวันนั้น ถึงเวลาผ่านไป 5 ปีแล้วก็ตาม แต่กระแสแอโร่ฯก็ยังคงไม่ซาลงไป ประกอบกับบรรดาคู่แข่งต่างพากันส่งเสือหมอบแอโร่ฯที่ผ่านการพัฒนาต่อเนื่องมาแข่งขันกันอย่างร้อนแรง ส่งผลให้การพัฒนาด้านการออกแบบเฟรมที่มุ่งเน้นไปทางด้านความได้เรปียบด้านอากาศพลศาสตร์ ชิงชัยทั้งในสามแข่งขันและห้องทดลอง เกิดการก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว และด้วยเหตุนี้นี่เอง ที่โลกรอคอยเฝ้าดูการกำเนิดของ "เว็นจ์" ในรุ่นที่สองอย่างใจจดจ่อ
รูปภาพ
และกลางปีที่ผ่านมา ในที่สุดโลกก็ได้เห็นโฉมของ ไวแอส เปิดตัวให้กับนักแข่งใช้แข่งขัน ด้วยความล้ำหน้าของการออกแบบทั้งหมดภายใต้อุโมงค์ลม ซึ่งเสปเชียลไลซด์ถือเป็นบริษัทจักรยานบริษัทเดียวที่สร้างและเป็นเจ้าของอุโมงค์ลมเอง ทำให้การพัฒนาทุกอณูของรายละเอียดเพื่อให้ได้รูปทรงท่อทั้งหมดและการออกแบบเฟรม ทำออกมาได้สมบูรณ์แบบที่สุด ประกอบกับความร่วมมือกับค่ายบริษัทรถยนต์ที่ออกแบบพัฒนารถแข่งสูตรหนึ่งอย่าง "แม็คลาเร็น" ที่ช่วยเหลือในด้านการศึกษาอากาศพลศาสตร์และการเลือกใช้เทคโนโลยีคาร์บอน ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า ไวแอส เป็นผลผลิตที่ถูกสรรค์สร้างออกมาเพื่อความเร็วอย่างแท้จริง
รูปภาพ
แท่นยึดไมล์สำหรับตระกูล Edge ของ Garmin ที่เป็น option มาตรฐาน สามารถติดไมล์ได้โดยไม่ต้องหาตัวรัดมา ส่วนหนึ่งเนื่องจากทรงของแฮนด์ไม่เอื้อให้สามารถหาตัวยึดไมล์ได้ง่ายนัก นอกจากนี้สามารถเลือกตัวจับยึดแบบอื่นๆได้


รูปภาพ
Integrated
จุดเด่นที่ก้าวกระโดดอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือการ "ซ่อน" รวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน ตามแนวคิดการออกแบบที่มาของชื่อ ไวแอส หรือ VIAS = Venge Integrated Aerodynamic System ซึ่งหมายถึงการเก็บรวมเข้าด้วยกันเพื่อความได้เปรียบสูงสุดทางด้านแอโร่ไดนามิคส์ ทั้งระบบสายทุกอย่างที่เก็บจนสนิทไม่โผล่ออกมาต้านลม การออกแบบชุดแฮนด์ แอหนุนกับเฟรมมากที่สุด ควบคุมให้ ไวแอส สามารถแหวกลมผ่านไปได้โดยมีพื้นที่ปะทะน้อยที่สุด มีสัมผระสิทธิแรงเสียดทานอากาศน้อยที่สุด และเหนือสิ่งอื่นใด คือการควบคุมการไหลของกระแสอากาศให้มีแรงฉุดเกิดขึ้นด้านหลังน้อยที่สุด และจากการทดสอบรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน จึงส่งผลให้ ไวแอส เป็นเสือหมอบที่สามารถทำเวลาได้เปรียบมากที่สุดในปัจจัยของการออกแบบที่เสปเชียลไลซด์พยายามควบคุมให้เหมือนสถานการณ์ใช้งานจริงมากที่สุด


รูปภาพ
Venge DNA
ก่อนจะมาดู ไวแอส คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะย้อนกลับไปศึกษาที่มาของเสือหมอบตระกูลนี้กันด้วยบิดาแห่งเสือหมอบแอโร่ค่ายนี้ได้แก่ "เว็นจ์" ซึ่งถูกสร้างออกมาเป็นเสือหมอบทางราบ สำหรับสปรินท์เตอร์ซึ่งในเวลานั้นโลกจับตามองไปที่ มาร์ค คาเวนดิช ซึ่งแจ้งเกิดจากการสปรินท์อย่างทรงพลัง จนคว้าชัยชนะรายการต่างๆหน้าเส้นัยความเร็วสูงมากๆจนได้ฉายาว่า "มนุษย์จรวดมิสไซล์" จากสื่อกีฬาทั่วโลก และแน่นอนว่าการออกแบบจักรยานเสือหมอบให้ชายผู้นี้ใช้แข่งขันย่อมต้องคำนึงถึงสิ่งสำคัญที่สุดถึง 2 ประการมาเป็นอันดับแรกได้แก่
รูปภาพ
แอโร่ไดนามิคส์
ที่ความเร็วสูง 60-70 กม./ชม. จักรยานจะเบาเท่าไหร่ก็ตาม แต่ถ้าด้อยเรื่องของแอโร่ไดนามิคส์แล้ว อาจเกิดแรงฉุดของอากาศรวมๆกันเป็น้ำหนักมากกว่า 1 กก. ที่คอยรั้งนักแข่งที่พุ่งทะยานไปข้างหน้าเอาไว้ ยิ่งถ้าเสือหมอบคันนั้นเป็นแบบไร้ซึ่งความแอโร่ฯอย่างสมบูรณ์แบบพบว่าอาจเกิดเป็นแรงฉุดเทียบได้กับน้ำหนักถ่วงถึง 2,000 กรัม ถ้าใครอยากรู้ ลองไปหาจักรยานหนักๆกว่าที่ตนเองขี่อยู่สัก 2 กก. แล้วลองสปรินท์ดูก็จะพบว่ามันหน่วงกว่าอย่างรู้สึกได้ ในทางกลับกัน ลองไปหารถเบาๆที่เบากว่าเดิม 2 กก. มาขี่ดู เพียงกดลูกบันไดออกตัวก็รู็สึกได้แล้วว่ารถมันพุ่งทะยานออกไปดีกว่าเดิมแค่ไหน ยิ่งเร็วเท่าไหร่ อัตราความได้เรปียบยิ่งเพิ่มเป็นเท่าทวีคูณ ดังนั้น สำหรับสปรินท์เตอร์หน้าเส้น ที่พุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง กระทืบบันไดแข่งกันแหวกลมไปสู่เส้นชัย ความแอโร่ฯในทุกรายละเอียดจึงถือเป็นอันดับแรกที่ต้องคำนึงถึง
รูปภาพ
ความสติฟของเฟรม
มาร์ค คาเวนดิช และบรรดาสปรินท์เตอร์นักปั่นอาชีพทั้งหลาย สามารถระเบิดพลังส่งลงไปที่ระบบขับเคลื่อนได้มหาศาล มากกว่า 1500 วัตต์ ก่อให้เกิดแรงบิดด้านข้างที่สามารถบิดให้ตัวเฟรมคาร์บอนสามารถบิดงอไปมาและเสียแรงโดยเปล่าประโยชน์ อีกทั้งช่วงบนของร่างกายที่ออกแรงส่งลงไปยังแฮนด์และท่อคอที่บิด โยกรถรองรับกับสโตรคของการเร่งความเร็วก็ส่งผลกับเฟรมเช่นกัน ทุกๆมิลลิเมตรที่เฟรมเกิดการบิดตัว หมายถึงอัตราการสูญเสียกำลังส่งไปยังระบบขับเคลื่อนที่นักปั่นต้องออกแรงส่งไป ดังนั้นเฟรมที่"สติฟ"หมายถึงเฟรมที่ส่งกำลังต่อไปยังระบบขับเคลื่อนและทำให้รถเคลื่อนได้ดีที่สุดนั่นเอง เว็นจ์จึงถูกออกแบบมาบนบรรทัดฐานของการรับแรงสปรินท์เตอร์เป็นหลัก และเป็นความสำคัญอันดับสองรองจากความแอโร่ฯนั่นเอง
รูปภาพ
ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมีปัจจัยการออกแบบจักรยานที่สำคัญอีก 2 ประการที่นักออกแบบจักรยานต้องคำนึงถึงได้แก่ ความสบาย และ น้ำหนักเบา ด้านน้ำหนักนั้น เว็นจ์ทำน้ำหนักของเฟรมเอาไว้ได้น่าพอใจที่ประมาณ 1,000-1,100 กรัม (เฟรมเปล่า) ถือเป็นน้ำหนักมาตรฐานของเสือหมอบในช่วง 2009-2010 ด้วยการเลือกใช้เทคโนโลยีคาร์บอนและการขึ้นรูปที่พิถีพิถัน ซึ่งเสปเชียลไลซด์เรียกการเลือกวัสดุและการผลิตนี้ว่า FACT ในเกรดสูงสุดหรือรหัส FACT 11r ซึ่งทำให้รูปทรงท่อแบบแอโร่ฯที่มีจุดอ่อนด้านความสติฟ สามารถรับแรงได้ดีเยี่ยมได้ด้วยการเลือกใช้ FACT นั่นเอง และส่วนสุดท้ายคือด้านความสบายของรถที่ต้องสามารถขี่ได้จริง บนเส้นทางระยะทางยาวโดยที่ร่างกายของนักปั่นไม่ล้า กรอบจนหมดสภาพก่อนจะสปรินท์วัดกันหน้าเส้นชัย
รูปภาพ
และนี่เองคือสายพันธุ์ที่ส่งต่อมาจนถึงรุ่นที่สอง ไวแอส ยังคงดำเนินรอยตามแนวทางการออกแบบนี้เป็นสำคัญ สิ่งที่แตกต่างเพิ่มขึ้นคือการพัฒนาคำว่า "แอโร่ฯ" ให้ก้าวต่อไปอีกขั้นด้วยการพัฒนาการออกแบบในอุโมงค์ลมอย่างละเอียดทุกสัดส่วน ใช้เวลาทุกวินาทีของการวิจัยที่มากจนเกินพอในอุโมงค์ลมของตัวเองจนได้รูปร่างของทรงท่อต่างๆที่สมบูรณ์แบบกับคอนเซ็ปท์ทั้งหมด ไม่น่าแปลกใจใช่มั้ยครับ ที่ ไวแอส จะมีหน้าตาแปลกไปจากรุ่นแรกอย่างสิ้นเชิง ถ้าแปลง่ายๆก็คือ คงเหลือไว้เพียงแนวคิดในการออกแบบ แต่รื้อการออกแบบใหม่ทุกอย่าง ไม่ใช่เพียงการพัฒนาหรือดัดแปลงของเก่าให้ดีขึ้นเท่านั้น


รูปภาพ
สัมผัสแรก
สัมผัสแรกบน ไวแอส ผมเลือกการขี่สบายๆระยะทาง 70 กม. บนถนนทางราบ มีลมแรงตามแบบของพื้นที่โล่ง โดยไม่ได้คาดหวังอะไรกับมันเป็นพิเศษ มีสมมุติฐานจากการทำการบ้านมาล่วงหน้าอยู่บ้างแต่ไม่นำมาเป็นกรอบของการขี่ครั้งแรก ต้องบอกเลยครับว่า เสปเชียลไลซด์ ก็ยังคงเป็น เสปเชียลไลซด์ นี่คือรถที่รับรู้ได้ทันทีว่าขี่สนุกแน่นอน ส่วนแรกมาจากความรู้สึกสะเทือนจากถนนที่ส่งมาถึงร่างกายที่รับรู้ได้ชัดเจนมากๆ แม้ว่าแฮนด์ และล้อจะเป็นคาร์บอนทั้งหมดก็ตาม การบังคับควบคุมรถทำได้คมและง่ายดาย ซึ่งเป็นฟิลลิ่งคุ้นเคยของค่ายนี้ทุกคัน ทุกรุ่น ขนาดรถทดสอบที่ได้มาไม่ได้ปรับให้อยู่ในองศาท่าขี่ที่ดุดันมากนัก แต่ก็ยังมีความกระฉับกระเฉงผิดจากเสือหมอบแอโร่ฯหลายๆตัวที่เปรีย่บเทียบกัน
รูปภาพ
ความกระฉับกระเฉงนี้เองแหละครับที่เป็นจุดเด่นด้านการออกแบบตั้งแต่เว็นจ์เป็นต้นมา ต้องท้าวความกันไปก่อนว่าเสือหมอบแอโร่ฯหลายๆค่ายพัฒนาต่อยอดมาจากรถไทม์ไทรอัล นำมาปรับการออกแบบเข้าสู่เสือหมอบถนนทั่วไป และทำการประนีประนอมจนได้มาเป็นเฟรมลงตัว ดังนั้นรถจึงติดบุคลิกภาพแบบรถไทม์ไทรอัลมาบ้าง ได้แก่ความตื้อในการเร่งที่ความเร็วต่ำเนื่องจากน้ำหนักตัว(อันนี้เดี๋ยวว่ากัน) และความทื่อของรถที่มาจากองศาของท่อต่างๆที่กระเดียดไปทางรถไทม์ไทรฯ แต่สำหรับเว็นจ์เดิม และ ไวแอส แทบจะไม่มีสัมผัสนั้นหลงเหลืออยู๋เลยแม้แต่นิดเดียว รถมีความใกล้เคียงกับ "ทาร์มัค" (Tarmac) รถสายทั่วไปของค่ายนี้อย่างมาก การขี่ครั้งแรกจึงสนุกสนานมีชีวิตชีวาไม่ได้รู็สึกฝืนมากนัก


รูปภาพ
หลังจากนั้นผ่านการใช้งานไปในทุกรูปแบบ ทั้งการขี่ยาวๆ ระยะเวลา 4 ชั่วโมง การขี่ความเร็วสูงๆในกลุ่มใหญ่ การสปรินท์ทำความเร็ว ทดสอบดูการบิดตัวบนเทรนเนอร์จับดุมหลัง รวมถึงทดลองเปลี่ยนใช้ล้อแบบต่างๆ เป็นระยะเวลาหลายๆสิบชั่วโมง ก็จึงถึงเวลามาสรุปกันแล้วว่า ไวแอส มีอะไรบ้างที่เป็นจุดน่าสนใจสำหรับการทดสอบ

VDO พิเศษ สัมภาษณ์ Specialized เกี่ยวกับอุโมงค์ลม
แน่ล่ะครับการที่มีอุโมงค์ลมเป็นของตนเอง ทำให้ Specialized สามารถทดสอบผลิตภัณฑ์"ทั้งหมด" ของตนเองในนั้นได้อย่างไรขีดจำกัด อย่าเพิ่งงงกันนะครับ เพราะจักรยานทุกๆยี่ห้อในโลกนี้ที่มาชูจุดเด่นด้านแอโร่ไดนามิคส์ ก็ต่างได้ทำการวิจัยพัฒนากันในอุโมงค์ลมทั้งสิ้น แล้วเจ้า VIAS นั้นพิเศษอย่างไร?

ในการใช้งานอุโมงค์ลมของบริษัทจักรยานต่างๆต้องไปอาศัยเช่าเวลาในการใช้งาน ซึ่งก็ไม่ได้แปลว่าอุโมงค์ลมไหนๆจะสามารถใช้ได้ทุกที่เสมอไปด้วย เพราะจักรยานมีพื้นที่รอบๆตัวมากกว่ารถยนต์เสียด้วยซ้ำ เพราะเมื่อรวมกับคนปั่นทำให้ความสูงของจักรยานสูงจากพื้น(รวมคนปั่น)มากกว่ารถยนต์ทั่วไป นั่นทำให้ปริมาตรอากาศด้านบนมีน้อยลง และอาจถูกเพดานของอุโมงค์ลมทำให้กระแสอากาศบิดเบือนได้นั่นเอง แปลง่ายๆให้เข้าใจแบบบั้านๆก็คือ อุโมงค์ลมที่จะใช้พัฒนาจักรยานได้ต้องมีขนาดใหญ่มากพอ ซึ่งก็มีไม่มากนักในโลกนี้ และมีราคาค่าเช่าเวลาสูงมาก กว่าจะเข้าไปใช้งานกันได้บริษัทต่างๆจึงต้องพยายามศึกษาในคอมพิวเตอร์จำลองการไหลของอากาศให้เรียบร้อยเสียก่อน แต่สำหรับ Specialized ก็เหมือนใช้ของในบ้านตนเอง จะใช้เท่าไหร่ อย่างไรก็ใช้ไปได้เต็มที่ ใครอยากรู้ว่าใช้เยอะแค่ไหน ลองดูในคลิปครับ เพราะเค้าใช้มากกว่าที่ค่ายจักรยานค่ายหนึ่งๆจะสามารถใช้เวลาในอุโมงค์ลมได้กันเลยทีเดียว

ที่สำคัญ นอกจากใช้เอง ... Specialized ยังให้ค่ายจักรยานค่ายอื่นๆมาเช่าใช้ด้วยนะครับ เพราะ อุโมงค์ลมนี้ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับจักรยานโดยเฉพาะทั้งขนาดและเทคนิค ลมถูกดูด(ไม่ได้เป่านะครับ)ด้วยพัดลมคาร์บอนยักษ์ 6 ตัว ทางที่อากาศไหลเข้าถูกเจาะเป็นรังผึ้งหลายๆรูเพื่อให้อากาศเข้ามาสม่ำเสมอ บนพื้นมีตัววัดแรงกระทำที่ละเอียดอ่อน และสามารถจุดจักรยานรวมนักปั่นเข้าไปได้ .... ทั้งทีม เพราะทีม Etixx-Quick Step ได้เข้าไปศึกษาหาท่าการปั่นและกระบวนการจัดแถวสปรินท์ที่เหมาะสมที่สุดในอุโมงค์ลมมาเรียบร้อยแล้ว


จุดเด่น
1.มันเร็วมาก
Thaimtb ไม่มีอุโมงค์ลม และเราก็ไม่มีเวโลโดรมปิดที่จะทดสอบปั่นกันว่าที่วัตต์เท่าเดิมนั้น ไวแอส ทำเวลาได้แตกต่างอย่างไร แต่สิ่งที่ยอมรับกับมันได้ด้วยการปั่นปกติ ที่ผมเชื่อว่าทุกคนที่ได้มาลองจะตอบได้ทันทีว่าเสือหมอบคันนี้เร็วมากๆ ยิ่งขี่เร็ว ยิ่งรู้สึกเร็วมากขึ้น และพร้อมจะส่งแรงลงไปได้อีก ความเร็วนี้เป็นผลที่ได้มาจากความได้เรปียบด้านอากาศพลศาสตร์อย่างไม่ต้องสงสัย รวมถึงสถานการณ์ที่ลมแรงมากๆ ไวแอส ก็สามารถรักษาโมเมนตั้มพาตัวเองไปข้างหน้าได้ดีเยี่ยม ความรู้สึกนี่ไม่ต่างจากการขี่รถไทม์ไทรอัล ที่เมื่อตั้งความเร็วได้ เมื่อคนขี่และรถเข้าที่แล้ว จะเร่งความเร็วหรือรักษาความเร็วต่อไปได้สบายมากๆ ภาษานักปั่นทั่วไปนิยามกันว่า "หล" ข้อนี้ยกให้เฟรมเป็นหลักครับ เพราะแม้จะลองเปลี่ยนล้อใส่ล้ออลูมินั่มขอบต่ำ แบบบ้านๆเลย ขอบผอมสนิท ยางระดับรากหญ้า รถก็ยังไม่เสียบิคลิกภาพนี้

2.มันคล่องมาก
จากองศาทั้งหมด ที่เทียบกับรถทั่วไปแล้วแทบไม่แตกต่าง ผิดกับรถแอโร่หลายๆค่ายที่กระเดียดไปทางไทม์ไทรอัลอย่างที่เกริ่นเอาไว้ เจ้า ไวแอส จึงมีความฉับไวในการตอบสนองที่ดี คล่องตัว การเข้าโค้งทำได้คมและฉับไวมากกว่า ไม่มีอาการ"ดื้อ"โค้งให้รู้สึกได้ ถ้าใครชอบยัดเข้าโค้งไปแล้วเอียงตัวรถถ่ายน้ำหนักเหวี่ยงออกมาแบบฉิวๆ รับรองว่าชอบคันนี้แน่นอน เพราะ ไวแอส ไม่รู้สึกฝืน จุดศูนย์ถ่วงใกล้เคียงกับเสือหมอบถนนปกติ วงเลี้ยวทำได้แคบและคมด้วยฐานล้อที่จัดได้ว่าสั้นเมื่อเทียบกับรถแอโร่อื่นๆในท้องตลาด

3.มันสติฟมาก
ออกตัวก่อนเลยครับว่าผมไม่ใช่นักปั่นแรงเทพเจ้า ผมไม่ใช่คนสปรินท์ได้เป็นพันวัตต์ แต่จากการกระทืบ ไวแอส ที่ 900 วัตต์ บนทางราบทะยานออกไปหลังจากหมกชาวบ้านให้ตั้งความเร็วให้ ยัดเต็มเหนียว กดไปจานหน้าใหญ่ เฟืองหลังหมดเฟืองที่เฟือง 11 ก้มตัวลง คางแทติดแฮนด์ จับดร็อปล่างอัดโยกสุดแรงสลับจังหวะระเบิดแรงจากสะโพกทิ้งน้ำหนักตัวลงไปบนบันไดพร้อมกับงัดเท้าหลังขึ้น ไวแอส ไม่มีอาการ"ย้วย" ออกมาแม้แต่นิดเดียว ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง แรกเริ่มผมตั้งสมมุติฐานว่าแฮนด์ต้องไม่สติฟแน่นอน แต่ที่ไหนได้ ชุดแฮนด์ที่มาด้วยกันนี้ได้รับการออกแบบมาพร้อมรับโหลดแรงของสปรินท์เตอร์อย่าง ปีเตอร์ ซากาน และ มาร์เซล คิทเทล เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นแรงหนูแรงมดอย่างผมไม่มีทางรับรู้การให้ตัวของมันได้แน่นอน รวมถึงระบบส่งกำลังที่กะโหลกและตะเกียบโซ่ของเฟรมเช่นกัน ซึ่งเอามายืนยันอีกครั้งด้วยการจับไปลองขี่บนเทรนเนอร์ และออกแรงทิ้งน้ำหนักดู สรุปได้ชัดเจนมากๆว่าเทียบกับเฟรมแอโร่ฯด้วยกัน ไวแอส สติฟแข่งกว่ามาก ซึ่งสอดคล้องกับการทดสอบของหลายๆค่ายที่พบว่า ไวแอส มีค่าความสติฟโดยรวมทั้งเฟรมสูงที่สุดในบรรดาเฟรมแอโร่ฯและสูงกว่าเฟรมทั่วไปหลายๆค่ายเสียอีก

4.มันสวยมาก
แน่นอนครับว่าความสวยไม่สามารถประเมินได้ เพราะมันขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคน แต่ด้วยรูปร่าง สัดส่วน การออกแบบ ทั้งคันที่ไปได้"สุดทาง" มากๆ ทำให้นี่เป็นจักรยานคันแรกที่ทำให้ผมได้รับมนุษยสัมพันู์อันดีงามจากเพื่อนนักปั่นทุกครั้งที่ขี่ ทุกคนต้องทักทาย ทั้งขี่ผ่าน เดินมาดู มาทัก มาขอจับ สัมผัส ลูบคลำ และทุกคนลงมติกันว่ามันช่างงามหยดเสียเหลือเกิน ไม่ได้หวานหยดย้อยหรือเซ็กซี่คลาสสิค แต่เป็นความงามแบบวิศวกรรมเครื่องจักรสังหารที่ดูโหด ดุดัน มีความเป็นอนาคตและล้ำสมัยเปล่งออกมาจากตัวมันเอง แม้แต่คนที่ไม่ขี่จักรยานจริงจัง ได้เห็น ยังยกนิ้วให้บอกว่า ไวแอส เป็นเสือหมอบที่เหมือนยานอวกาศของศตวรรษหน้าที่ดูแล้วไฮเท็คที่สุด ข้อนี้ผมเล่าได้เลยว่าจอด ไวแอส เอาไว้หน้าห้องน้ำ กลับออกมาอีกทีเจอคนกำลังยืนมุงจักรยานคันนี้ของผม(ที่ได้ยืมมาทดสอบจากผู้นำเข้า) บ้างเป็นนักแข่งระดับประเทศ บ้างเป็นขาแรง บ้างเป็นสายแฟชั่น บางคนเป็นแฟนเสือหมอบรู้จักอยู๋แล้วและบางคนเป็นนักปั่นสายบันเทิง ยืนดู ยืนคุยกันต่างๆนานาเกี่ยวกับ ไวแอส และรูปโฉมของมัน


รูปภาพ
จุดด้อย
ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่สมบูรณ์แบบ ในเมื่อนักออกแบบเลือกออกแบบไปทางหนึ่ง ย่อมเปิดเผยจุดด้อยไม่ทางใดก็ทางหนึ่งออกมา สัจธรรมนี้หนีไม่พ้นไปสเียทุกสิ่งสรรพ สำหรับ ไวแอส แล้ว ต่อจากนี้คือจุดด้อยที่เกิดขึ้น และได้รับมาจากการใช้งานจริง ซึ่งมีที่มาที่ไปจากการออกแบบ ต้่องบอกก่อนนะครับว่ามันไม่ใช่ข้อเสียหรือคำตำหนิแต่อย่างใด เพราะถ้าไม่มีจุดด้อยพวกนี้ ก็อาจไม่เกิดจุดเด่นสุดยอดที่กล่าวมาข้างบนก็เป็นได้
1.มันหนักมาก
ฟังไม่ผิดครับ มันหนักมากๆ สำหรับเฟรมเปล่าที่น้ำหนักราวๆ 1150-1200 กรัม ยังไม่รวมหลักอานและตะเกียบ ที่สำคัญ แฮนด์และเสต็มของ ไวแอส รวมกันจัดว่าหนักเลยทีเดียวเนื่องจากภายในต้องมีระบบการร้อยสายอยู่ โดยเฉพาะเสต็มที่แค่หยิบขึ้นมาก็ชะงักแล้ว เชื่อได้ว่ามาจากระบบร้อยสายภายใน และการเลือกใช้อลูมินั่มที่ต้องทำความแข็งแรงเผื่อนักแข่งระดับโลกด้วยนั่นเอง น้ำหนักรถทั้งคนที่ทดสอบ ใส่กับชุดขับเคลื่อน Sram Red และล้อคาร์บอนเข้าชุดของ Roval ขอบ 60 มม. ทำน้ำหนักตัวได้ 7.5 กก. รวมบันได โครงกระติกเข้าไปแล้วน้ำหนักไปถึงเจ็ดโลปลายๆ เลย โอเคครับส่วนหนึ่งมาจากล้อที่ไม่ได้เบานัก เพราะตอนหลังผมลองใส่ล้อยางฮาล์ฟขอบ 38 มม. ชั่งใหม่ก็พบว่าน้ำหนักทำได้ที่ราวๆ 7.25 กก. ก็ถือว่าพอไหว แต่น้ำหนักนี่เองส่งผลร้ายมาถึงการขี่ที่จะกล่าวต่อไปข้างล่าง เอาเป็นว่าต้องยอมรับก่อนครับว่า ทุกคนที่ผมให้ลองยกรถ (และเฟรมที่ถอดล้อ) ทุกคนจะตำใจ บ้างก็ว่าหนักน้ำมั้ย พอเอากระบอกน้ำออกก็ยังอึ้ง เพราะความคาดหวังของรถค่าตัวสามแสน ไม่มีใครคาดว่าจะมีน้ำหนักเท่านี้
รูปภาพ
2.มันหน่วงมาก
เอาแค่เนินสั้นๆ สะพาน หรือทางลาดซึมๆ ไวแอส ก็ถูกน้ำหนักที่กลับกลายเป็น"ภาระ"นิดๆหน่วงเอาไว้ ที่ความเร็วสูงๆมันอาจจะมีความได้เปรียบเทียบได้กับน้ำหนักที่หายไปเป็นพันกรัม แต่ที่ความเร็วต่ำๆ การยัดขึ้นสะพานที่ความเร็ว 30 กม./ชม. ไวแอส ช่างหน่วงได้แรงดีจริงๆ ดังนั้นที่ย่านความเร็วต่ำหากต้องกระชากเร่งจาก 20 กม./ชม. พุ่งออกไปไล่ที่ 38 กม./ชม. ตีนต้นของ ไวแอส ตอบสนองได้ช้ามาก จุดนี้ฟิลลิ่งมาได้ใกล้เคียงกับรถไทม์ไทรอัลมากๆ ซึ่งดีขึ้นเยอะเมื่อเปลี่ยนล้อไปใช้ล้อขอบกลางยางฮาล์ฟน้ำหนักเบาลง แต่แน่นอนครับว่าคงเสียคอนเซ็ปท์ของ ไวแอส ไป น้อยคนที่จะประกอบหรือเป็นเจ้าของ ไวแอส แล้วไปใส่ล้ออื่นๆใช้งานแบบนี้
รูปภาพ
3.มันยุ่งมาก
แนวคิดการซ่อนทุกอย่างเข้าไว้ รวมถึงสายต่างๆ และการประกอบที่ต้องการรายละเอียดซับซ้อน ทำให้ ไวแอส กลายเป็นเสือหมอบที่แทบจะดูแลเองง่ายๆไม่ได้เลย ซางตะเกียบตัดเท่าไหน ใช้เท่านั้น สลับแหวนรอง หรือตัดเผื่อไม่ได้ ตัดลงได้อีกแต่ต้องรื้อสายมาร้อยใหม่หมด ก็ไม่ต่างกับประกอบรถใหม่อีกหนึ่งรอบ รวมถึงระบบเบรคที่ไม่สนุกนักเวลาเปลี่ยนล้อที่มีความอ้วน/ผอม แตกต่างกัน เรียกว่าเป็นงานที่น่าเหนื่อยตั้งแต่ก่อนปั่นเลย ระบบเบรคซ่อนทำกำลังเบรคได้ดีเกินคาดก็จริงแต่ก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เปลี่ยนและปรับได้ง่าย นัก กลไกและการตอบสนองทำได้ดีกว่าเบรคแอโร่ฯไสตล์วีเบรคค่ายอื่นๆก็จริงแต่ความยืดหยุ่นในการใช้งานยังเป็นรองอยู่มาก ดังนั้น ไวแอส จึงเป็นเสือหมอบที่ "จบ" ในตัวเอง มาแบบไหน จบแบบนั้นจะง่ายที่สุด นอกเสียจากคุณพร้อมจะเรียนรู้การเป็นช่างจักรยาน เอาเป็นว่าช่างบางร้านยังบ่นเลยครับเวลาได้ออเดอร์ประกอบ ไวแอส และบางร้านก็นิยมเชียร์ให้ใส่เกียร์ไฟฟ้าไปเลย หมดปัญหาการร้อยสายเกียร์ (จริงๆก็ต้องร้อยสายไฟอยู่ดี แต่มันง่ายกว่าเยอะ)


รูปภาพ
ข้อสรุปสำหรับ VIAS
ไวแอส เป็นเสือหมอบที่ซิ่งและเร็วมากๆ เพราะมันถูกออกแบบมาให้เป็นเช่นนั้น การออกแบบองศาการรับลมเน้นที่ความเร็วสูง องศาแคบ ข้อนี้ก็สะท้อนให้เห็นชัดเจนอยู๋แล้ว ดังนั้นรถที่อยู่ในลักษณะนี้ แต่ยังคงมีความคล่องตัว ปราดเปรียวและกระฉับกระเฉงได้ขนาดนี้ถือว่าสุดยอดแล้ว สิ่งที่เสียไปบ้างเรื่องน้ำหนักตัวก็เป็นเรื่องปกติ ถ้าคุณมองรถไทม์ไทรอัลแล้วบอกว่ามันไม่ดีเพราะมันหนัก แสดงว่ายังไม่เข้าใจเรื่องการจำแนกชนิดรถ ในทางกลับกันหากคุณเข้าใจ ไวแอส ก็จะทำใจรับมันได้ในน้ำหนักและความหน่วงที่เกิดขึ้นในตีนต้น และถ้าคิดจะพา ไวแอส ไปไต่เขา ก็ต้องรู้ล่ะครับว่าคู่ชีวิตคุณคันนี้ไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนั้น ถ้าไต่เขาไม่ดีอย่าไปโทษรถ แต่โทษตัวเองที่พารถไปใช้ผิดที่จะดีเสียกว่า ด้านการดูแลรักษาและกลไกต่างๆ ที่ยุ่งยาก ก็แลกมาด้วยความเชื่อใจได้ของระบบที่ออกแบบมาได้ลงตัว เบรคส่งกำลังได้ดี แม้จะปรับระยะได้ไม่สะดวก การปรับแต่งรถให้เหมาะกับคนปั่นหรือเซ็ทอัพต่างๆที่เปลี่ยนแปลงลำบากก็แลกมาด้วยโจทย์ฟิตติ้งให้ลงตัวเสียแต่แรกก่อนออกรถ สำหรับรถราคาเท่านี้ ทำฟิตติ้งให้ละเอียดย่อมไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรถูกมั้ยครับ? ท้ายที่สุดไม่ว่าจะวันนี้หรืออีกนานเท่าไหร่ เชื่อได้เลยว่า ไวแอส จะมีความสวยเด่น นอกจากความงามล้ำสมัยของมัน ยังจะเป็นหนึ่งในหมุดปักอยู๋ในประวัติศาสตร์การออกแบบเสือหมอบที่มองย้อนกลับมาแล้วก็ยังคงโดดเด่นอยู่เช่นนั้น
*ข้อนี้ผมขออธิบายนะครับ หลายคนบอกว่ารถคันนี้สวยล้ำสมัยอวกาศ แต่อนาคตมันต้องเชย ผมกลับย้อนมองไปหาเฟรมเสือหมอบท่อนอนลาดลง หรือเฟรมคอมแพ็คครั้งแรกๆที่ออกมา มีแต่คนด่าว่ามันน่าเกลียด เหมือนเสือภูเขาบ้าง ไม่มีความเป็นเสือหมอบบ้าง แต่สุดท้าย หลายๆสำนักในโลกต่างพากันยกให้รุ่นนั้น ยี่ห้อนั้นคันแรกเป็นหนึ่งในรถที่น่าจดจำ และควรค่าแก่การรักษาไว้ในประวัติศาสตร์การออกแบบเสือหมอบของยุคหนึ่งเลยทีเดียว ผมเคยกล่าวว่าผมไม่ชอบหน้าตาเว็นจ์ แต่ผมขอบอกวันนี้ว่าผมรู้สึกพอใจกับหน้าตาของ ไวแอส ในจุดที่เค้าไปได้สุดทางและเป็นการออกแบบที่บริสุทธิในแง่ของวิศวกรรมอามากๆนั่นเอง


รูปภาพ
VIAS เหมาะกับใคร
ถ้าคุณต้องการรถไฮเอ็นด์ ที่มีความพรีเมี่ยม และเป็นรถแข่งสมบูรณ์แบบไม่ต้องสงสัย ต้องการความเร็ว ความสนุก ดิบ และมันส์ จะแรงหรือไม่แรงไม่สำคัญ คุณจะได้รับความสะใจจาก ไวแอส ได้แน่นอน และยิ่งถ้าคุณชอบความเร็ว ทางราบ ชอบการแข่งขันและไม่ยอมแพ้แบบเชือดเฉือนกันแค่ช่วงล้อ มองหาความได้เปรียบจากทุกๆส่วนประสานกัน แถมยังเป็นไอค่อนหรือสัญลักษณ์ของการออกแบบของยุคใหม่ ไวแอส เป็นโจทย์ที่เหมาะสมที่สุดในเวลานี้ ถ้าลังเลกับน้ำหนัก ถ้ายังคาใจเรื่องคันเดียวต้องตอบโจทย์ได้หมด คันนี้ไม่ใช่คู่ที่มีเสน่ห์ครับ แต่ถ้าจะไปให้สุดทางสักทาง ไม่ต้องมาแบ่งดี แบ่งด้อย มองไปในตัวเลือกเสือหมอบทุกยี่ห้อ ทุกรุ่น สายแฮดร่ไดนามิคส์ ไม่มีใครที่ชัดเจนและมีอัตลักษณ์ที่เกินไปกว่า ไวแอส
รูปภาพ

Specialized พาเจาะลึกรถใหม่มาแรงแห่งปี "VIAS"
http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=60&t=1328426
Specialized Venge VIAS : สัมผัสแรก และสิ่งควรรู้ก่อนครอบครอง
viewtopic.php?f=60&t=1392777
Cycling Plus Thailand
Cycling Plus Kitchen
อาหารเพื่อการฟื้นตัว และการเตรียมตัวรับงานหนัก กินอย่างไรดี

Re: Specialized S-Works Venge VIAS รีวิวฉบับเต็ม

โพสต์ โดย Holanla » 22 มี.ค. 2016, 20:17

คนรายได้น้อยอย่างผม คงได้แต่มองแหละครับ
แต่ถ้าให้ผมเลือกหมอบ (ในอนาคตก็จะเลือกอยู่แล้ว) ขอเป็นหมอบสายไต่เขาดีกว่าครับ ตามสภาพพื้นที่แถวบ้าน
FATBIKE เจ้าล้อโต มาคุยกันได้ครับ

Re: Specialized S-Works Venge VIAS รีวิวฉบับเต็ม

โพสต์ โดย hidekiller » 23 มี.ค. 2016, 09:27

อยากโดนซักครั้ง แค่ได้แค่ฝันไป super bike

Re: Specialized S-Works Venge VIAS รีวิวฉบับเต็ม

โพสต์ โดย apwing1 » 23 มี.ค. 2016, 09:29

ขอเทียบรีวิวแบบล้ำๆแบบนี้กับ MADONE 9 หน๋อยครับ น่าจะพอฟัดกัน อิๆๆๆ :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
LINE ID : apwing1
บัญชีโอนเลขที่ : 480-2-23503-8 ธนาคารทหารไทย ออมทรัพย์ WONGVIRAT.
เบอร์ติดต่อ : 089-9476288

Re: Specialized S-Works Venge VIAS รีวิวฉบับเต็ม

โพสต์ โดย sexton » 23 มี.ค. 2016, 11:48

สำหรับผม ข้อ 3.มันยุ่งมาก เป็นจุดที่ทำให้คิดหนักจริงๆถ้าจะตัดสินใจซื้อ จักรยานมันมีเสน่ห์ตรงที่เราได้ดุแลรักษา ปรับนู่นนี่นั่นได้เองตามแต่โอกาศและการใช้งาน คันนี้ซื้อมาแล้วอยากทำอะไรกับรถต้องยกไปร้านอย่างเดียว - -''

Re: Specialized S-Works Venge VIAS รีวิวฉบับเต็ม

โพสต์ โดย chatchai boonserm » 23 มี.ค. 2016, 13:30

เคยเหนช่องGCN ชั่งรถ Kittel จำไม่ได้ว่าสนามไหน(สนามตะวันออกกลาง ไม่กาต้าก้โอมาน ประมานนั้น) ก้7.8

Re: Specialized S-Works Venge VIAS รีวิวฉบับเต็ม

โพสต์ โดย paomwash » 23 มี.ค. 2016, 13:53

สำหรับผม หน้าตาดูยังไงก็ไม่เข้าตาซักที ตัวเก่าดูออกแบบได้ลงตัวมากกว่า
Dogma F8
DA Di2 Groupset / Qring52 34 + RotorPowerFlow Crankset + RotorCeramicBottom Bracket / EE Brakes / ENVE ses 4.5,3.4 + SWORKS Turbo Cotton / ENVE 130mm Stem/ 3T Aeronova LTD 40" Handlebar / Look KEOBladeCarbon/ AX Lightness Leaf Fullcarbon Saddle / UCB Ceramic Pulley

AV20....

Re: Specialized S-Works Venge VIAS รีวิวฉบับเต็ม

โพสต์ โดย simple_shot » 24 มี.ค. 2016, 13:49

มาเก็บข้อมูลครับ มิน่าน้องคนขายถึงจะให้ลองยกเฟรมเปล่าดู เค้าบอกมันหนักกว่าที่พี่คิดนะ
แต่เรากลัวเฟรมเค้าเป็นรอยเลยไม่ได้ลองยกดู

Re: Specialized S-Works Venge VIAS รีวิวฉบับเต็ม

โพสต์ โดย see tor » 25 เม.ย. 2016, 13:55

งามจริง
assawin

Re: Specialized S-Works Venge VIAS รีวิวฉบับเต็ม

โพสต์ โดย songdee999 » 17 ก.ค. 2016, 08:12

งามคงได้แค่ดู
เบอร์โทร : 095-637-7-843
Line ID : songsong999 :P :P :P

Re: Specialized S-Works Venge VIAS รีวิวฉบับเต็ม

โพสต์ โดย vinij_bear » 02 ก.ย. 2016, 08:02

งดงามตามท้องเรื่อง

Re: Specialized S-Works Venge VIAS รีวิวฉบับเต็ม

โพสต์ โดย neoleoygry » 24 ก.ย. 2016, 11:46

สวยมากกเลยครับอยากได้เลย
ร่มตอนเดียว http://www.rombkk.com ร่มสองตอน ร่มสามตอน ร่มกอล์ฟ ด้วย โรงงานร่มพรีเมี่ยม ได้หลากหลายแบบ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ rombkk.com



ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน