......จักรยานธุดงค์..........

ห้องนี้เทียบได้กับ "ห้องนั่งเล่น" ในกระดานเดิมนะครับ

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 18 พ.ย. 2016, 19:54

NOKNICE เขียน:อรุณสวัสดิ์ลุงแดง ลุงเนตรและทุกท่านครับ


..ครับสวัสดี คืนนี้นอนที่ อช.ศรีล้านนา ท้ายคันเขื่อนแม่งัด
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 30 พ.ย. 2016, 17:17

รูปภาพ

รูปภาพ

'โหรบุญเลิศ' ชี้ชะตาบ้านเมืองไปด้วยดี ก้าวหน้าสู่ความสงบสุข

บุญเลิศ" โหรการเมือง โพสต์เฟซบุ๊ก มองชะตาบ้านเมือง ชี้เปลี่ยนผ่านด้วยดี เจริญก้าวหน้า มีความสงบสุขทั่วกัน

รูปภาพ

ไทยรัฐออนไลน์: ภาพประกอบข่าว© ไทยรัฐออนไลน์ ภาพประกอบข่าว

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 59 นายบุญเลิศ ไพรินทร์ อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต ส.ว. หรือที่รู้จักดีว่าโหรการเมือง ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อเวลา 22.02 น. วันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า "มองชะตาบ้านเมืองผ่านทั้งโหราศาสตร์ (Astrology) และศาสตร์แห่งตัวเลข (Science of Number) หรือเลขศาสตร์ (Numerology) แล้วพบว่า บ้านเมืองของเราจะเปลี่ยนผ่านไปด้วยดี มีความเจริญก้าวหน้า ความสงบ ความสุขของคนไทยโดยถ้วนหน้า ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย.59 เวลา 11.00 นาฬิกาเป็นต้นไป


ทั้งนี้เนื่องจากดาวที่ให้คุณสูงสุดในสุริยจักรวาล คือ ดาวพฤหัสบดีกำลังโคจรอยู่ในราศีกันย์ตรีโกณให้คุณราศีมังกรอย่างเต็มที่ ร่วมกับพฤหัสบดีเดิมถ้ามองเชิงเลขศาสตร์จะพบว่า วันที่ 29 พ.ย. 2016 (29+11+2016=4) เวลา 11.00 นาฬิกา(2) เป็นตัวเลขที่เป็นมิตรกับ เลข 7 (28+7+1952=7) และตามหลักเลขศาสตร์ระบบคาลเดียน (Chaldean System) เมื่อ 5,000 ปีเศษที่ Count Hamon (Cheiro) นำมาปรับใช้ ก็พบว่า เลข 1, 2, 4, 7 เป็นมิตรที่ดีต่อกัน ดังนั้นผู้ใดก็ตามที่มีตัวเลขแสดงเส้นทางชีวิต (Destiny Number) เท่ากับ เลข 1 หรือ เลข 2 หรือ เลข 4 หรือ เลข 7 จะประสบโชคดีมีความสำเร็จในวันที่ 29 พ.ย. 59 (2016) เวลา 11.00 นาฬิกา ตามหลักเลขศาสตร์ระบบคาลเดียน"


ขอให้มันเป็นจริงซักครั้งเถิด คนไทยจะได้นอนตาหลับ นับเป็นสิบปีคงได้ที่หาความสุขกันไม่ได้เลย

:lol: :lol: นี่ก็ใกล้จะสิ้นปี ๒๕๕๙ แล้วเหลือเวลาอีกแค่เดือนเดียว ตลอดปี ๕๙ นี้ผมไม่ได้ออกปั่นไปไหนไกล ๆ ดังที่วางแผนไว้อันเนื่องมาจาก ต้องคอยดูแลน้องสาวซึ่งเป็นมะเร็งต้องเข้าผ่าตัด เดินเข้าเดินออกโรงพยาบาลเหมือนกับบ้าน เมื่อได้กลับมาพักที่บ้านก็จะพาเธอออกปั่นเพื่อออกกำลังกายผลของการปั่นจักรยาน เธอสามารถผ่านวิกฤตมาได้เกือบจะ ๑ ปีแล้ว หมอบอกให้รอดูอาการผ่าน ๒ ปีได้ ถึงจะฟันธง ช่วงที่น้องทุเลาและสามารถอยู่คนเดียวได้อย่างปกติเรา ๒ คนจึงได้มีเวลาออกรอบซ้อมใหญ่ ๒ ครั้งด้วยกัน ครั้งแรกเป็นการเน้นระยะทาง ครั้งที่ ๒ เป็นการเน้นคุณภาพ

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ

:) :D ครั้งที่ ๒ เป้าหมายนี้ไปนอน ๒ คืน โหด มันส์ ฮา ครับ :) :D

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ

:) :D วันจริงคงไม่นานนี้แน่นอน เป้าหมาย "ทั่วไทยไปกับจักรยาน" ต้องรอดูสถานการณ์ก่อนครับ :) :D
viewtopic.php?f=72&t=890159 ......จักรยานธุดงค์.......

viewtopic.php?f=188&t=745024 ....เวียตนาม....

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย NOKNICE » 01 ธ.ค. 2016, 09:12

สวัสดีลุงแดง ลุงเนตรและทุกท่านครับ

ขอให้คุณป้า น้องสาวลุงหายป่วยและแข็งแรงในเร็ววันนะครับ

ส่วนผม....ทำงาน รอเวลาได้เดินทางบ้างครับ
แนบไฟล์
20161130_150016.jpg
20161130_150032.jpg
20161130_150125.jpg
20161130_150138.jpg
20161130_150235.jpg
20161130_150245.jpg

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 03 ธ.ค. 2016, 09:03

"..สวัสดีครับ น้องแดง และหลานนก จบทริปที่ อ.เชียงคำ เมื่อ ๑ ธ.ค.๕๙ ขึ้นรถที่ออกจาก บขส.เชียงคำ ๐๘.๔๕ น. ถึง บขส.หมอชิตใหม่ ๒๒.๓๐ น. ปั่นไปขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีหมดชิต รถออกจากสถานี ๒๓.๐๐ น. ลงสถานีแบริ่งสุดปลายทาง แล้วปั่นต่อถึงบ้าน ๐๐.๐๑ น. อาบน้ำ ต้มมาม่าทาน นอน สวดมนต์ หลับ.

..ทริปหน้า ยิ่งใหญ่มาก ๆ นะครับ "วันจริงคงไม่นานนี้แน่นอน เป้าหมาย "ทั่วไทยไปกับจักรยาน" ต้องรอดูสถานการณ์ก่อนครับ"

..ถ้าสะดวกกรุณาให้ทราบกำหนดการเดินทาง, วัตถุประสงค์, กิจกรรม และสิ่งที่คาดว่าจะได้รับ ของทริปให้ทราบด้วย จักเป็นพระคุณยิ่งครับ.
แนบไฟล์
IMG_0785.JPG
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 07 ธ.ค. 2016, 03:53

NOKNICE เขียน:สวัสดีลุงแดง ลุงเนตรและทุกท่านครับ

ขอให้คุณป้า น้องสาวลุงหายป่วยและแข็งแรงในเร็ววันนะครับ ส่วนผม....ทำงาน รอเวลาได้เดินทางบ้างครับ

:) :D อรุณสวัสดิ์ครับ คุณหลาน ขอบพระคุณมากครับในคำอวยพรครับ และขอให้สมปรารถนาในเร็ววันนะครับ :) :D

ลุงเนตร เขียน:"..สวัสดีครับ น้องแดง และหลานนก จบทริปที่ อ.เชียงคำ เมื่อ ๑ ธ.ค.๕๙ ขึ้นรถที่ออกจาก บขส.เชียงคำ ๐๘.๔๕ น. ถึง บขส.หมอชิตใหม่ ๒๒.๓๐ น. ปั่นไปขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีหมดชิต รถออกจากสถานี ๒๓.๐๐ น. ลงสถานีแบริ่งสุดปลายทาง แล้วปั่นต่อถึงบ้าน ๐๐.๐๑ น. อาบน้ำ ต้มมาม่าทาน นอน สวดมนต์ หลับ.

..ทริปหน้า ยิ่งใหญ่มาก ๆ นะครับ "วันจริงคงไม่นานนี้แน่นอน เป้าหมาย "ทั่วไทยไปกับจักรยาน" ต้องรอดูสถานการณ์ก่อนครับ"

..ถ้าสะดวกกรุณาให้ทราบกำหนดการเดินทาง, วัตถุประสงค์, กิจกรรม และสิ่งที่คาดว่าจะได้รับ ของทริปให้ทราบด้วย จักเป็นพระคุณยิ่งครับ.


:o :o อรุณสวัสดิ์ครับ พี่เนตรที่เคารพอย่างสูง "ทริปหน้า ยิ่งใหญ่มาก ๆ นะครับ" โอ้ย..พี่ครับ คำนี้ผมแย่เลยครับ ไปเทียบกับคนอื่นหรือกับคุณพี่ก็ได้ มันก็เทียบกันไม่ติดแล้วล่ะครับ ทริปของผมมันเพียงเด็ก ๆ เพราะทริปผมไม่มีวัตถุประสงค์ กิจกรรม ตลอดจนสิ่งที่คาดว่าจะได้รับใดๆ เราไปกันดุ่ย ๆ ไม่มีหลักวิชาการทั้งสิ้นเลยครับพี่ ไปเพราะอยากจะไป สำหรับคำว่า "ทั่วไทยไปกับจักรยาน" ก็เพียงอยากจะบอกกับทุก ๆ ท่านว่าผมไปแบบใช้จักรยานนะเพราะ ใจคิดว่าอยากจะให้เป็นแบบอย่างสำหรับคนเบี้ยน้อยหอยน้อย ไม่มีกะตังมากพอจะไปแบบอื่นให้หันกลับมามองว่า จักรยานมันก็ไปได้นี่หว่า...หากมีใจรักและใจถึง อีกอย่างก็เพื่อเป็นแนวทางสำหรับนักจักรยานรุ่นหลัง ๆ จะได้มีกำลังใจอยากจะไปบ้าง

สำหรับในระหว่างการเดินทางนั้นเราก็จะถือโอกาสเผยแพร่ พระพุทธศาสนา ตามที่ได้รับปากกับ พ่อ-แม่-ครูบาอาจารย์ไว้ ก็แค่นี้จริง ๆ สำหรับแนวทางการเผยแพร่ก็ไม่ได้ลึกซึ้งอะไร เราเจอใครที่เขามีความทุกข์(เชื่อครับเจอเยอะเลยล่ะ) ถ้าเขามีวาสนาเราก็จะช่วยชี้ทาง แนะนำ ศีลธรรม จริยธรรม ตลอดจนแนวทางของพระพุทธศาสนาที่จะนำพาไปสู่การดับทุกข์ ถ้าเราพูดกันเรื่อง ศีลธรรม จริยธรรม ทุกคนพอนึกได้คิดออก แต่พอพูดเรื่องศาสนาทุกคนจะเริ่ม งง ๆ กันแล้ว ร้อยละแปดสิบครับที่ไม่เข้าใจศาสนา เขาคิดว่า ศีลธรรม จริยธรรม นี้แหละคือตัวศาสนาเมื่อคิดอย่างนี้โอกาสจะพ้นทุกข์มันก็ยาก

พุทธศาสนานั้นมันเหนือกว่าคำว่า ศีลธรรมจริยธรรม เพราะศีลธรรมจริยธรรมเป็นของที่มาคู่โลก หรือที่เรียกว่าเป็น "สากล" เพราะมีศีลธรรมจริยธรรมครบถ้วนจึงได้เกิดมาเป็น "คน" เมื่อเกิดมาแล้วก็มารักษา ศีลธรรมจริยธรรม ก็จะกลับมาเกิดเป็นคนเวียนแล้วเวียนเล่าไม่รู้จบ แต่พระพุทธศาสนาสอนลึก(สูง)ไปยิ่งกว่าขั้นนั้น เช่นสอนว่า ไม่ทำบาปทั้งปวง ทำความดีทั้งหมดทั้งสิ้น ทำจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส

ไม่ทำบาปทั้งปวง ทำความดีทั้งหมดทั้งสิ้น จุดนี้ก็คือ ศีลธรรมจริยธรรม ส่วน ทำจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส นี่ล่ะครับคือที่บอกว่าลึก(สูง) ขึ้นไปอีกในศาสนาอื่นข้อนี้ไม่บอกไว้หรือบอกไว้ก็ไม่ทะลุปรุโปร่ง ทำอย่างไรจึงจะบริสุทธิ์ผ่องใส สำหรับพุทธศาสนานั้นบอกสอนไว้หมดเช่น ก็ต้องฝึก สติ สมาธิ เพื่อให้เกิดปัญญา เมื่อเกิดปัญญาก็จะรู้แจ้งเห็นธรรมมากขึ้น ๆ ที่สุดก็จะรู้ว่า "อะไรเป็นอะไร" หรือฝึกไป ๆ ก็จะเห็น อริยสัจ ๔ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ฯ เป็นต้น แบบนี้ล่ะครับ :) :D


รูปภาพ

:shock: :o แผนที่ข้างบนนี้คือ แนวทางคร่าว ๆ ที่ผมร่างไว้ในใจและพอสร้างเป็นโครงร่างให้เข้าใจได้ง่าย ๆ ครับ แต่ผมต้องรอดูสถานการณ์ก่อนครับจึงกำหนดวันยังไม่ได้ เช่นขณะนี้ น้ำท่วมภาคใต้ ฯ เพื่อนที่อยู่ภาคใต้คอยให้ข่าวสารมาตลอดเป็นระยะ ๆ ทุกสิ่งอย่างในโลกใบนี้ พระพุทธองค์ตรัสไว้แล้วว่า "ไม่เที่ยงแท้แน่นอน" หากสถานการณ์ เหตุการณ์ไม่เอื้ออำนวย แผนนี้อาจล้มเหลวก็ได้ แต่สำหรับผมแล้ว ฝันไว้อย่างไรจะสานฝันและฟันฝ่าไปให้ถึงจงได้ วันนั้นมาถึงผมจะแจ้งให้คุณพี่ทราบครับ ผิดพลาดเมตตาอภัยให้ผมด้วยครับพี่ :) :D
viewtopic.php?f=72&t=890159 ......จักรยานธุดงค์.......

viewtopic.php?f=188&t=745024 ....เวียตนาม....

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย NOKNICE » 07 ธ.ค. 2016, 08:33

อรุณสวัสดิ์ครับลุงแดง ลุงเนตรและทุกท่าน

เอาใจเชียร์ให้ลุงเดินทางด้วยจักรยานได้โดยเร็วด้วยครับ

ส่วนผม ตั้งแต่พรุ่งนี้ถึงวันอาทิตย์ที่ 11 ชวนลุงเดินเดินทางไปกาญครับ คงได้ความรู้เพิ่มเติมจากลุงเนตรอีกมากแน่ๆครับ

เมื่อวันอาทิตย์ได้ไปปั่นตามรอยพระนาชดำริคลองลัดโพธิ์กับเพื่อนนักปั่นมาครับ
แนบไฟล์
1481027751221[1].jpg
1480847017354[1].jpg
20161204_103709[1].jpg

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 07 ธ.ค. 2016, 14:54

Deang-sarapee เขียน:
NOKNICE เขียน:สวัสดีลุงแดง ลุงเนตรและทุกท่านครับ

ขอให้คุณป้า น้องสาวลุงหายป่วยและแข็งแรงในเร็ววันนะครับ ส่วนผม....ทำงาน รอเวลาได้เดินทางบ้างครับ

:) :D อรุณสวัสดิ์ครับ คุณหลาน ขอบพระคุณมากครับในคำอวยพรครับ และขอให้สมปรารถนาในเร็ววันนะครับ :) :D

ลุงเนตร เขียน:"..สวัสดีครับ น้องแดง และหลานนก จบทริปที่ อ.เชียงคำ เมื่อ ๑ ธ.ค.๕๙ ขึ้นรถที่ออกจาก บขส.เชียงคำ ๐๘.๔๕ น. ถึง บขส.หมอชิตใหม่ ๒๒.๓๐ น. ปั่นไปขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีหมดชิต รถออกจากสถานี ๒๓.๐๐ น. ลงสถานีแบริ่งสุดปลายทาง แล้วปั่นต่อถึงบ้าน ๐๐.๐๑ น. อาบน้ำ ต้มมาม่าทาน นอน สวดมนต์ หลับ.

..ทริปหน้า ยิ่งใหญ่มาก ๆ นะครับ "วันจริงคงไม่นานนี้แน่นอน เป้าหมาย "ทั่วไทยไปกับจักรยาน" ต้องรอดูสถานการณ์ก่อนครับ"

..ถ้าสะดวกกรุณาให้ทราบกำหนดการเดินทาง, วัตถุประสงค์, กิจกรรม และสิ่งที่คาดว่าจะได้รับ ของทริปให้ทราบด้วย จักเป็นพระคุณยิ่งครับ.


:o :o อรุณสวัสดิ์ครับ พี่เนตรที่เคารพอย่างสูง "ทริปหน้า ยิ่งใหญ่มาก ๆ นะครับ" โอ้ย..พี่ครับ คำนี้ผมแย่เลยครับ ไปเทียบกับคนอื่นหรือกับคุณพี่ก็ได้ มันก็เทียบกันไม่ติดแล้วล่ะครับ ทริปของผมมันเพียงเด็ก ๆ เพราะทริปผมไม่มีวัตถุประสงค์ กิจกรรม ตลอดจนสิ่งที่คาดว่าจะได้รับใดๆ เราไปกันดุ่ย ๆ ไม่มีหลักวิชาการทั้งสิ้นเลยครับพี่ ไปเพราะอยากจะไป สำหรับคำว่า "ทั่วไทยไปกับจักรยาน" ก็เพียงอยากจะบอกกับทุก ๆ ท่านว่าผมไปแบบใช้จักรยานนะเพราะ ใจคิดว่าอยากจะให้เป็นแบบอย่างสำหรับคนเบี้ยน้อยหอยน้อย ไม่มีกะตังมากพอจะไปแบบอื่นให้หันกลับมามองว่า จักรยานมันก็ไปได้นี่หว่า...หากมีใจรักและใจถึง อีกอย่างก็เพื่อเป็นแนวทางสำหรับนักจักรยานรุ่นหลัง ๆ จะได้มีกำลังใจอยากจะไปบ้าง

สำหรับในระหว่างการเดินทางนั้นเราก็จะถือโอกาสเผยแพร่ พระพุทธศาสนา ตามที่ได้รับปากกับ พ่อ-แม่-ครูบาอาจารย์ไว้ ก็แค่นี้จริง ๆ สำหรับแนวทางการเผยแพร่ก็ไม่ได้ลึกซึ้งอะไร เราเจอใครที่เขามีความทุกข์(เชื่อครับเจอเยอะเลยล่ะ) ถ้าเขามีวาสนาเราก็จะช่วยชี้ทาง แนะนำ ศีลธรรม จริยธรรม ตลอดจนแนวทางของพระพุทธศาสนาที่จะนำพาไปสู่การดับทุกข์ ถ้าเราพูดกันเรื่อง ศีลธรรม จริยธรรม ทุกคนพอนึกได้คิดออก แต่พอพูดเรื่องศาสนาทุกคนจะเริ่ม งง ๆ กันแล้ว ร้อยละแปดสิบครับที่ไม่เข้าใจศาสนา เขาคิดว่า ศีลธรรม จริยธรรม นี้แหละคือตัวศาสนาเมื่อคิดอย่างนี้โอกาสจะพ้นทุกข์มันก็ยาก

พุทธศาสนานั้นมันเหนือกว่าคำว่า ศีลธรรมจริยธรรม เพราะศีลธรรมจริยธรรมเป็นของที่มาคู่โลก หรือที่เรียกว่าเป็น "สากล" เพราะมีศีลธรรมจริยธรรมครบถ้วนจึงได้เกิดมาเป็น "คน" เมื่อเกิดมาแล้วก็มารักษา ศีลธรรมจริยธรรม ก็จะกลับมาเกิดเป็นคนเวียนแล้วเวียนเล่าไม่รู้จบ แต่พระพุทธศาสนาสอนลึก(สูง)ไปยิ่งกว่าขั้นนั้น เช่นสอนว่า ไม่ทำบาปทั้งปวง ทำความดีทั้งหมดทั้งสิ้น ทำจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส

ไม่ทำบาปทั้งปวง ทำความดีทั้งหมดทั้งสิ้น จุดนี้ก็คือ ศีลธรรมจริยธรรม ส่วน ทำจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส นี่ล่ะครับคือที่บอกว่าลึก(สูง) ขึ้นไปอีกในศาสนาอื่นข้อนี้ไม่บอกไว้หรือบอกไว้ก็ไม่ทะลุปรุโปร่ง ทำอย่างไรจึงจะบริสุทธิ์ผ่องใส สำหรับพุทธศาสนานั้นบอกสอนไว้หมดเช่น ก็ต้องฝึก สติ สมาธิ เพื่อให้เกิดปัญญา เมื่อเกิดปัญญาก็จะรู้แจ้งเห็นธรรมมากขึ้น ๆ ที่สุดก็จะรู้ว่า "อะไรเป็นอะไร" หรือฝึกไป ๆ ก็จะเห็น อริยสัจ ๔ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ฯ เป็นต้น แบบนี้ล่ะครับ :) :D


รูปภาพ

:shock: :o แผนที่ข้างบนนี้คือ แนวทางคร่าว ๆ ที่ผมร่างไว้ในใจและพอสร้างเป็นโครงร่างให้เข้าใจได้ง่าย ๆ ครับ แต่ผมต้องรอดูสถานการณ์ก่อนครับจึงกำหนดวันยังไม่ได้ เช่นขณะนี้ น้ำท่วมภาคใต้ ฯ เพื่อนที่อยู่ภาคใต้คอยให้ข่าวสารมาตลอดเป็นระยะ ๆ ทุกสิ่งอย่างในโลกใบนี้ พระพุทธองค์ตรัสไว้แล้วว่า "ไม่เที่ยงแท้แน่นอน" หากสถานการณ์ เหตุการณ์ไม่เอื้ออำนวย แผนนี้อาจล้มเหลวก็ได้ แต่สำหรับผมแล้ว ฝันไว้อย่างไรจะสานฝันและฟันฝ่าไปให้ถึงจงได้ วันนั้นมาถึงผมจะแจ้งให้คุณพี่ทราบครับ ผิดพลาดเมตตาอภัยให้ผมด้วยครับพี่ :) :D


""..สวัสดีครับ น้องแดง สารภี .. ขอบคุณมาก ที่ตอบให้ทราบ ครบถ้วนกระบวนความตามที่ถาม "โครงการนี้ ยิ่งใหญ่ โดยความคิดเห็นของพี่แต่ผู้เดีียวแล"..""
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 10 ธ.ค. 2016, 16:24

NOKNICE เขียน:อรุณสวัสดิ์ครับลุงแดง ลุงเนตรและทุกท่าน เอาใจเชียร์ให้ลุงเดินทางด้วยจักรยานได้โดยเร็วด้วยครับ ส่วนผม ตั้งแต่พรุ่งนี้ถึงวันอาทิตย์ที่ 11 ชวนลุงเดินเดินทางไปกาญครับ คงได้ความรู้เพิ่มเติมจากลุงเนตรอีกมากแน่ๆครับ เมื่อวันอาทิตย์ได้ไปปั่นตามรอยพระนาชดำริคลองลัดโพธิ์กับเพื่อนนักปั่นมาครับ


:) :D ยอดเยี่ยม ขอให้เดินทางด้วยความสนุกสนานและปลอดภัยตลอดการเดินทางครับ

ลุงเนตร เขียน:
""..สวัสดีครับ น้องแดง สารภี .. ขอบคุณมาก ที่ตอบให้ทราบ ครบถ้วนกระบวนความตามที่ถาม "โครงการนี้ ยิ่งใหญ่ โดยความคิดเห็นของพี่แต่ผู้เดีียวแล"..""
:) :D ขอบคุณครับ...ผมเกรงว่าคนอื่นเขามาอ่านเจอ เขาจะหมั่นไส้ผม ซึ่งไม่ต้องการให้เกิดประเด็น เป็นอันเข้าใจนะครับ"โครงการนี้ ยิ่งใหญ่ โดยความคิดเห็นของพี่แต่ผู้เดีียวแล" เป็นความคิดเห็นของคุณพี่เนตรเพียงคนเดียว...นะครับ ขอบพระคุณพี่มากครับที่ให้กำลังใจแบบล้นใจ :lol: :lol:


รูปภาพที่ภูแสงจันทร์ ได้เห็นปรากฏการณ์ท้องฟ้าแปลกตาคือ เมฆฟุ้งกระจายบางส่วนก็พาดผ่านท้องฟ้า ยืนสังเกตุเป็นนานจนอดไม่ไหวขอเก็บภาพมาเล่าสู่กันฟัง แต่ไหนแต่ไรคนโบราณ(พ่อ-แม่)เคยเล่าให้ฟังว่าถ้าเห็นท้องฟ้าปรากฏการณ์เช่นที่ว่า ระวังไว้ปีนี้จะหนาวหนัก สมัยเป็นเด็กบอกได้เลยครับอากาศภาคเหนือหนาวมาก ๆ ครับ ผมกับพี่สาวต้องนั่งผิงไฟทุกเช้าเสมอ ๆ ครอบครัวเราไม่ถึงกับยากจนนักแต่ก็ไม่ร่ำรวยพอที่จะหาเสื้อผ้าสวย ๆ หนา ๆ ใส่ กองไฟจึงดีที่สุดให้ความอบอุ่นได้ดี :lol: :lol:

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ

รูปภาพรูปภาพรูปภาพและเช้าวันนี้ที่ภูแสงจันทร์อุณภูมิ์ที่ ๑๔ องศาเซลเซียส เรียกว่าเย็น ๆ ครับ แต่ถ้าคนภาคอื่นก็เรียกว่าหนาวทีเดียว หนาวนี้ภาคเหนือน่าท่องเที่ยวมาก ๆ นะครับ ใครที่มีเวลาโปรดให้การสนับสนุนภาครัฐบาลที่รณรงค์เชิญชวนให้หันมาท่องเที่ยวเมืองไทย เชียงใหม่-เชียงราย ยินดีต้อนรับ เรามีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่สุดจะประทับใจ ยิ่งเดินทางด้วยจักรยานยิ่งมีความสุข หาเวลาให้กำไรกับชีวิตมาฝึกใช้ชีวิตแบบ Slow Life ท่านจะได้สัจธรรมนำมาสอนใจให้ชีวิตเต็มเปี่ยมกับคำว่า "มนุษย์" เรียนเชิญกันนะครับ :) :D

:shock: :shock:
อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 14-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 7-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ออกประกาศ 10 ธันวาคม 2559 05:00 น


คาดหมาย : ในช่วงวันที่ 10-14 ธ.ค. อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 15-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม. /ชม. ในวันที่ 15 ธ.ค. อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 14-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 7-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.

รูปภาพรูปภาพรูปภาพ
ภาพสามภาพที่แพร่หลายในโซเชียลมีเดียได้อารมณ์และเห็นความแตกต่าง พร้อมกับความช่างคิดของ "คน" แต่เมื่อเห็นแล้วทำให้สะท้อนและนึกถึงชีวิตเมื่อวัยเด็กตามที่เล่าให้ฟัง วันนี้เวลานี้ครอบครัวผมมีความสุขกว่าเมื่อวัยเด็ก ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อันเนื่องมาจาก การที่ผมสามารถหันหลังให้กับอบายมุขได้ทั้งหมดทั้งสิ้น ขอย้อนหลังไปในอดีตที่หลังจากเรียนจบและเข้าทำงาน ผมเกเรมาก ๆ ถึงขั้นเกือบถูกไล่ออกจากราชการ โชคดีเป็นของผมที่สมัยเด็ก ๆ ครอบครัวยังไม่ร่ำรวยคุณแม่เป็นคนธรรมะมาก ทุกวันพระคุณแม่จะพาผมกับพี่สาวไปวัดเสมอ ๆ สุดท้ายเมื่ออยู่ชั้น ป.๓ - ๔ ผมก็ได้ไปเป็นเด็กวัดอยู่วัดมาตลอดได้ถูกพระอาจารย์เคี่ยวเข็ญให้เรียนสวดมนต์ ฝึกนั่งภาวนาท่านสอนเรื่องบาปบุญคุณโทษเยอะครับ จนจบชั้น ป.๔ ผมอยากจะบวชแต่พ่อส่งเข้าไปเรียนใน อ.เมืองเชียงใหม่ ก็เริ่มห่างวัดคบเพื่อนใหม่เจอะเจอหลาย ๆ รูปแบบ ส่วนใหญ่แล้วคนรวย ๆ ทั้งนั้น

อาจจะด้วยวิบากกรรมที่ตามมาแต่อดีตชาติก็ไม่ว่ากัน แต่กรรมปัจจุบันนี่มันยิ่งรุนแรงร้ายกาจมากกว่า ช่วงรับราชการต้องเข้าสู่สนามรบการเข่นฆ่าถือเป็นเรื่องธรรมดา เราไม่ฆ่าเขาเขาก็ฆ่าเรา ตชด.เป็นชีวิตที่แสนจะรันทดมาก ๆ อยู่ฐานกันแค่ไม่เกิน ๑๐ กว่าคน ตกอยู่ในวงล้อมของข้าศึกตลอดเวลา ช่วงนั้นใครตายก่อนถือว่าโชคดีใครไม่ตายก็เตรียมตัวไม่วันใดก็วันหนึ่ง ช่วงนั้นถ้ามองย้อนอดีตก็สุด ๆ ของความห่างจากศีลธรรม สุรายาเมาคือเพื่อน นารีพาชีกีฬาบัตรคือความสนุกสนาน ผมเลวร้ายนับสิบ ๆ ปี จวบจนเจอพระอริยเจ้าท่านได้เมตตาช่วยมาดึงผมขึ้นจากนรกได้ จนกระทั่งกล้าประกาศตัวเองเกิดใหม่อีกครั้งเมื่อ ๑ มกราคม ๒๕๓๒ โดย เลิก ละอบายมุขทั้งหมดทั้งสิ้น หันหน้าเดินทางธรรมอย่างเร่งรีบ วิบากกรรมตามมาทวงคืนติด ๆ แทบเลือดตากระเด็น วันนี้เวลานี้ผมถือได้ว่าวิ่งหนีวิบากกรรมจนถึงที่สุด

กระทู้จักรยานธุดงค์ของ Thaimtb.com เป็นส่วนหนึ่งที่จุดประกายให้ผมได้สร้างบุญอันยิ่งใหญ่ ถึงวันนี้สามารถรวมเรื่องสร้างเป็นหนังสือเล่มใหญ่ได้อย่างน้อยเล่มหนึ่ง ซึ่งเป็นการทำให้ผมได้ทำตามคำสอนของครูบาอาจารย์ ที่ว่าให้นำธรรมะมาเผยแพร่เพื่อร่ำร้องให้ศีลธรรมกลับมาก่อนโลกาจะวินาศ นับได้จะย่างเข้าปีที่ ๓ แล้วละครับ(เหลืออีกเพียงเดือนเดียว ๕๕๕) บางส่วนของธรรมะได้ปรากฏในกระทู้ของ จักรยานธุดงค์นี้ ผมขอขอบคุณ Thaimtb.com ไว้ ณ ที่นี้เป็นอย่างสูงครับ

บุญใดที่ผมสร้างไว้ ณ จุดนี้ก็ขออุทิศมอบให้กับทุกท่านให้อยู่เย็นเป็นสุขกันถ้วนหน้า กรรมที่ผิดพลาดเมตตาอโหสิกรรมแก่ผมด้วย และเรียนเชิญให้หาเวลามาใช้ชีวิตแบบ Slow Life (มาปั่นจักรยานทางไกล)ปฏิบัติธรรมไปด้วยแล้วท่านจะพบกับสิ่งมหัศจรรย์เหมือนที่ผมได้เล่าให้ฟัง :) :D


:idea: :idea: “กมฺมุนา วตฺตติ โลโก กมฺมุนา วตฺตติ ปชา กมฺมนิ พนฺธนา สตฺตา รถสฺสาณีว ยายโต”

“โลกย่อมเป็นไปเพราะกรรมหมู่สัตว์ย่อมเป็นไปเพราะกรรมสัตว์ทั้งหลายถูกผูกไว้ในกรรมเหมือนลิ่มสลักของรถที่กำลังแล่นไปฉะนั้น” คำกล่าวขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้กล่าวไว้ สัตว์โลกทำสิ่งใดไว้สิ่งนั้นก็จะมีผลตามเสมอไม่ช้าก็เร็วเป็นดังกงกรรมกงเวียนวนอยู่เรื่อยเรื่อย

“กรรม” ตามหลักทางพระพุทธศาสนาก็คือการกระทำที่เกิดมาจากเหตุแห่งเจตนา และคำว่า “วิบาก”ผลที่เกิดขึ้นจากเหตุแห่งการกระทำกรรมนั้น เมื่อมีเหตุแห่งกรรมก็ต้องมีผลแห่งกรรมตามมาเช่นกันเพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นกรรมดี หรือ กรรมชั่วจะอยู่ติดตัวเราตลอดไป เพราะทั้งกรรมดีและกรรมชั่วจะคอยอยู่เคียงข้างเราไปตลอดโดยไม่แยกไปไหน แต่ก็ไม่มีวันที่กุศลจะล้างบาปออกไป

“ ดูก่อนปุณณะ กรรม ๔ ประการนี้… กรรมดำ มีวิบากดำมีอยู่ กรรมขาว มีวิบากขาว มีอยู่” กรรมทั้งดำทั้งขาว มีวิบากทั้งดำทั้งขาวมีอยู่ กรรมไม่ดำไม่ขาว มีวิบากไม่ดำไม่ขาวเป็นไปเพื่อความสิ้นกรรมมีอยู่” นั่นหมายถึงทั้งกรรมดำ กรรมขาวก็มีวิบากกรรมของตนเอง โดยสามารถแบ่งเป็นสองแบบได้คือ

กรรมดำ ก็คือแนวทางผลและการกระทำออกมาในด้านบวกร่วมถึงการเสนอตนเองให้กับผู้อื่นได้ชื่นชม
กรรมขาว เป็นแนวสองแนวทาง ทุกสิ่งในกรรมขาวล้วนมาจากการไม่เบียดเบียนผู้ใด ผลกระทำดังกล่าวทำให้ตนมีสุขและสังคมก็มีสุข
๓ กรรมทั้งดำทั้งขาว เป็นผลแห่งการกระทำที่มีทั้งเบียดเบียนและไม่เบียดเบียนบ้างทำให้ผลกรรมออกผลลัพธ์มากลางกลาง มีทั้งสุขและทุกข์ปนกันไป
๔ กรรมไม่ดำไม่ขาว เป็นกรรมของพระอรหันต์ผู้ซึ่งละแล้วด้วยกรรมทั้งปวง

วิบากกรรมนั้น ไม่ว่าจะเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่ว ไม่ว่าจะเป็นกุศลหรืออกุศล การฝึกฝนให้ข่มจิตใจละทิ้งวิบากกรรมในอดีตไม่ว่าชาติก่อนหน้าหรือชาตินี้ไม่ว่าผลอะไรจะเกิดตามมาก็ต้องรับมือให้จงได้เพราะเป็นสิ่งที่เราสร้างสะสมมา โดยมีส่วนประกอบมาจากเหตุและผลทั้งสิ้น ในเมื่อมีเหตุแห่งการกระทำย่อมมีผลลัพธ์แห่งการกระทำเช่นกัน

แต่เท่าที่หลายคนทราบและพอจะเข้าใจกับคำว่า “วิบากกรรม” นั้นก็คือการเจอแต่สิ่งร้ายร้ายสิ่งแย่ๆ ไม่ว่าจะเป็นความยากจน ตกงาน อุบัติเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่าอาจจะเกิดมาจากวิบากกรรมที่เคยสะสมมาหรือไม่นั้นไม่สำคัญ เพราะไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้อีก มีเพียงกลับมามองที่ปลายทางว่าทำไมถึงเกิดเหตุนี้ และนำมาวิเคราะห์หาข้อแก้ไขจะดีกว่าทนทุกข์ทรมานกับการนั่งจมอยู่กับผลกรรมนั้น การที่ได้แก้ปัญหาที่เป็นเหตุแห่งกรรมอาจจะช่วยให้วิบากกรรมที่เจอค่อยค่อยคลายไปที่ละน้อยก็เป็นไปได้ :) :D


:) :D การแก้กรรมที่ดีที่สุดคือสร้างกุศล(ความดี)ด้วยบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ อันเริ่มแต่ ทาน ศีล ภาวนา ดังเช่นที่ผมได้กระทำมาโดยตลอด การไปรดน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์กับเกจิอาจารย์ แต่ตนเองไม่สร้าง กรรมดี เลย บอกได้คำเดียวว่า "เปล่าประโยชน์ครับ" จงสร้างแต่กรรมดีเพื่อหนีวิบากกรรม และเป็นทุนหนุนนำอนาคต อย่าไปหลงงมงายกับการสะเดาะเคราะห์แก้กรรมแบบคนปัญญาอ่อนกันเลยดีกว่าครับ ผิดพลาดกราบอภัยครับ :) :D
viewtopic.php?f=72&t=890159 ......จักรยานธุดงค์.......

viewtopic.php?f=188&t=745024 ....เวียตนาม....

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 12 ธ.ค. 2016, 07:46

"......ครับ.........สาธุ........ครับ.........."
แนบไฟล์
20161210_101822.jpg
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย NOKNICE » 13 ธ.ค. 2016, 09:30

สวัสดีลุงแดง และทุกท่านครับ

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 14 ธ.ค. 2016, 07:24

..สวัสดี น้องแดง หลานนก สบายดี..
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 18 ธ.ค. 2016, 05:52

:) :D อรุณสวัสดิ์ครับ พี่เนตรหลานนกตลอดจนท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ ช่วงนี้มีโอกาสดีที่ได้ไปรำลึกความหลัง ณ ที่ห้วยฮ่องไคร้ซึ่งเขาได้จัดงานรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของ ร.๙ ตั้งแต่ ๑๑ - ๑๗ ธ.ค. วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วล่ะครับ โชคดีเป็นสองชั้นที่เรามีโอกาสได้ไปพักแรมที่บริเวณพุทธมณฑลจังหวัดเชียงใหม่ที่พวกเราใฝ่ฝันและติดค้างกันมานานกับสถานที่แห่งนี้ ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสทองที่ได้สานฝันของเราให้เป็นผลสำเร็จ แต่ในความสมหวังก็มีความผิดหวังตามมาเป็นสัจธรรม :( :(

รูปภาพ

รูปภาพสองภาพที่เห็นเป็นภาพเก่าที่ทีมรักรถรักธรรมของเรา ได้พากันไปเที่ยวชมห้วยฮ่องไคร้และพักแรมที่นั่น แต่ครั้งนี้ทีมเราขาด ลุงดม ไปหนึ่งคนสาเหตุท่านเสียชีวิตไปเมื่อปลายเดือนกันยายนของปีนี้ และในวันที่ ๒๕ ธ.ค.ที่จะถึงนี้ก็จะครบ ๑๐๐ วัน และนี่ก็คือสาเหตุที่ผมกล่าวว่า "ในความสมหวังก็มีความผิดหวัง" ผิดหวังที่สมาชิกอันเป็นที่รักของเราต้องมาขาดหายไปหนึ่งคน ลุงดมแกเป็นเกษตรกรแกชอบ รัก ที่จะมาเรียนรู้ในศูนย์ห้วยฮ่องไคร้เสมอ ๆ

:idea: :idea: ขออนุญาตุคุยเรื่องความตายสักนิดครับ ความตายเป็นเพียงจุดสิ้นสุดของชีวิตในภพภูมิหนึ่งๆ เท่านั้น และความตายนี้ย่อมเป็นสิ่งที่น่ากลัวและไม่น่าปรารถนาของสรรพสัตว์ แต่ไม่ว่าเราจะปรารถนาหรือไม่ก็ตามเราทุกคนล้วนแต่ต้องตาย ในเมื่อเราทุกคนต้องตาย เราจึงควรมาศึกษาเรื่องความตายกันดีกว่า เพื่อความปลอดภัยในภพเบื้องหน้าอันเป็นชีวิตใหม่หลังความตาย

คำว่า “มรณะ” แปลว่า ความตาย นี้ มีศัพท์ทางวิชาการที่หมายถึงความตายหลายศัพท์ด้วยกันขึ้นอยู่กับฐานะและประเภทของบุคคล เช่น จุติ ดับ ทำกาละ แตกกายลำลายขันธ์ การทิ้งร่างเก่า มรณภาพ อสัญกรรม อนิจกรรม นิพพาน ปรินิพพานเป็นต้น ในพระคัมภีร์พุทธศาสน์ได้ให้ความหมายไว้หลายอย่างด้วยกัน คือ

“ความเคลื่อน ภาวะของความเคลื่อน ความแตกทลาย ความหายไป มฤตยู ความทำกาละ ความทำลายแห่งขันธ์ (๕) ความทอดทิ้งซากศพไว้ ความขาดแห่งชีวิตินทรีย์ จากหมู่สัตว์นั้นๆ ของเหล่าสัตว์ นั้นๆ นี้เรียกว่า มรณะ” ๑ (ความหมายตามพระสูตร)

“ความสิ้นไป ความเสื่อมไป ความแตก ความทำลาน ความไม่เที่ยง ความหายไป แห่งธรรมเหล่านั้น นี้เรียกว่า มรณะ” ๒ (ความหมายตามพระอภิธรรม)

“อายุ ไออุ่น และวิญญาณ ละกายนี้ไปเมื่อใด เมื่อนั้น กายนี้จะถูกเขาทอดทิ้ง นอนอยู่ ไม่มีจิตใจ เป็นเหยื่อของสัตว์” ๓ หมายความว่า เครื่องปรุงชีวิต 3 ประการ คือ อายุ ไออุ่น และวิญญาณ ละกายนี้ไปเมื่อใด สัตว์ก็ชื่อว่า “ตาย” เมื่อนั้น

จาก : ๑ ที.มหา.มหาสติปัฏฐานสูตร 14/2332 ๒ อภิ.วิ. 77/282 ๓ สํ.ขนฺธ.เผณุปิณฑิกสูตรที่ ๓ 27/319

ความตายแบ่งเป็น ๓ ประเภท คือ

๑. ขณิกมรณะ หมายถึง ความดับของรูปนามที่เรียกว่า ภังคขณะ (รูปนามมีอาการ ๓ คือ อุปปาทะ ฐีติ ภังคะ แปลว่า ความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป) แม้สัตว์ยังมีชีวิตอยู่แต่รูปนามก็เกิดดับตลอดเวลา

๒. สมมติมรณะ หมายถึง การของคน สัตว์ ต้นไม้ อันเป็นโวหารของชาวโลกที่ใช้เรียกกัน ทั่วๆ ไป แต่โดยปรมัตถ์ที่เพ่งถึงแก่นแท้แล้ว ไม่มีสัตว์ตาย และต้นไม้ก็ไม่มีชีวิตินทรีย์มีแต่อุตุชรูปเท่านั้น

๓.สมุจเฉทมรณะ หมายถึง การปรินิพพานของท่านผู้สิ้นอาสวะ มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้น

ความตาย หมายถึง การสิ้นชีวิตนี้ มีเหตุที่ทำให้ปรากฏเกิดขึ้น ๔ ประการ คือ

๑. อายุกขยระมรณะ ได้แก่ ตายเพราะสิ้นอายุ

๒. กัมมักขยะมรณะ ได้แก่ ตายเพราะสิ้นกรรม

๓. อุภยักขยะมรณะ ได้แก่ ตายเพราะสิ้นทั้งอายุและกรรมทั้งสองพร้อมกัน

๔. อุปัจเฉทกมรณะ ได้แก่ ตายเพราะกรรมเข้าไปตัดรอน


:) :D ก็ขอให้วิญญาณลุงดมสู่สุคติสัมปรายภพ สำหรับการเดินทางทุกครั้งเราก็จะมี ลุงดม ปั่นตามเราไปตลอดเวลาเรียกว่าเราไม่ทิ้งกัน และมีสิ่งเหลือเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อว่า "ลุงดมแกตามพวกเราไปจริง ๆ " ตามไปครับผมจะค่อย ๆ เรียงลำดับเล่าให้ฟังครับ :) :D
viewtopic.php?f=72&t=890159 ......จักรยานธุดงค์.......

viewtopic.php?f=188&t=745024 ....เวียตนาม....

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 18 ธ.ค. 2016, 08:29

"..สวัสดีครับ ยินดีด้วย ขอบคุณครับ.."
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 21 ธ.ค. 2016, 03:55

รูปภาพทุกครั้งที่นัดหมายก่อนออกเดินทาง ลุงดมแกจะมาถึงบ้านก่อนเสมอ ๆ แต่วันนี้วันที่ลุงดมต้องอำลาสู่ภพอื่น เราเหมือนจะขาดอะไรสักอย่าง แต่ช่วงเช้าแปลกมากอยู่ดี ๆ ตอนตี ๕ เสียงหมาเห่าหน้าบ้าน(ที่บ้านไม่เลี้ยงหมา)เสียงที่เห่าก็แปลกอีกเพราะ เหมือนกับเสียงหมาของตัวเองที่เคยเลี้ยงไว้ ๔ ตัว ตอนนี้เขาก็จากเราไปแล้ว ตั้งแต่เขาจากไปเราสัญญากันว่าจะไม่เลี้ยงอีกแล้ว(พอ)อุปาทานที่ยากจะเข้าใจ หรือลุงดมแกมาเรียกให้เราตื่น ๆ ก็เป็นได้ :lol: :lol:

รูปภาพ

รูปภาพ นัดหมายกับลุงป๊อกที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.แรกบนถนนเส้นทาง ๑๑๘ มุ่งสู่ อ.ดอยสะเก็ด เมื่อเรา ๒ คนไปถึงลุงป๊อกนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เราแวะทำธุระก่อนออกเดินทางหาซื้อของใน ๗-๑๑ อีกเล็กน้อย พักหลังมานี้จะเห็นการออกมาต่อต้านร้านค้าในเครือของ ซีพี กันมากเมื่อคิด ๆ ๆ ๆ ผมก็เคยคล้อยตามแต่เมื่อคิดด้วยเหตุ-ผล จึงอยากจะเตือนสติว่า "อะไรที่มันสบาย ๆ ไม่เดือดร้อนก็ทำไปเถอะครับ" แต่ก่อนแต่ไรเรามีโชห่วยแต่จำกันได้ไหมโชห่วยก็ทำให้เราช้ำใจมากพอ ผมเคยตะโกนด่าเจ็กร้านโชห่วยว่า"วันหนึ่งมึงเจ๊ง" ซึ่งวันนั้นก็มาถึงแล้ว เช่นกันร้านสดวกซื้อทั้งหลายเหล่านี้หากแม้นว่า ไม่ซื่อสัตย์ยุติธรรมกับลูกค้า ไม่ช้า เวร-กรรม ก็จะตามสนองเหมือนร้านโชห่วยที่เคยเอาเปรียบพวกเรามาแต่ครั้งก่อน ๆ สรุป "Don't be serious" ครับ ธรรมะจะจัดสรรเองครับทุกอย่างในโลก ไม่เที่ยงแท้แน่นอน เกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไปครับ :lol: :lol:

รูปภาพรูปภาพเราปั่นกันมาตามเส้นทางสาย ๑๑๘ เป็นเส้นทางที่ไปเชียงรายผ่าน อ.ดอยสะเก็ด ที่ดอยสะเก็ดปัจจุบันนี้วัดพระธาตุเชิงดอยไม่ธรรมดาแล้วล่ะครับ พัฒนาปรับปรุงขนานใหญ่กลายเป็นที่ปฏิบัติธรรมที่ขึ้นชื่อท่านพระครูเจ้าอาวาสท่านเอาใจใส่ต่อกิจการพระศาสนาอย่างแท้จริง ใครที่สนใจจะปฏิบัติธรรมก็เรียนเชิญได้ครับสถานที่กว้างขวางรับผู้ปฏิบัติได้เป็นหลักร้อย

เราปั่นผ่านเลยห้วยฮ่องไคร้เพื่อไปพุทธมณฑลก่อน เพราะเวลาเหลือเฟือเมื่อเราถึงยังพุทธมณฑล ได้กราบท่านเจ้าอาวาสพระครูสิน ท่านเมตตามาก ๆ เชิญชวนให้เรากางเต้นท์รับลมหนาวที่พุทธมณฑล พร้อมแนะนำให้พากันไปเยี่ยมชมสถานที่ก่อสร้างมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ประจำจังหวัดเชียงใหม่ในเนื้อที่ ๙๐๐ กว่าไร่ เป็นอันว่าเราต้องรับคำเชิญและได้ไปเยี่ยมชมการก่อสร้างอาคารเรียน ดีใจมาก ๆ ครับที่เราไปถนนหนทางยังไม่ได้ลาดยางเป็นหลุมบ่อ สูงชันอันตรายพอควรอยู่ลึกเข้าไปอีกประมาณ ๒-๓ กม.ไม่ช้าเมื่อความเจริญเข้าถึงสภาพแบบที่เราเจอก็จะหายไป เราโชคดีครับ :) :D


รูปภาพรูปภาพก่อนจะออกสำรวจพื้นที่เราขอชงชา กาแฟ สนทนากันสักพักเป็นการเติมพลังและเพิ่มอรรถรสให้กับชีวิต การคุยด้วยสาระย่อมยังประโยชน์อย่างยิ่งครับ :) :)

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ

ผมพูดถึงคำว่าอุปาทาน อุปาทานแปลว่าอะไร ในพจนานุกรมเขาอธิบายว่า อุปาทาน[อุปาทาน อุบปาทาน] น. การยึดมั่นถือมั่น การนึกเอาเองแล้วยึดมั่นถือมั่นว่าจะต้องเป็นอย่างนั้น ๆ. (ป.). ทีนี้เรามาดูผู้รู้ท่านตอบคำว่า อุปาทาน มันคนละเรื่องกับที่เราเข้าใจเลยละครับ เสียเวลาศึกษาสักนิดนะครับเอาบุญจากการศึกษาธรรม :)



:idea: :idea: ปรัศนี: มีผู้กล่าวว่า สิ่งที่เรียกว่า "อุปาทาน" ความยึดมั่นถือมั่นในตัณหาต่างๆ นี่มันเป็นไปได้อย่างไรกันครับ ตัณหาเป็นอารมณ์แห่งความยึดมั่นถือมั่นหรือครับ?

พุทธทาส: นี่คนถามมันพูดคนละภาษาเสียแล้ว ไม่ต้องตอบ เขาพูดว่า อุปาทานคือความยึดมั่นในตัณหาต่างๆ นี้มันไม่ใช่ภาษาพุทธศาสนา คนที่มันไม่รู้ภาษาพุทธศาสนา มันจึงถามอย่างนี้ "อุปาทาน" ไม่ได้ยึดมั่นในตัณหา อุปาทานมันก็ยึดมั่นในวัตถุแห่งอุปาทาน คือกาม คือทิฎฐิ คือศีลและพรต และความเห็นว่าตัวตน ตัณหาเป็นเหตุให้เกิดอุปาทาน ไม่ใช่อุปาทานมายึดมั่นในตัณหา มันพูดผิดไปเสียแล้ว มันเป็นคนพูดไม่รู้ภาษาพุทธศาสนาแล้ว ไม่ต้องตอบก็ได้ เพราะมันไม่รู้ภาษา มันตั้งคำถามผิด ตัณหาไม่ได้เป็นอารมณ์แห่งอุปาทาน ตัณหาเป็นปัจจัยให้เกิดอุปาทาน แล้วอุปาทานก็ยึดมั่นในกาม เป็นกามปาทาน ยึดมั่นในความคิดเห็น เป็นทิฏฐิปทาน ยึดมั่นในอัตตาว่าตัวกู-ของกู เป็นอัตตวาทุปาทาน ทั้งนั้น ทุกเรื่องเลย ร้อยเรื่องพันเรื่อง ถ้ายึดถือเอาผิดวัตถุประสงค์แล้วเป็น สีลัพพตุปาทานทั้งนั้น เรามาบวชเป็นพระเป็นเณรนี้ มันก็เป็นสีลัพพตุปาทาน ที่นึกว่าได้บวชพระบวชเณรแล้วก็จะได้วิเศษจะได้ศักดิ์สิทธิ์อะไรทำนองนี้

สรุปความสั้นๆ ว่า ยึดถือศีล หรือวัตรนั้นๆ ผิดวัตถุประสงค์อันแท้จริง นี่ไปยึดถือเอาอย่างนั้น แล้วเป็นสีลัพพตุปาทานหมด แม้ในสิ่งที่เรียกว่า พุทธศาสนาที่ปฏิบัติกันอยู่ในวงพุทธบริษัทนี่ ถ้าไปยึดถือผิด ผิดความจริง ผิดตัวจริง ผิดของจริง ก็เป็นสีลัพพตุปาทาน ส่วนที่มันอยู่ในศาสนาอื่นนั้น อย่าไปกลัวเลย มันก็ไม่ยึดถือ เราก็ไม่ชอบอยู่แล้ว จะไปยึดถืออะไรกัน เพราะมันเป็นศาสนาอื่น จัดเป็นพวกอื่นเสียแล้ว มันก็ไม่มีเรื่องอะไรจะต้องไปยึดถือ แต่ระวังให้ดีที่มันมาอยู่ในพุทธศาสนาเรานี้ มันจะเป็นที่ตั้งแห่งความยึดถือ เมื่อเราเข้าใจผิดในการกระทำนั้นๆ การทำบุญกุศล มีร้อยอย่าง พันอย่าง ถ้ายึดถือผิดเป็นสีลัพพตปรามาส การเจริญศีล เจริญสมาธิภาวนาวิปัสสนา แม้แต่วิปัสสนานี้ ถ้ายึดถือผิดตัวจริง ผิดมุ่งหมายอันแท้จริง กลายเป็นเรื่องขลัง เรื่องศักดิ์สิทธิ์ ก็เป็นสีลัพพตุปาทาน แล้วก็จะมีอยู่เป็นอันมาก เวลานี้ทำเป็น "สีลัพพตุปาทาน" ไปหมดในเรื่องทานเรื่องศีล เรื่องสมาธิ เรื่องภาวนา เรื่องปัญญา จึงตอบว่าไม่ต้องกลัว ภายนอกพระพุทธศาสนานั้นไม่เข้ามารบกวนเรา ที่มันมีอยู่ในพุทธศาสนาเรานี้แหละ ระวังให้ดี อย่าไปลูบคลำให้ผิดๆ ให้มันกลายเป็นสีลัพพตุปาทานไปเสีย ให้ถือเอาให้ถูกวัตถุประสงค์ของทาน รักษาศีลก็ให้ถูกวัตถุประสงค์ของศีล เจริญสมาธิปัญญา ก็ให้ถูกวัตถุประสงค์ของสมาธิปัญญา แล้วก็จะไม่เป็นสีลัพพตุปาทานขึ้นในพุทธศาสนา มีอะไรต่อไปอีก...

คัดบางตอนจากหนังสือดอกโมกข์ ฉบับพิเศษ พุทธทาสวจนา พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๙๗-๑๙๘
viewtopic.php?f=72&t=890159 ......จักรยานธุดงค์.......

viewtopic.php?f=188&t=745024 ....เวียตนาม....

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย NOKNICE » 21 ธ.ค. 2016, 12:43

สวัสดีครับลุงแดง ลุงเนตรและทุกท่าน


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 2 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน