......จักรยานธุดงค์..........

ห้องนี้เทียบได้กับ "ห้องนั่งเล่น" ในกระดานเดิมนะครับ

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 18 ธ.ค. 2016, 05:52

:) :D อรุณสวัสดิ์ครับ พี่เนตรหลานนกตลอดจนท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ ช่วงนี้มีโอกาสดีที่ได้ไปรำลึกความหลัง ณ ที่ห้วยฮ่องไคร้ซึ่งเขาได้จัดงานรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของ ร.๙ ตั้งแต่ ๑๑ - ๑๗ ธ.ค. วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วล่ะครับ โชคดีเป็นสองชั้นที่เรามีโอกาสได้ไปพักแรมที่บริเวณพุทธมณฑลจังหวัดเชียงใหม่ที่พวกเราใฝ่ฝันและติดค้างกันมานานกับสถานที่แห่งนี้ ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสทองที่ได้สานฝันของเราให้เป็นผลสำเร็จ แต่ในความสมหวังก็มีความผิดหวังตามมาเป็นสัจธรรม :( :(

รูปภาพ

รูปภาพสองภาพที่เห็นเป็นภาพเก่าที่ทีมรักรถรักธรรมของเรา ได้พากันไปเที่ยวชมห้วยฮ่องไคร้และพักแรมที่นั่น แต่ครั้งนี้ทีมเราขาด ลุงดม ไปหนึ่งคนสาเหตุท่านเสียชีวิตไปเมื่อปลายเดือนกันยายนของปีนี้ และในวันที่ ๒๕ ธ.ค.ที่จะถึงนี้ก็จะครบ ๑๐๐ วัน และนี่ก็คือสาเหตุที่ผมกล่าวว่า "ในความสมหวังก็มีความผิดหวัง" ผิดหวังที่สมาชิกอันเป็นที่รักของเราต้องมาขาดหายไปหนึ่งคน ลุงดมแกเป็นเกษตรกรแกชอบ รัก ที่จะมาเรียนรู้ในศูนย์ห้วยฮ่องไคร้เสมอ ๆ

:idea: :idea: ขออนุญาตุคุยเรื่องความตายสักนิดครับ ความตายเป็นเพียงจุดสิ้นสุดของชีวิตในภพภูมิหนึ่งๆ เท่านั้น และความตายนี้ย่อมเป็นสิ่งที่น่ากลัวและไม่น่าปรารถนาของสรรพสัตว์ แต่ไม่ว่าเราจะปรารถนาหรือไม่ก็ตามเราทุกคนล้วนแต่ต้องตาย ในเมื่อเราทุกคนต้องตาย เราจึงควรมาศึกษาเรื่องความตายกันดีกว่า เพื่อความปลอดภัยในภพเบื้องหน้าอันเป็นชีวิตใหม่หลังความตาย

คำว่า “มรณะ” แปลว่า ความตาย นี้ มีศัพท์ทางวิชาการที่หมายถึงความตายหลายศัพท์ด้วยกันขึ้นอยู่กับฐานะและประเภทของบุคคล เช่น จุติ ดับ ทำกาละ แตกกายลำลายขันธ์ การทิ้งร่างเก่า มรณภาพ อสัญกรรม อนิจกรรม นิพพาน ปรินิพพานเป็นต้น ในพระคัมภีร์พุทธศาสน์ได้ให้ความหมายไว้หลายอย่างด้วยกัน คือ

“ความเคลื่อน ภาวะของความเคลื่อน ความแตกทลาย ความหายไป มฤตยู ความทำกาละ ความทำลายแห่งขันธ์ (๕) ความทอดทิ้งซากศพไว้ ความขาดแห่งชีวิตินทรีย์ จากหมู่สัตว์นั้นๆ ของเหล่าสัตว์ นั้นๆ นี้เรียกว่า มรณะ” ๑ (ความหมายตามพระสูตร)

“ความสิ้นไป ความเสื่อมไป ความแตก ความทำลาน ความไม่เที่ยง ความหายไป แห่งธรรมเหล่านั้น นี้เรียกว่า มรณะ” ๒ (ความหมายตามพระอภิธรรม)

“อายุ ไออุ่น และวิญญาณ ละกายนี้ไปเมื่อใด เมื่อนั้น กายนี้จะถูกเขาทอดทิ้ง นอนอยู่ ไม่มีจิตใจ เป็นเหยื่อของสัตว์” ๓ หมายความว่า เครื่องปรุงชีวิต 3 ประการ คือ อายุ ไออุ่น และวิญญาณ ละกายนี้ไปเมื่อใด สัตว์ก็ชื่อว่า “ตาย” เมื่อนั้น

จาก : ๑ ที.มหา.มหาสติปัฏฐานสูตร 14/2332 ๒ อภิ.วิ. 77/282 ๓ สํ.ขนฺธ.เผณุปิณฑิกสูตรที่ ๓ 27/319

ความตายแบ่งเป็น ๓ ประเภท คือ

๑. ขณิกมรณะ หมายถึง ความดับของรูปนามที่เรียกว่า ภังคขณะ (รูปนามมีอาการ ๓ คือ อุปปาทะ ฐีติ ภังคะ แปลว่า ความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป) แม้สัตว์ยังมีชีวิตอยู่แต่รูปนามก็เกิดดับตลอดเวลา

๒. สมมติมรณะ หมายถึง การของคน สัตว์ ต้นไม้ อันเป็นโวหารของชาวโลกที่ใช้เรียกกัน ทั่วๆ ไป แต่โดยปรมัตถ์ที่เพ่งถึงแก่นแท้แล้ว ไม่มีสัตว์ตาย และต้นไม้ก็ไม่มีชีวิตินทรีย์มีแต่อุตุชรูปเท่านั้น

๓.สมุจเฉทมรณะ หมายถึง การปรินิพพานของท่านผู้สิ้นอาสวะ มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้น

ความตาย หมายถึง การสิ้นชีวิตนี้ มีเหตุที่ทำให้ปรากฏเกิดขึ้น ๔ ประการ คือ

๑. อายุกขยระมรณะ ได้แก่ ตายเพราะสิ้นอายุ

๒. กัมมักขยะมรณะ ได้แก่ ตายเพราะสิ้นกรรม

๓. อุภยักขยะมรณะ ได้แก่ ตายเพราะสิ้นทั้งอายุและกรรมทั้งสองพร้อมกัน

๔. อุปัจเฉทกมรณะ ได้แก่ ตายเพราะกรรมเข้าไปตัดรอน


:) :D ก็ขอให้วิญญาณลุงดมสู่สุคติสัมปรายภพ สำหรับการเดินทางทุกครั้งเราก็จะมี ลุงดม ปั่นตามเราไปตลอดเวลาเรียกว่าเราไม่ทิ้งกัน และมีสิ่งเหลือเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อว่า "ลุงดมแกตามพวกเราไปจริง ๆ " ตามไปครับผมจะค่อย ๆ เรียงลำดับเล่าให้ฟังครับ :) :D
viewtopic.php?f=72&t=890159 ......จักรยานธุดงค์.......

viewtopic.php?f=188&t=745024 ....เวียตนาม....

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 18 ธ.ค. 2016, 08:29

"..สวัสดีครับ ยินดีด้วย ขอบคุณครับ.."
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 21 ธ.ค. 2016, 03:55

รูปภาพทุกครั้งที่นัดหมายก่อนออกเดินทาง ลุงดมแกจะมาถึงบ้านก่อนเสมอ ๆ แต่วันนี้วันที่ลุงดมต้องอำลาสู่ภพอื่น เราเหมือนจะขาดอะไรสักอย่าง แต่ช่วงเช้าแปลกมากอยู่ดี ๆ ตอนตี ๕ เสียงหมาเห่าหน้าบ้าน(ที่บ้านไม่เลี้ยงหมา)เสียงที่เห่าก็แปลกอีกเพราะ เหมือนกับเสียงหมาของตัวเองที่เคยเลี้ยงไว้ ๔ ตัว ตอนนี้เขาก็จากเราไปแล้ว ตั้งแต่เขาจากไปเราสัญญากันว่าจะไม่เลี้ยงอีกแล้ว(พอ)อุปาทานที่ยากจะเข้าใจ หรือลุงดมแกมาเรียกให้เราตื่น ๆ ก็เป็นได้ :lol: :lol:

รูปภาพ

รูปภาพ นัดหมายกับลุงป๊อกที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.แรกบนถนนเส้นทาง ๑๑๘ มุ่งสู่ อ.ดอยสะเก็ด เมื่อเรา ๒ คนไปถึงลุงป๊อกนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เราแวะทำธุระก่อนออกเดินทางหาซื้อของใน ๗-๑๑ อีกเล็กน้อย พักหลังมานี้จะเห็นการออกมาต่อต้านร้านค้าในเครือของ ซีพี กันมากเมื่อคิด ๆ ๆ ๆ ผมก็เคยคล้อยตามแต่เมื่อคิดด้วยเหตุ-ผล จึงอยากจะเตือนสติว่า "อะไรที่มันสบาย ๆ ไม่เดือดร้อนก็ทำไปเถอะครับ" แต่ก่อนแต่ไรเรามีโชห่วยแต่จำกันได้ไหมโชห่วยก็ทำให้เราช้ำใจมากพอ ผมเคยตะโกนด่าเจ็กร้านโชห่วยว่า"วันหนึ่งมึงเจ๊ง" ซึ่งวันนั้นก็มาถึงแล้ว เช่นกันร้านสดวกซื้อทั้งหลายเหล่านี้หากแม้นว่า ไม่ซื่อสัตย์ยุติธรรมกับลูกค้า ไม่ช้า เวร-กรรม ก็จะตามสนองเหมือนร้านโชห่วยที่เคยเอาเปรียบพวกเรามาแต่ครั้งก่อน ๆ สรุป "Don't be serious" ครับ ธรรมะจะจัดสรรเองครับทุกอย่างในโลก ไม่เที่ยงแท้แน่นอน เกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไปครับ :lol: :lol:

รูปภาพรูปภาพเราปั่นกันมาตามเส้นทางสาย ๑๑๘ เป็นเส้นทางที่ไปเชียงรายผ่าน อ.ดอยสะเก็ด ที่ดอยสะเก็ดปัจจุบันนี้วัดพระธาตุเชิงดอยไม่ธรรมดาแล้วล่ะครับ พัฒนาปรับปรุงขนานใหญ่กลายเป็นที่ปฏิบัติธรรมที่ขึ้นชื่อท่านพระครูเจ้าอาวาสท่านเอาใจใส่ต่อกิจการพระศาสนาอย่างแท้จริง ใครที่สนใจจะปฏิบัติธรรมก็เรียนเชิญได้ครับสถานที่กว้างขวางรับผู้ปฏิบัติได้เป็นหลักร้อย

เราปั่นผ่านเลยห้วยฮ่องไคร้เพื่อไปพุทธมณฑลก่อน เพราะเวลาเหลือเฟือเมื่อเราถึงยังพุทธมณฑล ได้กราบท่านเจ้าอาวาสพระครูสิน ท่านเมตตามาก ๆ เชิญชวนให้เรากางเต้นท์รับลมหนาวที่พุทธมณฑล พร้อมแนะนำให้พากันไปเยี่ยมชมสถานที่ก่อสร้างมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ประจำจังหวัดเชียงใหม่ในเนื้อที่ ๙๐๐ กว่าไร่ เป็นอันว่าเราต้องรับคำเชิญและได้ไปเยี่ยมชมการก่อสร้างอาคารเรียน ดีใจมาก ๆ ครับที่เราไปถนนหนทางยังไม่ได้ลาดยางเป็นหลุมบ่อ สูงชันอันตรายพอควรอยู่ลึกเข้าไปอีกประมาณ ๒-๓ กม.ไม่ช้าเมื่อความเจริญเข้าถึงสภาพแบบที่เราเจอก็จะหายไป เราโชคดีครับ :) :D


รูปภาพรูปภาพก่อนจะออกสำรวจพื้นที่เราขอชงชา กาแฟ สนทนากันสักพักเป็นการเติมพลังและเพิ่มอรรถรสให้กับชีวิต การคุยด้วยสาระย่อมยังประโยชน์อย่างยิ่งครับ :) :)

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ

ผมพูดถึงคำว่าอุปาทาน อุปาทานแปลว่าอะไร ในพจนานุกรมเขาอธิบายว่า อุปาทาน[อุปาทาน อุบปาทาน] น. การยึดมั่นถือมั่น การนึกเอาเองแล้วยึดมั่นถือมั่นว่าจะต้องเป็นอย่างนั้น ๆ. (ป.). ทีนี้เรามาดูผู้รู้ท่านตอบคำว่า อุปาทาน มันคนละเรื่องกับที่เราเข้าใจเลยละครับ เสียเวลาศึกษาสักนิดนะครับเอาบุญจากการศึกษาธรรม :)



:idea: :idea: ปรัศนี: มีผู้กล่าวว่า สิ่งที่เรียกว่า "อุปาทาน" ความยึดมั่นถือมั่นในตัณหาต่างๆ นี่มันเป็นไปได้อย่างไรกันครับ ตัณหาเป็นอารมณ์แห่งความยึดมั่นถือมั่นหรือครับ?

พุทธทาส: นี่คนถามมันพูดคนละภาษาเสียแล้ว ไม่ต้องตอบ เขาพูดว่า อุปาทานคือความยึดมั่นในตัณหาต่างๆ นี้มันไม่ใช่ภาษาพุทธศาสนา คนที่มันไม่รู้ภาษาพุทธศาสนา มันจึงถามอย่างนี้ "อุปาทาน" ไม่ได้ยึดมั่นในตัณหา อุปาทานมันก็ยึดมั่นในวัตถุแห่งอุปาทาน คือกาม คือทิฎฐิ คือศีลและพรต และความเห็นว่าตัวตน ตัณหาเป็นเหตุให้เกิดอุปาทาน ไม่ใช่อุปาทานมายึดมั่นในตัณหา มันพูดผิดไปเสียแล้ว มันเป็นคนพูดไม่รู้ภาษาพุทธศาสนาแล้ว ไม่ต้องตอบก็ได้ เพราะมันไม่รู้ภาษา มันตั้งคำถามผิด ตัณหาไม่ได้เป็นอารมณ์แห่งอุปาทาน ตัณหาเป็นปัจจัยให้เกิดอุปาทาน แล้วอุปาทานก็ยึดมั่นในกาม เป็นกามปาทาน ยึดมั่นในความคิดเห็น เป็นทิฏฐิปทาน ยึดมั่นในอัตตาว่าตัวกู-ของกู เป็นอัตตวาทุปาทาน ทั้งนั้น ทุกเรื่องเลย ร้อยเรื่องพันเรื่อง ถ้ายึดถือเอาผิดวัตถุประสงค์แล้วเป็น สีลัพพตุปาทานทั้งนั้น เรามาบวชเป็นพระเป็นเณรนี้ มันก็เป็นสีลัพพตุปาทาน ที่นึกว่าได้บวชพระบวชเณรแล้วก็จะได้วิเศษจะได้ศักดิ์สิทธิ์อะไรทำนองนี้

สรุปความสั้นๆ ว่า ยึดถือศีล หรือวัตรนั้นๆ ผิดวัตถุประสงค์อันแท้จริง นี่ไปยึดถือเอาอย่างนั้น แล้วเป็นสีลัพพตุปาทานหมด แม้ในสิ่งที่เรียกว่า พุทธศาสนาที่ปฏิบัติกันอยู่ในวงพุทธบริษัทนี่ ถ้าไปยึดถือผิด ผิดความจริง ผิดตัวจริง ผิดของจริง ก็เป็นสีลัพพตุปาทาน ส่วนที่มันอยู่ในศาสนาอื่นนั้น อย่าไปกลัวเลย มันก็ไม่ยึดถือ เราก็ไม่ชอบอยู่แล้ว จะไปยึดถืออะไรกัน เพราะมันเป็นศาสนาอื่น จัดเป็นพวกอื่นเสียแล้ว มันก็ไม่มีเรื่องอะไรจะต้องไปยึดถือ แต่ระวังให้ดีที่มันมาอยู่ในพุทธศาสนาเรานี้ มันจะเป็นที่ตั้งแห่งความยึดถือ เมื่อเราเข้าใจผิดในการกระทำนั้นๆ การทำบุญกุศล มีร้อยอย่าง พันอย่าง ถ้ายึดถือผิดเป็นสีลัพพตปรามาส การเจริญศีล เจริญสมาธิภาวนาวิปัสสนา แม้แต่วิปัสสนานี้ ถ้ายึดถือผิดตัวจริง ผิดมุ่งหมายอันแท้จริง กลายเป็นเรื่องขลัง เรื่องศักดิ์สิทธิ์ ก็เป็นสีลัพพตุปาทาน แล้วก็จะมีอยู่เป็นอันมาก เวลานี้ทำเป็น "สีลัพพตุปาทาน" ไปหมดในเรื่องทานเรื่องศีล เรื่องสมาธิ เรื่องภาวนา เรื่องปัญญา จึงตอบว่าไม่ต้องกลัว ภายนอกพระพุทธศาสนานั้นไม่เข้ามารบกวนเรา ที่มันมีอยู่ในพุทธศาสนาเรานี้แหละ ระวังให้ดี อย่าไปลูบคลำให้ผิดๆ ให้มันกลายเป็นสีลัพพตุปาทานไปเสีย ให้ถือเอาให้ถูกวัตถุประสงค์ของทาน รักษาศีลก็ให้ถูกวัตถุประสงค์ของศีล เจริญสมาธิปัญญา ก็ให้ถูกวัตถุประสงค์ของสมาธิปัญญา แล้วก็จะไม่เป็นสีลัพพตุปาทานขึ้นในพุทธศาสนา มีอะไรต่อไปอีก...

คัดบางตอนจากหนังสือดอกโมกข์ ฉบับพิเศษ พุทธทาสวจนา พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๙๗-๑๙๘
viewtopic.php?f=72&t=890159 ......จักรยานธุดงค์.......

viewtopic.php?f=188&t=745024 ....เวียตนาม....

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย NOKNICE » 21 ธ.ค. 2016, 12:43

สวัสดีครับลุงแดง ลุงเนตรและทุกท่าน

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 22 ธ.ค. 2016, 05:20

[color=#0000FF]"..สวัสดีครับ น้องแดง หลานนก และทุกท่าน.." (ขอบคุณสาระดี ๆ ด้วยครับ)[/color]
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 23 ธ.ค. 2016, 03:45

รูปภาพอรุณสวัสดิ์ครับ พี่เนตร หลานนกและทุก ๆ ท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม เช้านี้ผมอยากจะคุยเรื่องความจริงที่ปรากฏในจิตใจมาช้านานเกี่ยวกับ จักรยานครับ คือว่ายามใดที่ผมและคุณนายจับจักรยานออกปั่นท่องเที่ยวไป สิ่งแรกที่เราสัมผัสได้คือ ความมีอิสระภาพ เสรีภาพ ซึ่งตลอดชีวิตของเราที่ผ่านมาเหมือนจะถูกคุมขัง นับตั้งแต่เรา ๒ คนลาออกจากราชการแล้วมาปั่นจักรยานใช้ชีวิตแบบ Slow Life มันได้ความรู้สึกแบบที่ว่าจริง ๆ และความเป็นอิสระเสรีนี้นำมาซึ่ง ความสุข เป็นความสุขที่ สงบเย็นไร้มลพิษจริง ๆ :D :lol:

:idea: :idea: ความสุขในโลกนี้มีอยู่ ๓ สุขครับ

๑.กามสุข... ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง
๒.ฌานสุข... ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง
๓.นิพพานสุข... ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง

กามสุข คือ ความสุขที่เกิดจากการได้...เห็นรูปสวย...ฟังเสียงไพเราะ...ดมกลิ่นหอม...ลิ้มรสอร่อย...สัมผัสกายที่ถูกใจ...ซึ่งความรู้สึก สุข ในกามนี้ อาจเป็นความรู้สึก สุข หรือเฉย (สุขละเอียด)

ฌานสุข คือ สุขจากการเพ่ง มี ๒ อย่าง ๑.ถ้าเพ่งอารมณ์จนจิตสงบสุข เรียกว่า อารัมมณูปณิชฌาน ๒.ถ้าเพ่ง ลักษณะ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ก็เรียกว่า ลักขณูปณิชฌาน

นิพพานสุข คือความสุขของความสิ้นกิเลส อาสวะทั้งหมด

เวลาที่เราปั่นจักรยานสังเกตุให้ดี ความสุขทั้ง ๓ แบบจะวนเวียนไหลเข้าสู่กระแสจิตถ้ามี ปัญญา มาก ๆ เราก็จะเห็นธรรมมากยิ่งขึ้น ผมจึงเชื่อที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ และพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ มักจะบอกเสมอ ๆ ว่า "เห็นทุกข์จึงเห็นธรรม"(ปั่นจักรยานทุกข์นะ) :idea: :idea:


รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพหลังจากเราพากันปั่นเข้าสำรวจพื้นที่จำนวน ๙๐๐ กว่าไร่ได้พบการก่อสร้างต่าง ๆ แต่ยังไม่แล้วเสร็จเมื่อเราสำรวจทุกสิ่งเรียบร้อยเท่าที่เห็นเรากลับมายังที่ ๆ เราหมายตาจะกางเต้นท์พักนอน โดยที่ท่านพระครู และ ท่าน สท.ผัด ได้พยายามขยั้นขยอให้พวกเราเข้าไปพักนอนในห้องที่มีเตียงอย่างดี ติดแอร์เรียบร้อยแต่พวกเราไม่เอาขอนอนตากอากาศสบาย ๆ นอกอาคารดีกว่า สท.ผัด ซึ่งมาคอยบริการพวกเราได้ไปยกเก้าอี้มาให้พวกเรานั่งชมจันทร์ก่อนที่แกจะกลับบ้าน และหลังจากที่เรากางเต้นท์เสร็จเรียบร้อยก็ไปทำอาหารกินกันในอาคาร สวดมนต์เสร็จสรรพก็ออกมานั่งตากลมชมจันทร์ เราจัดเก้าอี้นั่งกันคนละตัวมันเกินมาตัวหนึ่ง..เอเหลือเก้าอี้อีกตัว

พลันลุงป๊อกก็ฉุดใจคิด หรือจะเป็น ของลุงดม เราจึงได้จัดให้แกนั่งยังที่ ๆ แกเคย-ชอบ นั่ง(แกชอบนั่งใกล้ ๆ เต้นท์) เรียกว่าบังเอิญจริง ๆ ตอนที่ สท.ผัดแกไปยกเก้าอี้มาแกก็คงไม่ได้คิดอะไรแน่นอนและแกก็เห็นเรามากัน ๓ คน ทำไมแกจึงจัดหามา ๔ รุ่งเช้าถ้าเจอแกเราจะถามให้กระจ่าง :) :)


รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ

รุ่งเช้าก่อนตี ๔ ผมมักจะตื่นออกมาเดินจงกรมเสมอ ๆ เดินจงกรมจนมองเห็นฟ้าใกล้สาง ก็ปลุกพรรคพวกให้เตรียมตัวไปเก็บภาพ ภาพยามเช้าที่อากาศหนาวนิด ๆ ลมโชยอ่อน โอ...พระเจ้า มันช่างมีความสุขเกินคำบรรยายจริง เราทั้ง ๓ ต่างเก็บภาพกันคนละทิศละทางตามใจที่ตัวเองปรารถนา โชคดีที่เราทั้ง ๔ (รวมทั้งลุงดม) ชอบเหมือน ๆ กันคือการถ่ายภาพ เราเสียเวลาเก็บภาพยามเช้าเป็นชั่วโมงเรียกว่าซึมซับบรรยากาศอย่างเต็มอิ่ม :) :D
viewtopic.php?f=72&t=890159 ......จักรยานธุดงค์.......

viewtopic.php?f=188&t=745024 ....เวียตนาม....

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 26 ธ.ค. 2016, 03:17

รูปภาพรูปภาพ<a รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ


:( :( เมื่อวานที่ ๒๕ ธ.ค.๕๙ เป็นวันครบรอบ ๑๐๐ วันที่ลุงดมได้จากพวกเราไปอย่างไม่มีวันกลับมา ตามประเพณีเมื่อครบร้อยวันเราก็จะทำบุญตามไปหา ซึ่งก็จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้มารวมกันรำลึกนึกถึง ส่วนครอบครัวก็คงจะต้องทำต่อไปทุก ๆ กาลที่สำคัญ ๆ ลุงดมเป็นคนมีอัธยาศัยดีงามรักเพื่อนบ้าน แกเป็นจิตอาสาเป็นกรรมการหมู่บ้าน เป็นช่างประจำหมู่บ้านใครขัดข้องอะไร ๆ แกก็ช่วยแก้ไขในเบื้องต้นให้ จะเห็นได้ว่างานร้อยวันทางเจ้าภาพไม่ได้บอกกล่าวแต่ก็มีชาวบ้านมาร่วมงานกันมากมาย(น่าชื่นใจ)

คนภาคเหนือในวันทำบุญร้อยวันสิ่งของเครื่องใช้ของผู้วายชนม์ ก็จะได้รวบรวม(เอาเฉพาะที่ผู้ตายรัก-ชอบ)นำมารวมกันทั้งหมดแล้วทำพิธีถวายทานให้กับพระ นัยว่าจะส่งสิ่งของทั้งหมดไปให้ผู้ตาย(ประมาณนั้น)หลังจากที่พระสวดสูตรถอนแล้วเจ้าภาพก็จะบูชาคืนจากพระ หรือบางเจ้าภาพก็จะแจกให้กับคนอื่น ๆ ที่ประสงค์ต่อไปก็ได้ ซึ่งของรักของลุงดมก็คือ จักรยาน ๓ คันรถปิคอัปและมอเตอร์ไซด์(เวสป้า) สำหรับปิคอัปแกสั่งเสียไว้ว่า ห้ามขายเด็ดขาดให้เก็บไว้ใช้บริการหมู่บ้าน วัดและชุมชน ภรรยา(พี่เลื่อน)ก็ดีแสนดีตั้งแต่ลุงดมสิ้นทุก ๆ เช้าพี่ก็จะจัดกาแฟขนมปังแล้วไปวางไว้ที่หน้ารูปภาพลุงดมตลอดมาเป็นเวลา ๑๐๐ วัน แล้วแกยังจะทำต่อไปไม่มีคำว่าเลิก

สุดท้ายนี้ผมก็ขอให้ดวงวิญญาณลุงดมสู่สุขคติสรวงสวรรค์ หากแม้นได้เกิดอีกก็ให้ได้เกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา ได้ประพฤติปฏิบัติธรรมและให้ได้บรรลุธรรม จะได้พ้นทุกข์ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก "การเกิดทุกครั้งเป็นทุกข์ร่ำไป" :( :(


รูปภาพพี่เลื่อนเป็นห่วงที่ผม ๒ คนกับคุณนายที่ทานมังสวิรัติจะไม่มีอะไรกิน พี่แกอุตส่าห์ตำน้ำพริกผัดเห็ดและน้ำผัก(ผัดกาดสับละเอียดแล้วดอง)ผักสดผักลวกเตรียมไว้ให้เราสองคน(น่ารักมาก ๆ ) :) :D


:) :D ภาพในอดีตเป็นบางส่วนที่เราไปปั่นร่วมกันมาครับ

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ
viewtopic.php?f=72&t=890159 ......จักรยานธุดงค์.......

viewtopic.php?f=188&t=745024 ....เวียตนาม....

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย NOKNICE » 26 ธ.ค. 2016, 08:56

สวัสดีครับลุงแดง ลุงเนตรและทุกท่าน


ขอให้ดวงวิญญาณลุงดมได้ไปสู่สวรรค์ชั้นฟ้าครับ


22-25 เดือนนี้ผมและครอบครัวได้โอกาสไปทางเหนืออีกครั้ง โดยปกติจะวางแผนกันไปปีละครั้ง คราวนี้ไปวัดจันทร์-ปางอุ๋ง-เชียงใหม่ สีวัน สามคืน แล้วกลับมาทำงานต่อครับ
แนบไฟล์
20161222_140839.jpg
20161222_144116.jpg
20161223_204912.jpg
1482468052454.jpg
1482468064596.jpg
1482595953036.JPEG
1482626990703.JPEG

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 27 ธ.ค. 2016, 12:09

:) :D สวัสดียามสาย ๆ ใกล้เที่ยงครับ หลานนกและทุกท่านที่เคารพ ก่อนอื่นขอขอบพระคุณแทนลุงดมที่แกอาจจะมารับรู้หรือไม่ ไม่ทราบแต่แกไปดีแน่นอนเพราะก่อนสิ้นลมแกก็อยู่ในอานาปานสติตลอด แกรู้ตัวเสมอ ๆ ว่าใกล้หมดเวลาในภพนี้แล้ว ก็จะภาวนาไม่ขาดสาย ทุกครั้งที่ไปเยี่ยมก็จะไปทบทวนและกำกับเรื่องการทำสติสมาธิ กำชับว่าให้เหมือนกับที่กำลังปั่นจักรยานเดินทาง แกมีความสุขแม้จะเจ็บปวดแกก็ผ่านวิกฤตไปได้

ได้ทราบคุณหลานพาครอบครัวไปพักผ่อนหย่อนใจให้กำไรกับชีวิต รู้สึกดีใจ ชื่นชม ก็ขอให้มีความสุขกับการเดินทางและท่องเที่ยว กลับไปให้มีพลังในการทำงานยิ่ง ๆ ขึ้น เสียดายนะถึงเชียงใหม่แล้ว เราไม่มีโอกาสได้พบปะกัน ครั้งหน้าคงมีเวลาพอที่เจอะเจอกันนะครับ

พูดถึงความสุขยังคงค้างคาไว้อีกว่า บางคนเมื่อเห็นคำว่า "กาม" กามสุขอาจจะคิดไปแต่ในเรื่องในมุ้งประมาณนั้น ความจริงแล้วไม่ใช่นะครับ คำว่า กาม ไม่ใช่เรื่องเพศอย่างเดียว แต่ กาม...เป็นภาษาบาลี ที่มี ๒ ความหมาย คือ....

๑. กิเลสกาม....คือความติดใจ หรือรุนแรงถึงขั้นอยากได้ในวัตถุกาม ๕ ที่ทำให้ใจเปรอะเปื้อน หรือทำให้ใจเศร้าหมอง หรือที่แผดเผาใจ "ถ้ามีกิเลสกามเกิด ในวัตถุใด วัตถุนั้นก็เป็นวัตถุกาม"

๒. วัตถุกาม คือวัตถุที่มีลักษณะ ๖ อย่าง ได้แก่ ๑.น่าปรารถนา ๒.น่าใคร่ ๓.ถูกใจ ๔.น่ารัก ๕.ประกอบด้วยกาม ๖.ยั่วยวนชวนให้ชอบมาก ดังนั้นพูดง่าย ๆ วัตถุกาม ๕ จึงได้แก่ รูปสวย เสียงเพราะ กลิ่นหอม รสอร่อย สัมผัสกายที่ถูกใจ

กามสุข...ยังแบ่งได้อีกเป็น ๒ ประเภท คือ

๑.กามสุขที่เกิดจากความไม่ฉลาด คือ ความสุขที่เกิดจากเจตนากระทำทางกาย หรือวาจาหรือใจที่ไม่ฉลาดเพราะมี โมหะ คือความไม่รู้ว่าถ้าทำสิ่งนั้นแล้ว แม้จะมีความสุขในขณะทำ แต่หารุ้ไม่ว่าจะเป็นเหตุเกิดทุกข์ ซึ่งให้ผลเป็นความทุกข์เดือร้อนตามมาภายหลัง จึงหลงทำด้วย โลภะ คือความหลงติดใจเพราะเพลิดเพลินชอบมาก ดังนั้นกามสุขที่เกิดจากการกระทำที่ไม่ฉลาดนี้ จึง.."เป็นความสุขที่มีภัยอันตรายมาก มีทุกข์เป็นผล มีทุกข์เป็นกำไร เป็นสุขที่ไม่ฉลาด พลาดสู่อบายได้

๒.กามสุขที่เกิดจากการทำบุญกุศลทั่วไป แม้จะเป็นความสุขที่ดูดีงาม แต่ยังขาดปัญญารู้ทั่วถึง ในเหตุเกิดทุกข์และความดับทุกข์ เป็นสุขที่ส่งผลให้ยังต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกไม่รู้จักจบสิ้น ดังนั้น กามสุขประเภทนี้เป็นความสุขที่ต้องระวัง!!!! เพราะ กาม ทั้งหลายมีสุขน้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก ทุกข์โทษในกามนี้มากมายยิ่งนัก ทำให้เวียนว่ายตายเกิดมาทุกข์ซ้ำซากไม่รู้จักจบสิ้น :) :D


:lol: :lol: เราหันกลับมาติดตามการเดินทางไปห้วยฮ่องไคร้เพื่อไปร่วมชมนิทรรศการกันต่อ ช่วงเช้าหลังจากที่ทุกคนเฝ้ารอแสงแรกของวันและเริ่มเก็บภาพตามความสนใจ ความสุขของใครของมันเรียกจนอิ่ม เราก็กลับมาประกอบอาหารเช้าและรับประทาอาหาร เสร็จเรียบร้อยก็ทำสะอาดสถานที่เก็บสัมภาระต่าง ๆ ของพวกเรา ไปกราบลาพระอาจารย์พร้อมมอบปัจจัยถวายบำรุงเป็น ค่าน้ำค่าไฟของสถานที่และอำลาท่านมุ่งเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป

รูปภาพรูปภาพ

รูปภาพขำ ๆ ครับ ช่วงปั่น ๆ รองเท้ายี่ห้อ Cleen ยี่ห้อดังแต่ขาดการดูแลเอาแต่ใช้ ๆ ในที่สุดก็เกิดทรยศพื้นหลุดออกทั้งแผ่น ต้องหาวิธีแก้ไขโดยใช้เชือกเส้นเล็กที่เตรียมไว้ ใช้ผูกรอบเท้าพยุงไม่ให้หลุด เรียกว่าทุลักทุเลและก็เป็นอุปสรรคของการเดินทางพอสมควร ก็เป็นอีกบทเรียนหนึ่งสำหรับผู้ที่จะออกทัวร์ริ่งตรวจสอบให้ดี สำหรับลุงป๊อกเมื่อครั้งปั่นไปกัมพูชาก่อนถึงพนมเป็ญ ล้อรถฉีกขาดปั่นไม่ได้(ล้อหมดอายุการใช้งาน)ต้องหารถบรรทุกไปส่งก็เคยมาแล้ว ก็ระมัดระวังกันก่อนออกเดินทาง ตรวจเช็คให้แน่ใจนะครับ :lol: :lol:

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพอาจารย์ประจำจุดตรวจภัยไฟป่าถามหาลุงดม เนื่องจากเห็นเรามากันแค่ ๓ คน พอทราบข่าวถึงกับ..อึ้ง..ไม่น่าเชื่อ แข็งแรงแบบนี้ยังจากไป สุดท้ายก็มาปลงว่า นะ..ทุกอย่างเป็นไปตามพรหมลิขิต.. :o :o

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพวันนั้นเป็นวันที่เด็ก ๆ พากันมาเยี่ยมชมงานของพ่อหลวงกันมาก มากจนเรากลายเป็นเกะกะกับเด็ก ๆ ปั่นไปทางไหนก็เด็ก ๆ ครั้นจะเข้าไปเดินเที่ยวในงาน รองเท้าลุงป๊อกก็เป็นอุปสรรค สุดท้ายเราจำใจต้องออกจากงาน ไว้ค่อยหาโอกาสมาเยี่ยมอีกครั้งสรุปวันนั้นไม่ได้เจอ ทั้งคุณปฐม อ.ง๊อก และเจ้าหน้าที่ที่เราคุ้นเคยกัน ก็รู้สึกเสียดายเรียกว่าไม่จุใจ เพราะปรกติถ้ามาที่นี่เราต้องมากางเต้นท์นอนรับลมชมวิว แต่ครั้งนี้ไม่สดวกหลาย ๆ ประเด็นจำใจอำลาก่อนเวลาอันควรและไม่ได้ร่ำลาผู้ใดเลย ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย :lol: :lol:
viewtopic.php?f=72&t=890159 ......จักรยานธุดงค์.......

viewtopic.php?f=188&t=745024 ....เวียตนาม....

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย NOKNICE » 28 ธ.ค. 2016, 10:04

สวัสดีครับลุงแดงและทุกท่าน

ถ้าได้ขึ้นเหนือและมีโอกาสคงได้แวะเคารพลุงครับ

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 29 ธ.ค. 2016, 06:14

:idea: :idea: ต่อไปเป็น ฌานสุข ที่หมายถึงการเพ่ง มี ๒ ประเภทคือ ๑.มิจฉาสมาธิ คือ สมาธิผิด ๆ เพราะไม่มีญาณความรู้ในเหตุเกิดทุกข์ และ ความดับทุกข์ สุขในสมาธิผิดเป็นสุขที่เหนือกามแต่ก็ยังไม่ปลอดภัย เพราะเสื่อมได้ถอยกลับไปทำอกุศลกรรมได้อีก ๒.สัมมาสมาธิ คือ สมาธิถูกต้องชอบธรรม เพราะอาศัยเกิดจาก ๗ เหตุ ๗ องค์ประกอบ คือ เริ่มต้นด้วยการมีญาณความรู้ใน เหตุเกิดทุกข์ และความดับทุกข์ จึงทำให้ - คิดถูก - พูดถูก - ทำถูก - เลี้ยงชีพถูก - เพียรถูก - สติถูก....จึงเกิดสมาธิถูก ส่งผลให้เกิด - ญาณความรู้ถูก และวิมุติหลุดพ้นจากทุกข์อย่างถูกต้องชอบธรรม

ความรู้สึก โสมนัสสุขใจ ในฌาน ๑-๒ .... ก็เป็นควาสุขอย่างหนึ่ง
ความรู้สึก เฉย คือสุขละเอียดใน ฌาน ๓-๘ ....ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง (ทั้ง ฌาน ๑-๘ ก็เป็นสมาธิผิด หรือ ถูกก็ต้องใส่ใจให้ดี ๆ )

นิพพานสุข ก็เป็นสุขอย่างหนึ่ง แต่เป็นความสุขของความสิ้นกิเลส อาสวะทั้งหมดถือเป็น บรมสุข :lol: :lol:


รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพเราอำลาจากห้วยฮ่องไคร้แบบยังไม่จะจากลา แต่จะอยู่ไปก็จะทำให้หลาย ๆ ท่านต้องมาคอยดูแลพวกเราจนอาจจะเสียงาน อีกอย่างอุปสรรคที่เล่าให้ฟัง(รองเท้า)ก็ทำให้หมดสนุก... เราออกทางหลังห้วยฮ่องไคร้เป้าหมายคือ น้ำพุร้อน กว่าจะออกได้หลงหลายรอบสุดท้ายก็ไม่ได้ไปน้ำพุร้อนแต่ออกมาทางดอยสะเก็ด แวะพักเติมพลังมื้อเที่ยงที่ป้อมตำรวจบริเวณทางแยกเข้าห้วยฮ่องไคร้ มื้อเที่ยงเป็นแบบง่าย ๆ มาม่าต้มยำกับผักสดนิดหน่อยเรียกว่าพอประทัง แต่ก็อิ่มกันตบท้ายด้วย กาแฟสดตามสูตรก่อนออกเดินทางต่อ

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพดอยสะเก็ด - สันกำแพงเป็นแผ่นดินที่ติดต่อกัน เราปั่นเลาะเขตดอยสะเก็ดไปออกทางสันกำแพง เหมือนเดิมหลงไป ๆ มา ๆ ต้องอาศัยถามชาวบ้านมาตลอดทาง สุดท้ายมาเห็น อาราม ม่อนภาวนา ลุงป๊อกพูดว่า "เราก็นักวิปัสสนาถ้าผ่านสำนักนี้ไม่เข้าไปถือว่า....ผิด" เราก็พากันแวะเข้าไปเยี่ยมชม ผมต้องตกตลึงคิดไม่ถึง ไปเจอพระอาจารย์ที่ท่านเคยเป็นคณะกรรมการผ่านร่างวิทยานิพนธ์สมัยเรียน ป.โท เป็นเรื่องเหลือเชื่อไม่ได้พบเห็นกันเป็นเวลานับ ๑๐ ปี ไม่คิดท่านจะมาสร้างวัดที่นี่ ท่านเล่าให้ฟังว่า เงินที่สะสมไว้สมัยเป็นพระอาจารย์ ได้ถูกนำมาซื้อที่ดินและสร้างที่พักสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม ขณะนี้กำลังก่อสร้างพระวิหารโดยมีลูกศิษย์ท่าน ตามมาช่วยท่านสร้าง เนื้อที่อารามมีจำนวน ๑๐ กว่าไร่สถานที่เป็นบ่อดินเก่าในอนาคตเราคงมีสถานที่อบรมวิปัสสนาในแนวทางที่ถูกต้องอีกสำนักหนึ่ง ท่านเป็น ดร.จบจาก ม.ปูเน่ ประเทศอินเดียถือเป็นปูชนียบุคคลอีกท่านหนึ่ง ไม่เชื่อสายตาว่าท่านจะแอบมาปลีกวิเวกได้ เป็นบุญเหลือเกินที่ได้กลับมาเจอกัน คงต้องหาเวลาไปพบท่านในครั้งต่อ ๆ ไป ขอบคุณสวรรค์ :lol: :lol:

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพออกจากอารามด้วยการกราบลาพระอาจารย์พร้อมคำมั่นสัญญาที่จะได้พบกันอีกในครั้งต่อ ๆ ไป เรามุ่งสู่สันกำแพง ด้วยเป้าหมายจะไปเที่ยวหาเพื่อนลุงป๊อกซึ่งเคยเป็นตำรวจรุ่นเดียวกัน แกไปปลูกสวนทำนาอยู่ที่บ้านแถว ๆ ทางไป บ.ร้องวัวแดง สุดท้ายไปไม่ถูกพากันปั่นเข้าตัวอำเภอซะเฉยเลย ก็เลยเปลี่ยนเข็มเป็น กลับบ้านดีกว่าเราสองคนปั่นไปส่งลุงป๊อกที่ สี่แยกบวกครกหลวงแล้วเลี้ยวซ้ายอำลาลุงป๊อก ณ สี่แยกบวกครก ลุงป๊อกปั่นอีก ๓ กม.ก็ถึงบ้านแกแล้ว ส่วนเราสองคนต้องปั่นต่ออีกประมาณ ๑๗ กม.จึงถึงบ้าน

ช่วงปั่นกลับเราเลือกทางกลับโดยทางเรียบรางรถไฟ เนื่องจากมีเลนคล้าย ๆ จะแบ่งไว้ให้เป็นเลนของจักรยาน แต่ก็ต้องผิดหวังมาก ๆ เพราะปั่นไม่ได้เนื่องจากมีกิ่งไม้ใบหญ้าปกคลุม เจอหลุมบ่อขอบทางตลอดสาย ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าความมุ่งมั่นเอาจริงของส่วนที่รับผิดชอบ เขาไม่ได้เอาใจใส่ ทุกสิ่งอย่างปล่อยให้เป็น "ไฟไหม้ฟาง" พอเขาเห่อกันก็ทำซะครั้ง ยิ่งในเขตเมืองเลนจักรยานที่ทำไว้ให้อย่าฝันจะได้ใช้เพราะ รถยนต์มอเตอร์ไซด์เข้าไปใช้เพียบ มิหนำซ้ำกลายเป็นที่จอดรถยนต์ไปดื้อ ๆ อยากจะเสนอว่าฟุตบาท(ทางเท้า)ถ้าเป็นไปได้ทำเป็นทางจักรยานให้ใช้ร่วมกันกับคนเดิน รอบริมคือ(คูน้ำ)เมืองเชียงใหม่รับรองได้สวย สะดวก น่ารักด้วย แต่จะเสนอใคร ? ๕๕๕ ประเทศไทย:( :(

เราปั่นถึงบ้านเนื่องจากเข้าฤดูใบไม้ร่วง จะเห็นได้ใบยางเต็มลานบ้าน ถ้ามันเป็นเงินครอบครัวผมคงรวยเละเลยนะ อิอิอิ.....ทริป ๑ คืน ๒ วันก็บรรลุผลสำเร็จตามตั้งใจมีทริปใหม่จะกลับมาเล่าให้ฟังต่อไป ผิดพลาดพลั้งไปอภัยให้ด้วยนะครับ แต่คงไม่มีปัญหาน้อยคนที่สนใจเข้ามาอ่านและติดตาม เรียกว่าปลอดภัยอยู่แล้วแต่พูดกันไว้ แม้จะมีไม่กี่คนหากเกิดความผิดพลาดนิด ๆ หน่อย ๆ มันเป็นภัยอันใหญ่หลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของ ธรรมะ ผิดไม่ได้เด็ดขาด "บาป" ถือเป็น นิวรณ์ธรรม ขวางกั้นการบรรลุธรรมเอาเลยทีเดียว สวัสดีครับ :) :) :D :D
viewtopic.php?f=72&t=890159 ......จักรยานธุดงค์.......

viewtopic.php?f=188&t=745024 ....เวียตนาม....

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 30 ธ.ค. 2016, 05:11

รูปภาพรูปภาพ

:) :D พูดถึงพระมหากษัตริย์คนไทยทุกคนย่อมรักและเทอดทูนเป็นอย่างยิ่ง เมื่อวันที่ ๒๘ ที่ผ่านมาท่านทราบกันไหมว่าเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่ง เท่าที่ผมเคยสังเกตุและเคยสำรวจเล่น ๆ แบบไม่เป็นทางการ มีหลายคน "ลืม" เออ...เป็นไปได้ไง ที่ว่าลืมผมหมายถึงถ้าไม่พูดถึงเขาก็ไม่ฉุกใจ แต่เมื่อกล่าวถึงเมื่อใดสำนึกได้จึงกลับมา ซึ่งต่างกับผมมาก ๆ เพราะผมก่อนนอนผมจะกราบท่านเป็นประจำผมฝังใจรัก สำนึกในพระคุณของพระองค์ท่าน ผมศึกษาพระราชประวัติ ชีวิตของพระองค์ท่าน ตลอดชีวิตของพระองค์ไม่มีความสุขเลย ท่านทำสงครามเพื่อกู้แผ่นดินจนสามารถประกาศอิสระภาพได้แค่ภายใน ๗ เดือน มี่ประทับใจสุด ๆ ก็ที่เมืองจีนมีสุสานของพระองค์ท่านยิ่งใหญ่มาก ไปชมกันครับ :) :)

รูปภาพ28 ธันวาคม วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ขอนำบทความท่องเที่ยวของ อ.ปริวัฒน์ จันทร เรื่อง สุสานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (แต่อ๊วง) ในประเทศจีน มาให้ทุกท่านได้อ่านกันครับ

หนึ่งเดียวของวีรกษัตริย์มหาราชไทย ผู้มีสุสานอยู่ดินแดนโพ้นทะเล

หนึ่งเดียวของลูกชาวจีนโพ้นทะเล ผู้ได้เป็นวีรกษัตริย์ในประเทศทางทะเลใต้

ณ หมู่บ้านฮั้วปู่ (ฮวาฟู่ 华富村Huafu) อำเภอเถ่งไฮ้ (เฉิงไห่ 澄海县Chenghai) เมืองซัวเถา (ซ่านโถว 汕头市Shantou) ทางตอนใต้ของมณฑลกวางตุ้ง (กว่างตง Guangdong) เป็นที่ตั้งของสุสานแต่อ๊วง หรือ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (17 เมษายน พ.ศ.2277 – 7 เมษายน พ.ศ.2325) ราชสำนักจีนเรียกพระองค์ว่า แต่เจียว (เจิ้งเจา 郑昭Zhengzhao) หรือกษัตริย์แซ่เจิ้ง

สุสานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในอำเภอเถ่งไฮ้นี้ แม้จะเป็นสุสานขนาดเล็ก ๆ หากแต่ยิ่งใหญ่ในความหมายในใจของปวงชนชาวไทยทุกคนเสมอมา ตามแผ่นศิลาจารึกหน้าสุสานระบุไว้ว่า "เสียนหลอเจิ้งหวงต๋าซิ่นต้าตี้อีก่วนมู่" 暹罗郑皇达信大帝衣冠墓 หรือสุสานฝังฉลองพระองค์และพระมาลาของเจิ้งหวางกษัตริย์แห่งเสียนหลอผู้ยิ่งใหญ่

แผ่นป้ายศิลาจารึกหน้าสุสานของพระองค์ระบุปีสร้างในรัชกาลจักรพรรดิเฉียนหลง แห่งราชวงศ์ชิง ในปีค.ศ.1782 (พ.ศ.2325 อันเป็นปีเดียวกันกับที่พระองค์สวรรคต) ได้มีการบูรณะขึ้นใหม่ในฤดูใบไม้ร่วง ปีค.ศ.1985 (พ.ศ.2528) เล่าสืบต่อกันมาว่า หลังจากพระองค์ได้สวรรคตแล้ว ข้าราชบริพารเชื้อสายจีนได้นำฉลองพระองค์และพระมาลาของพระองค์มา 2 ชุด ชุดหนึ่งเป็นไทย ชุดหนึ่งเป็นจีน กลับมามอบให้พระญาติที่บ้านเกิดของพระราชบิดา-เจิ้งหยง 郑镛 (แต่ย้ง) จากนั้น พระญาติจึงได้บรรจุฉลองพระองค์และพระมาลาของพระองค์ไว้ในสุสานของพระองค์ (ซึ่งสร้างไว้ก่อนหน้านี้แล้ว)

แต่ย้ง พระบิดาของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นชาวอำเภอเถ่งไฮ้ ผู้หนีความยากลำบากและเหตุทุพภิกขภัยบ่อยครั้งที่บ้านเกิดเมืองนอนเช่นเดียวกับชาวเถ่งไฮ้เป็นจำนวนมาก ลงเรือสำเภาหัวแดง (อั่งเถ่าจุ๊ง) รอนแรมมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในสยามประเทศสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย มาอาศัยอยู่แถบคลองสวนพลูนอกเกาะเมือง พระนครศรีอยุธยา ดังนั้น ในช่วงทำสงครามกอบกู้เอกราชของไทย สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจึงมีทหารชาวจีนแต้จิ๋วจากเถ่งไฮ้มารวมรบอยู่ด้วยเป็นจำนวนมาก

มล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ (บุรุษรัตพันธ์) นักค้นคว้าจากสถาบันไทยคดีศึกษา ได้อธิบายเรื่องบทบาทของชาวจีนแต้จิ๋วในสมัยกรุงธนบุรี ไว้ในบทความ “ชาวจีนแต้จิ๋วในสภาพสังคมไทยสมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์ตอนต้นว่า”
“...ในความเป็นจริงอาจจะไม่ใช่พระประสงค์ของพระเจ้าตากสินฯ ที่จะยกย่องเชิดชูจีนแต้จิ๋วเหนือจีนกลุ่มอื่น ๆ ที่ได้อพยพเข้ามาในสยามประเทศก่อนหน้านั้นแล้ว อันจะเป็นสาเหตุแห่งความไม่สมัครสมานสามัคคีในยามที่พระองค์ต้องการฐานกำลังสนับสนุนจากจีนทุกกลุ่มในเวลานั้น แต่เหตุที่จีนแต้จิ๋วได้รับการยกย่องไปโดยปริยาย ก็เนื่องมาจากความที่พระองค์ท่านเป็นลูกครึ่งไทย-จีนแต้จิ๋ว โดยที่เจิ้งหยง พระบิดาเป็นจีนแต้จิ๋ว เคยมีถิ่นฐานพำนักแถวคลองสวนพลูข้างวัดพนัญเชิง ซึ่งเข้าใจว่าเป็นแหล่งอาศัยของชาวจีนแต้จิ๋วในอยุธยา...อีกประการหนึ่งนั้น เพราะจีนแต้จิ๋วคือกลุ่มคนที่รวมผนึกกำลังช่วยพระเจ้าตากสินฯ ตีแหกพม่ามุ่งไปยังหัวเมืองชายทะเลตะวันออก....เมื่อพระเจ้าตากสินฯ ตีได้เมืองระยอง ได้มีพระราชสาส์นไปถึงพระยาราชเศรษฐี จีนกวางตุ้งผู้เป็นเจ้าเมืองเพื่อขอความสนับสนุน ตลอดจนความพยายามที่จะมีสัมพันธไมตรีเป็นอย่างดีกับพระเจ้ากรุงจีน เพื่อให้เกิดการยอมรับอำนาจความชอบธรรมของพระองค์ สถานการณ์ทางการเมืองที่อำนวยให้จีนแต้จิ๋วดูเด่นเช่นนี้ ดึงดูดให้จีนแต้จิ๋วจากผืนแผ่นดินใหญ่อพยพเข้ามาเมืองไทยมากยิ่งขึ้น...”

พระองค์จึงนับเป็นลูกจีนคนแรกและคนเดียวในประวัติศาสตร์ ที่สามารถขึ้นครองราชย์เป็น วีรกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของประเทศโพ้นทะเลได้ นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวหมู่บ้านฮั้วปู่ อำเภอเถ่งไฮ้ เป็นอย่างยิ่ง

ในปีพ.ศ.2556 ได้มีสาธุชนทั้งฝ่ายคณะสงฆ์ ฆราวาส และสมาคม มูลนิธิต่าง ๆ ได้ร่วมกันขยายสุสานของพระองค์ให้มีขยายใหญ่โตขึ้น และเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2556 ซึ่งตรงกับวันปราบดาภิเษกของพระองค์เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ได้มีการอัญเชิญพระบรมรูปของพระองค์ขึ้นประดิษฐานอยู่บนเหนือสุดของสุสานแห่งนี้ ที่ตั้งอยู่บนภูมิลักษณ์อันงดงามใกล้แม่น้ำหานเจียง (หั่งกัง) ทำให้สุสานของพระองค์มีความโอ่อ่าอย่างสมภาคภูมิวีรกษัตริย์ในดวงใจของชาวไทยทุกคน


รูปภาพรูปภาพภาพนี้แขวนอยู่ที่ผนังห้องนอนก่อนเข้านอนผมต้องกราบพระองค์ท่านเพื่อรำลึกสำนึกและจะไม่ท้อแท้ถดถอยใด ๆ พระองค์จะทรงพระราชทานกำลังใจให้เราทุกครั้ง เราต้องรักเคารพในระบบระบอบ "พระมหากษัตริย์" เพราะสัตว์โลกทุกชนิดต้องมีตัวนำ เช่นกัน คนก็ต้องมีผู้นำ ผู้นำที่พาชาติอยู่รอดปลอดภัยไม่มีใครเกิน "พระมหากษัตริย์"



..........เข้าไปชมแล้วท่านจะน้ำตาซึมความลำบากที่พระองค์ท่านสามารถกู้แผ่นดินให้กลับคืนสู่อิสรภาพ ได้อย่างรวดเร็ว "อย่าเนรคุณแผ่นดินเกิดและผู้มีพระคุณ" :) :)

ถาม : เมื่อก่อน โบราณเขาบอกว่ารัชกาลที่ ๑๐ นี่ไม่มี ?

ตอบ : เขาว่าอะไรน่ะ โบราณคำทำนายของ สมเด็จพุทธโฆษาจารย์ สมัยอยุธยาว่า มหากาฬผ่านมหายักษ์ รัชกาลที่ ๑ กับสมเด็จพระเจ้าตากสิน พอรัชกาลที่ ๒ ก็รู้จักธรรม ไม่รู้จักธรรมได้หรือ ? บูรณะวัดไปไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร ขนาดสร้างวัดสุทัศน์แกะสลักบานประตูเอง รัชกาลที่ ๓ จำต้องคิด ไม่คิดก็ไม่ได้ ฝรั่งเขาล่าเมืองขึ้นอยู่

รัชกาลที่ ๔ สนิทธรรม บวชเองตั้งยี่สิบกว่าพรรษา กำเนิดธรรมยุติด้วย รัชกาลที่ ๕ จำแขนขาด ต้องเสียแผ่นดินบางส่วนเพื่อรักษาประเทศเอาไว้ รักษาความเป็นเอกราชเอาไว้ รอบข้างของเรากลายเป็นทาสของฝรั่งเศสกับอังกฤษ แต่ประเทศไทยอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ รัชกาลที่ ๖ ราษฏร์ราชาจน จนถึงกับเงินหมดพระคลัง

รัชกาลที่ ๗ นั่งทนทุกข์ ถูกปฏิวัติต้องระเห็จไปอยู่ต่างประเทศ แล้วก็สิ้นพระชนม์ต่างประเทศด้วย รัชกาลที่ ๘ ยุคทมิฬ ยุคสงครามโลก นับอีกทีก็พระมหากษัตริย์โดนปลงพระชนม์ด้วย รัชกาลที่ ๙ นี่ ถิ่นกาขาว โดดเด่นไม่เหมือนใคร เขาเป็นคอมมิวนิสต์ก็ไม่เป็นกับเขา เศรษฐกิจล่มประเทศอื่นจะเป็นจะตายคนไทยก็เชื่อในหลวงอย่างเดียว

รัชกาลที่ ๑๐ นี่ชาววิไล ถึงเวลาสบายเสียที เพราะรัชกาลที่ ๙ วางพื้นฐานเอาไว้ดีแล้ว พอรัชกาลที่ ๑๑ ก็ ไทยมหารัฐ เริ่มมีอำนาจขึ้นมา รอบข้างเราต้องพึ่งพา พอรัชกาลที่ ๑๒ จักรพรรดิราช ถึงเวลาประเทศอื่น ๆ เขาปกครองด้วยระบบพระมหากษัตริย์ ก็ต้องลอกเลียนแบบของเราไป ก็เท่ากับว่ามาจากของเรานั่นเอง ว่าไปเรื่อยเดี๋ยวครบ ๑๕๐ รัชกาลแล้วจะยุ่ง


http://www.rabiangdoi.com/arsom/index.p ... &Itemid=29 เข้าไปศึกษาหาความรู้กันนะครับ :) :)
viewtopic.php?f=72&t=890159 ......จักรยานธุดงค์.......

viewtopic.php?f=188&t=745024 ....เวียตนาม....

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย NOKNICE » 31 ธ.ค. 2016, 09:56

สวัสดีลุงแดงจาก อ.ท่าลี่ จ.เลยครับ
แนบไฟล์
1483071725485.jpg

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย NOKNICE » 01 ม.ค. 2017, 09:38

สวัสดีปีใหม่ครับลุงแดง
แนบไฟล์
images-1.jpg

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 02 ม.ค. 2017, 00:53

..สวัสดีปีใหม่ครับ น้องแดง, หลานนก และทุกท่าน ...
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน