*.."ลุงเนตรคุย" - "เชิญ..คุยกับลุงเนตร".."..(บันทึกเพื่อความทรงจำ).."..*

ห้องนี้เทียบได้กับ "ห้องนั่งเล่น" ในกระดานเดิมนะครับ

Re: *.."ลุงเนตรคุย" - "เชิญ..คุยกับลุงเนตร".."..(บันทึกเพื่อความทรงจำ).."..*

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 17 พ.ค. 2019, 09:55

Deang-sarapee เขียน:
ลุงเนตร เขียน:
Deang-sarapee เขียน:
:) :D อรุณสวัสดิ์ครับคุณพี่...เบื่ออะไรครับ แถลงไขให้น้อง ๆ ฟังครับ :lol: :lol:


--------------------------------------------------------------------------------------

"..อรุณสวัสดิ์ครับคุณน้อง..ขอบคุณมากที่เข้ามาถามไถ่ด้วยจิตบริสุทธิ์ผูกพัน..ขอแถลงให้ทราบถึงสิ่งที่เบื่อคือ "เบื่อความสบาย" และเมื่อเห็น ๒ ภาพ "เบื่อ" นั้นแล้ว ได้คิดต่อไปว่า "เบื่อความสบาย
ก็ไปหาความลำบาก..เมื่อเบื่อความสบายและความลำบากก็ต้องไปจากโลก" แล.."

:lol: :lol: อรุณสวัสด์ครับ คุณพี่ที่เคารพอย่างสูง ขอบิณฑบาตรสักครั้งนะครับ "ขอให้อยู่ให้ถึง ๑๐๐ เป็นอย่างน้อยและอยู่แบบ ๑๐๐ ที่มี มีคุณภาพ จะได้เป็นแบบอย่างและกำลังใจให้กับมวลมหาสมาชิกของพี่ครับ" :) :D


-----------------------------------------------------------------------------------------

"..สวัสดีครับ ../.. ใส่บาตรให้โดยดุฏฎี จะอยู่ให้ถึงร้อยปีอย่างมีคุณภาพตามที่ขอ พยายามทำอยู่ทุกวันแล้ว ดังนี้..

*..การวิจัยที่ยาวนานถึง 76 ปี ปรากฏผลแล้วว่า "สิ่งที่ทำให้คนพ้นจากทุกข์ โศรก โรค ภัย รัก โลภ โกรธ หลง เหนื่อย หิว เจ็บ ปวด เมื่อยล้า อยาก และทุกสิ่งอย่างประดามีที่คนได้รับระหว่างมีชีวิต ก็คือ..ความตาย ดังนั้น "ความตาย" จึงไม่น่าจะกล่าวว่าเป็นเรื่องไม่ดี..(เสียทีเดียว)..*

(ผมเริ่มมานานพอสมควรในการทำใจให้ตายก่อนตัวอยู่เนืองๆ แล้วไม่วิตกกังวล จนทุกข์)


"..02.30 น.

..แต่ถึงแม้ผลการวิจัยที่ใช้เวลายาวนานถึง ๗๖ ปี ออกมาแล้วว่า ความตายนั้นมิได้เลวร้ายอะไร เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องตาย ดังโพสก่อนหน้านี้แล้วนั้นก็ตาม..

..ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าจะตายกันได้ง่าย ๆ ต้องแก่ ต้องป่วย ต้องได้รับอุบัติเหตุก่อน อันภาวะแก่และป่วยนั้น อนุมานได้ว่าเป็นภาวะที่เลวร้ายกว่าความตาย..

..ผมจึงพยายามหลีกเลี่ยงภาวะนั้นด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันเพื่อสร้างเสริมสุขภาพให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี ไม่ป่วย อาทิเช่น ช่วงเช้าเมื่อวานนี้..เริ่มตั้งแต่รู้สึกตัวตื่นบนที่นอนเริ่มบริหารขาด้วยการนอนเตะอากาศด้วยขาซ้ายขวาข้างละ 30 ครั้ง แล้วถีบอากาศข้างละ 30 ครั้ง, นอนยกเท้าชี้ฟ้านานนับ 1-30 แล้วดึงเข่าทั้งสองข้างเข้าหาหน้าอกนานนับ 1-30 ต่อด้วยการบีบนวดนิ้วทั้ง 10 นิ้วละ ๒๐ ครั้ง, กำ-แบมือทั้งสองข้าง ๆ ละ ๓๐ ครั้ง, กระดิกนิ้วทั้งสองมือรัวเร็วนานนับ ๑-๓๐, สะบัดข้อมือทั้งสองข้างนานนับ ๑-๓๐, งอพับแขนทั้งสองข้าง ๓๐ ครั้ง, ใช้มือบีบเครื่องมือทำให้นิ้วทั้ง ๑๐ แข็งแรง ข้างละ ๕ เซท ๆ ละ ๒๐ ครั้ง, ซิทอัพทำให้กล้ามท้องแข็งแรง ๔๙ ครั้ง, คุกเข่าท้าวแขนทั้งสองกับพื้นย่อลง-ดันขึ้น ๑๐๐ ครั้ง, ยกดัมเบลหนัก ๖ ก.ก. ๖ ท่า ๆ ละ ๑๕ ครั้ง, ปั่นเทรนเนอร์ ๖๐ นาที (เข้าเฟส,ไลน์ ขณะปั่นเพลินดี ตัดปัญหาการเบื่อไปได้) + ยืน-ย่อลงนั่งยอง-ยืน 15 ครั้ง..

..เสร็จประมาณ ๐๘.๐๐ น. ทานอาหารมื้อเช้า แล้วพักผ่อน กลางวัน ๑๑.๐๐ น. นอน ๑๕.๐๐ น. ตื่น เปิดคอมฯเข้าเนท จน ๑๗.๐๐ น. ปั่นจักรยานไปสนามกีฬาภูติอนันต์ ๒ อยู่ในบริเวณกรมสรรพาวุธ ทหารเรือ บางนา ห่างบ้าน 1500 เมตร ลงสระว่ายน้ำ ๕๐๐ เมตร ไม่ได้ว่ายมานานแรมปี เดินผ่านตลาดนัดซื้อของทานเล่น สาคูใส้หมู ๑ กล่อง ๒๐ บาท, ข้าวเกรียบปากหม้อ ๑ กล่อง ๒๐ บาท, ยำปลาดุกฟู ๑ กล่อง ๔๐ บาท, ขนมถ้วย ๑ กล่อง ๒๐ บาท กลับถึงบ้าน นั่งโต๊ะอาหาร ดื่ม กิน คุย กับภรรยาและลูกชายรู้สึกดีที่ใจและร่างกายจังแล..

..การออกกำลังกายนั้น เป็นการดูแลร่างกายตัวเองก่อนป่วยแล้วไปให้หมอดูแลรักษา ตกอยู่ในภาวะหายก็ไม่แข็งแรง ไม่หายก็ตายไป ขณะเดียวกันก็เป็นการกระทำที่แสดงออกถึงความรักร่างกายตัวเอง ระหว่างมีชีวิตอยู่ทุกคนต้องใช้ร่างกายทำกิจวัตรประจำวัน อวัยวะต่างๆเสื่อมโทรมสึกหรอ ต้องทนุบำรุงด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ จึงจะมีชีวิตอยู่กับร่างกายที่มีสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วย สามารถทำกิจวัตรประจำวันและทุกสิ่งอย่างตามต้องการได้ด้วยดีไปตลอดชีวิตนั่นแล.." 04.15 น.


(ขออนุญาตก๊อปภาพมาประกอบเรื่องด้วยครับ.)
แนบไฟล์
3038230.jpg
3040230.jpg
อินทนนท์๒๑๕.JPG
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: *.."ลุงเนตรคุย" - "เชิญ..คุยกับลุงเนตร".."..(บันทึกเพื่อความทรงจำ).."..*

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 17 พ.ค. 2019, 10:03

"..บันทึก พุธ ๑๕ พ.ค.๖๒ - ไม่ได้ไปไหนออกกำลังกายอยู่กับบ้านตามนี้.-

*..การวิจัยที่ยาวนานถึง 76 ปี ปรากฏผลแล้วว่า "สิ่งที่ทำให้คนพ้นจากทุกข์ โศรก โรค ภัย รัก โลภ โกรธ หลง เหนื่อย หิว เจ็บ ปวด เมื่อยล้า อยาก และทุกสิ่งอย่างประดามีที่คนได้รับระหว่างมีชีวิต ก็คือ..ความตาย ดังนั้น "ความตาย" จึงไม่น่าจะกล่าวว่าเป็นเรื่องไม่ดี..(เสียทีเดียว)..*

(ผมเริ่มมานานพอสมควรในการทำใจให้ตายก่อนตัวอยู่เนืองๆ แล้วไม่วิตกกังวล จนทุกข์)
"..02.30 น.

..แต่ถึงแม้ผลการวิจัยที่ใช้เวลายาวนานถึง ๗๖ ปี ออกมาแล้วว่า ความตายนั้นมิได้เลวร้ายอะไร เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องตาย ดังโพสก่อนหน้านี้แล้วนั้นก็ตาม..

..ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าจะตายกันได้ง่าย ๆ ต้องแก่ ต้องป่วย ต้องได้รับอุบัติเหตุก่อน อันภาวะแก่และป่วยนั้น อนุมานได้ว่าเป็นภาวะที่เลวร้ายกว่าความตาย..

..ผมจึงพยายามหลีกเลี่ยงภาวะนั้นด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันเพื่อสร้างเสริมสุขภาพให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี ไม่ป่วย อาทิเช่น ช่วงเช้าเมื่อวานนี้..เริ่มตั้งแต่รู้สึกตัวตื่นบนที่นอนเริ่มบริหารขาด้วยการนอนเตะอากาศด้วยขาซ้ายขวาข้างละ 30 ครั้ง แล้วถีบอากาศข้างละ 30 ครั้ง, นอนยกเท้าชี้ฟ้านานนับ 1-30 แล้วดึงเข่าทั้งสองข้างเข้าหาหน้าอกนานนับ 1-30 ต่อด้วยการบีบนวดนิ้วทั้ง 10 นิ้วละ ๒๐ ครั้ง, กำ-แบมือทั้งสองข้าง ๆ ละ ๓๐ ครั้ง, กระดิกนิ้วทั้งสองมือรัวเร็วนานนับ ๑-๓๐, สะบัดข้อมือทั้งสองข้างนานนับ ๑-๓๐, งอพับแขนทั้งสองข้าง ๓๐ ครั้ง, ใช้มือบีบเครื่องมือทำให้นิ้วทั้ง ๑๐ แข็งแรง ข้างละ ๕ เซท ๆ ละ ๒๐ ครั้ง, ซิทอัพทำให้กล้ามท้องแข็งแรง ๔๙ ครั้ง, คุกเข่าท้าวแขนทั้งสองกับพื้นย่อลง-ดันขึ้น ๑๐๐ ครั้ง, ยกดัมเบลหนัก ๖ ก.ก. ๖ ท่า ๆ ละ ๑๕ ครั้ง, ปั่นเทรนเนอร์ ๖๐ นาที (เข้าเฟส,ไลน์ ขณะปั่นเพลินดี ตัดปัญหาการเบื่อไปได้) + ยืน-ย่อลงนั่งยอง-ยืน 15 ครั้ง..

..เสร็จประมาณ ๐๘.๐๐ น. ทานอาหารมื้อเช้า แล้วพักผ่อน กลางวัน ๑๑.๐๐ น. นอน ๑๕.๐๐ น. ตื่น เปิดคอมฯเข้าเนท จน ๑๗.๐๐ น. ปั่นจักรยานไปสนามกีฬาภูติอนันต์ ๒ อยู่ในบริเวณกรมสรรพาวุธ ทหารเรือ บางนา ห่างบ้าน 1500 เมตร ลงสระว่ายน้ำ ๕๐๐ เมตร ไม่ได้ว่ายมานานแรมปี เดินผ่านตลาดนัดซื้อของทานเล่น สาคูใส้หมู ๑ กล่อง ๒๐ บาท, ข้าวเกรียบปากหม้อ ๑ กล่อง ๒๐ บาท, ยำปลาดุกฟู ๑ กล่อง ๔๐ บาท, ขนมถ้วย ๑ กล่อง ๒๐ บาท กลับถึงบ้าน นั่งโต๊ะอาหาร ดื่ม กิน คุย กับภรรยาและลูกชายรู้สึกดีที่ใจและร่างกายจังแล..

..การออกกำลังกายนั้น เป็นการดูแลร่างกายตัวเองก่อนป่วยแล้วไปให้หมอดูแลรักษา ตกอยู่ในภาวะหายก็ไม่แข็งแรง ไม่หายก็ตายไป ขณะเดียวกันก็เป็นการกระทำที่แสดงออกถึงความรักร่างกายตัวเอง ระหว่างมีชีวิตอยู่ทุกคนต้องใช้ร่างกายทำกิจวัตรประจำวัน อวัยวะต่างๆเสื่อมโทรมสึกหรอ ต้องทนุบำรุงด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ จึงจะมีชีวิตอยู่กับร่างกายที่มีสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วย สามารถทำกิจวัตรประจำวันและทุกสิ่งอย่างตามต้องการได้ด้วยดีไปตลอดชีวิตนั่นแล.." 04.15 น.


(****เริ่มว่ายน้ำวันแรก จากที่หยุดว่ายมาเป็นแรมปี วันนี้ว่าย ๕๐๐ เมตร หยุดทุก ๆ ๕๐ เมตร****)
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: *.."ลุงเนตรคุย" - "เชิญ..คุยกับลุงเนตร".."..(บันทึกเพื่อความทรงจำ).."..*

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 17 พ.ค. 2019, 10:11

"..บันทึก พฤหัสบดีที่ ๑๖ พ.ค.๖๒ - ออกกำลังกาย และพักผ่อนอยู่ที่บ้าน เหมือนเมื่อวาน เพิ่มว่ายน้ำจาก ๕๐๐ เป็น ๗๐๐ เมตร พักทุก ๑๐๐ เมตร สบายดี.."
แก้ไขล่าสุดโดย ลุงเนตร เมื่อ 18 พ.ค. 2019, 16:50, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: *.."ลุงเนตรคุย" - "เชิญ..คุยกับลุงเนตร".."..(บันทึกเพื่อความทรงจำ).."..*

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 18 พ.ค. 2019, 16:44

"..ศุกร์ ๑๗ พ.ค.๖๒ - ออกกำลังกายเหมือนวันวาน ช่วงเช้าเมื่อวานนี้..เริ่มตั้งแต่รู้สึกตัวตื่นบนที่นอนเริ่มบริหารขาด้วยการนอนเตะอากาศด้วยขาซ้ายขวาข้างละ 30 ครั้ง แล้วถีบอากาศข้างละ 30 ครั้ง, นอนยกเท้าชี้ฟ้านานนับ 1-30 แล้วดึงเข่าทั้งสองข้างเข้าหาหน้าอกนานนับ 1-30 ต่อด้วยการบีบนวดนิ้วทั้ง 10 นิ้วละ ๒๐ ครั้ง, กำ-แบมือทั้งสองข้าง ๆ ละ ๓๐ ครั้ง, กระดิกนิ้วทั้งสองมือรัวเร็วนานนับ ๑-๓๐, สะบัดข้อมือทั้งสองข้างนานนับ ๑-๓๐, งอพับแขนทั้งสองข้าง ๓๐ ครั้ง, ใช้มือบีบเครื่องมือทำให้นิ้วทั้ง ๑๐ แข็งแรง ข้างละ ๕ เซท ๆ ละ ๒๐ ครั้ง, ซิทอัพทำให้กล้ามท้องแข็งแรง ๔๙ ครั้ง, คุกเข่าท้าวแขนทั้งสองกับพื้นย่อลง-ดันขึ้น ๑๐๐ ครั้ง, ยกดัมเบลหนัก ๖ ก.ก. ๖ ท่า ๆ ละ ๑๕ ครั้ง, ปั่นเทรนเนอร์ ๖๐ นาที (เข้าเฟส,ไลน์ ขณะปั่นเพลินดี ตัดปัญหาการเบื่อไปได้ + ยืน-ย่อลงนั่งยอง-ยืน 15 ครั้ง.."

..เย็นปั่นไปลงสระว่ายน้ำ ๘๐๐ เมตร พักทุก ๑๐๐ เมตร แล้วปั่นไปไปสัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนในตำบลบางน้ำผึ้งและบางกะสอบ ซึ่งอยู่ในอำเภอพระประแดง โดยปั่นไปลงเรือที่ท่าวัดบางนานอก ระหว่างอยู่ในเรือช่วงสุดท้ายของแสงอาทิตย์ฟ้าด้านทิศตะวันตกสวย ขึ้นเรือท่าวัดบางน้ำผึ้งนอก ออกจากประตูวัดเลี้ยวซ้ายไปผ่านตลาดน้ำบางน้ำผึ้งยามโพล้เพล้ ถนนเปิดไฟส่องสว่างทุกถนนที่ปั่น สุดถนนบรรจบเป็นตัวที เลี้ยวขวาแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยตรงไปผ่านโรงงานส่งน้ำแข็ง ร้านค้า รีสอร์ท สองแห่ง ปั่นเลี้ยวซ้าย-ขวา-ซ้ายขวาไปเรื่อย ๆ อากาศเย็น ถนนว่าง เงียบสงบ เข้าเขต ต.บางกะสอบ ปั่นขึ้นสะพานปูนมีรัวเหล็กกั้นทั้งสองด้าน มีไฟส่องสว่างทางตลอด เงียบจนรู้สึกวังเวงเกรงเจอสิ่งประหลาด ปั่นไปจนสุดทางสะพานปูนที่ อบต.บางกะสอบ แล้วย้อนกลับทางเดิม เลี้ยวขวาไปนั่งตากลมเย็น ชมจันทร์ก่อนวันเพ็ญขึ้น ๑๔ ค่ำ ปลายสะพานท่าเรือตาเลื่อน พอสมควรแก่เวลา ปั่นกลับไปลงเรือท่าวัดบางน้ำผึ้งนอก เวลาประมาณ ๒๑.๐๐ น. (เรือเที่ยวสุดท้าย ๒๑.๓๐ น.) ขึ้นท่าวัดบางนานอก ถึงบ้านประมาณ ๒๑.๓๐ น. สบายกาย..สบายใจ.


..นอน ๒๒.๐๐ น. XXXXXXXXX
แนบไฟล์
20190517_191935.jpg
20190517_192131.jpg
20190517_192451.jpg
20190517_195123.jpg
20190517_195532.jpg
20190517_195732.jpg
20190517_200910.jpg
20190517_201517.jpg
20190517_201918.jpg
20190517_202003.jpg
20190518_044316.jpg
20190518_044649.jpg
20190518_044712.jpg
20190518_044730.jpg
20190518_044902.jpg
20190518_044936.jpg
20190518_045021.jpg
20190518_045302.jpg
20190518_045449.jpg
20190518_045530.jpg
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: *.."ลุงเนตรคุย" - "เชิญ..คุยกับลุงเนตร".."..(บันทึกเพื่อความทรงจำ).."..*

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 18 พ.ค. 2019, 16:59

"..ภาพเมื่อวาน (ต่อ)..
แนบไฟล์
20190517_182006.jpg
20190517_185012.jpg
20190517_185034.jpg
20190517_185055.jpg
20190517_185249.jpg
20190517_185353.jpg
20190517_185406.jpg
20190517_191702.jpg
20190517_191838.jpg
20190517_191843.jpg
20190517_191904.jpg
20190518_045517.jpg
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: *.."ลุงเนตรคุย" - "เชิญ..คุยกับลุงเนตร".."..(บันทึกเพื่อความทรงจำ).."..*

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 19 พ.ค. 2019, 08:23

"..เสาร์ ๑๘ พ.ค.๖๒ - ช่วงเช้าออกกำลังกายเหมือนวันก่อน (กลางวันนอน) เย็นปั่นไปลงสระว่ายน้ำ ๘๐๐ เมตร รวดเดียวจบ ไม่พักระหว่างกลาง ใช้เวลา ๒๙ นาที ไม่เหนื่อย เมื่อยแขน-ขา ระบบหายใจเข้าที่แล้ว
แนบไฟล์
20190427_105713.jpg
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: *.."ลุงเนตรคุย" - "เชิญ..คุยกับลุงเนตร".."..(บันทึกเพื่อความทรงจำ).."..*

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 21 พ.ค. 2019, 12:16

"..อาทิตย์ ที่ ๑๙ พ.ค.๖๒ - ช่วงเช้าออกกำลังกายเหมือนวันก่อน สายปั่นจักรยานไปซื้อหม่องโยคีที่ตลาดน้ำวัดบางน้ำผึ้งใน แล้วปั่นออกกำลัง ๓๐ ก.ม. บ่ายกลับบ้านพักผ่อน..
แนบไฟล์
20190427_153623.jpg
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: *.."ลุงเนตรคุย" - "เชิญ..คุยกับลุงเนตร".."..(บันทึกเพื่อความทรงจำ).."..*

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 21 พ.ค. 2019, 12:17

"..จันทร์ ที่ ๒๐ พ.ค.๖๒ - ช่วงเช้าออกกำลังกายเหมือนวันก่อน - กลางวันนอน - เย็นพาน้องเบลไปสอนว่ายน้ำ แล้วว่ายออกกำลังได้ ๓๐๐ เมตร รวดเดียวขึ้นเลิก
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: *.."ลุงเนตรคุย" - "เชิญ..คุยกับลุงเนตร".."..(บันทึกเพื่อความทรงจำ).."..*

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 22 พ.ค. 2019, 03:25

:) :D อรุณสวัสดิ์ครับท่านพี่ที่เคารพอย่างสูง "..สวัสดีครับ ../.. ใส่บาตรให้โดยดุฏฎี จะอยู่ให้ถึงร้อยปีอย่างมีคุณภาพตามที่ขอ" กราบขอบพระคุณพี่มากครับที่ใส่บาตรให้ตามขอ คราวนี้เป็นหน้าที่ของพี่ต้องทำตามสัญญานะครับ ดีใจมาก ๆ ครับที่พี่รับบาตรในครั้งนี้ และจากการประพฤติปฏิบัติที่พี่เล่ามา เชื่อได้ว่า ๑๐๐ ปีแน่นอน ผมได้ค้นคว้าแนวทางอายุยืนตามแนวของพระพุทธศาสนาเพิ่มเติมเพื่อพี่จะได้เดินทางอย่างถูกทางยิ่ง ๆ ขึ้น และขอความสมปรารถนาจงเป็นของพี่ครับผม :) :D

:idea: :idea: ถ้าอยาก อายุยืนขึ้น ควรทำอย่างไร ? เรื่องเล่าจากพระไตรปิฎก เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสถึงเรื่องอายุยืนกับพระอานนท์

แม้ว่า…พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราจะเป็นผู้มีพระชนม์ชีพที่สั้นที่สุด เมื่อเปรียบกับพระชนมายุของพระพุทธเจ้าที่เคยตรัสรู้มาแล้วในอดีตก็ตาม แต่ในพระไตรปิฎกกลับปรากฏคำตรัสถึงการมีอายุยืนไว้อย่างน่าสนใจ เราอาจปฏิบัติตามคำตรัสของพระองค์เพื่อพัฒนาให้มี อายุยืนขึ้น

มหาปรินิพพานสูตรกล่าวถึงพระพุทธเจ้าตรัสต่อพระอานนท์ว่า

“ดูก่อนอานนท์ ใครก็ตามที่เจริญอิทธิบาท 4 ทำให้มาก จนชำนาญว่าประหนึ่งเป็นยาน ว่าประหนึ่งเป็นวัตถุที่ตั้ง อย่างต่อเนื่อง ผู้นั้นย่อมมีอายุยืนอยู่ได้ตลอดกัป หรือเกินกว่ากัป

ดูก่อนอานนท์ ตถาคตเจริญอิทธิบาท 4 ได้จนชำนาญ แล้วได้ทำให้ประหนึ่งว่าเป็นยาน ทำให้ประหนึ่งว่าเป็นวัตถุที่ตั้งแล้ว ทำเช่นนี้เนือง ๆ อบรม และปรารภด้วยดี โดยชอบแล้ว

ดูก่อนอานนท์ ตถาคตนั้น เมื่อปรารถนา ก็พึงดำรง (ชนม์ชีพ) อยู่ได้ตลอดกัป หรือเกินกว่ากัปก็ได้”

คำตรัสนี้เกิดในเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จไปยังปาวาลเจดีย์ โดยทรงให้พระอานนท์ถืออาสนะ (ที่รองนั่ง) ไปด้วย ครั้งนั้นพระองค์ตรัสต่อพระอานนท์ถึงเรื่อง ผู้ทรงอิทธิบาท 4 จนชำนาญอยู่ตลอด ผู้นั้นจะมีอายุยืนเป็น 100 ๆ ปี (กัป เท่ากับ 120 ปี) ทำไมอิทธิบาท 4 จึงส่งเสริมให้ผู้ที่มีหลักธรรมนี้มีอายุยืนยาวเป็น 100 ปี พระพุทธเจ้าทรงมีอิทธิบาท 4 แต่ทำไมพระองค์จึงเสด็จดับขันธปรินิพพานไปเมื่อพระชนมายุได้ 80 ปี

อิทธิบาท 4 คืออะไร ?

อิทธิบาท 4 โดยความหมายคือ หนทางแห่งความสำเร็จ ประกอบด้วย (1) ฉันทะ (ความพอใจรักใคร่สิ่งนั้น) (2) วิริยะ (ความพยายามทำสิ่งนั้น) (3) จิตตะ (ความเอาใจใส่ ฝักใฝ่ในสิ่งนั้น) และ (4) วิมังสา (ความพิจารณาใคร่ครวญหาเหตุผลในสิ่งนั้น)

ทำไมการมีอิทธิบาท หรือปฏิบัติตนตามหลักอิทธิบาท 4 จึงทำให้อายุยืน ?

อิทธิบาท 4 โดยตัวของหลักธรรมนั้นเป็นคำสอนที่สามารถประยุกต์ใช้กับการดำเนินชีวิตประจำวันได้ แต่ในคำตรัสของพระพุทธเจ้าที่ปรากฏในมหาปรินิพพานสูตรนี้ คือการทำ “อิทธิบาทภาวนา” คืออาศัยหลักธรรมเรื่อง “อิทธิบาท 4” เป็นตัวช่วยให้เกิดเป็นสมาบัติ (ภาวะที่สงบนิ่งทางจิต) แสดงว่าการที่พระพุทธเจ้าก็ดี พระสาวกทั้งหลายก็ดี ปฏิบัติอิทธิบาท 4 ให้สามารถดำรงอยู่ในสมาบัติได้ ช่วยให้ละจากความสนใจต่ออาการต่าง ๆ การรับรู้ต่าง ๆ ช่วยให้จิตเป็นสมาธิ แม้ร่างกายจะสูญสลายหรือเจ็บปวดด้วยโรคภัยพาล ก็สามารถประคองจิตให้เป็นสมาธิ ดำรงชีวิตอยู่ได้นานขึ้น หรือที่เรียกว่า “อายุยืนขึ้น”

การมีอายุยืนขึ้นในทรรศนะของพระพุทธเจ้าคือการปฏิบัติสมาบัติโดยมีหลักธรรมอิทธิบาท 4 เป็นที่ยึดให้ไปสู่ความสำเร็จในสมาบัติ พระพุทธเจ้าทรงปฏิบัติอิทธิบาท 4 มาตลอดพระชนม์ชีพ จนกระทั่งพระองค์ตรัสถึงเรื่องนี้กับพระอานนท์ แล้วพระอานนท์ทรงมิได้ทูลขอให้พระองค์ทรงดำรงพระชนม์ชีพสืบต่อ หลังจากนั้นพระพุทธเจ้าเสวยสุกรมัททวะ (อาหารมื้อสุดท้ายของพระพุทธเจ้าที่นายจุนทะถวาย) แล้วมีอาการพระประชวร แล้วไม่ได้ทรงสมาบัติด้วยการยึดอิทธิบาท 4 พระองค์จึงทรงปลงสังขารแล้วเสด็จดับขันธปรินิพพานไปในที่สุด

การมีอายุยืนขึ้น ต้องถามย้อนกลับว่า หากมีอายุยืนขึ้นแล้วมีประโยชน์ต่อเราและผู้อื่นอย่างไร พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างน่าสนใจว่า ผู้ใดไม่เข้าใจในการเกิดและการดับ แม้ผู้นั้นจะมีอายุยืนเป็น 100 ปี ก็ไม่มีประโยชน์เท่าผู้ที่เห็นถึงการเกิดและการดับ แม้ผู้นั้นจะมีชีวิตอยู่แค่วันเดียวก็ตาม

ถึงแม้อิทธิบาท 4 จะสามารถทำให้อายุยืนขึ้น หากพิจารณาตามการทำสมาบัติ พระสาวกผู้เป็นพระโสดาบันหลายท่านก็มีอายุยืนยาวเกินพระพุทธเจ้าก็มี อย่างเช่น นางวิสาขามีอายุยืนถึง 120 ปี แต่พระพุทธเจ้าทรงเห็นการเกิดและดับมาตลอดพระชนม์ชีพ รวมทั้งพระสาวกทั้งหลายก็สามารถสืบทอดคำสอนของพระองค์ได้ จึงทรงเลือกไม่ประคองสมาบัติด้วยอิทธิบาท 4 ต่อ เข้าสู่พระนิพพานเมื่อถึงคราวสมควรแทน

ข้อมูลจาก : 84000.org, พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ และ หนังสือเรื่อง วิถีชีวิตยืนยาวตามคำบอกเล่าจากพระไตรปิฎก นพ.กฤษดา ศิรามพุช
แนบไฟล์
22626.jpg
viewtopic.php?f=72&t=890159 ......จักรยานธุดงค์.......

viewtopic.php?f=188&t=745024 ....เวียตนาม....

Re: *.."ลุงเนตรคุย" - "เชิญ..คุยกับลุงเนตร".."..(บันทึกเพื่อความทรงจำ).."..*

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 29 พ.ค. 2019, 05:13

"..สวัสดีครับ น้องแดง สารภี ขอบคุณมากนำธรรมะ ปฏิบัติแล้วอายืน มาให้ได้ทราบทั่วกัน พี่ก็โอ่ไปอย่างนั้นแหละ ใคร ๆ มักว่า อายุยืนแล้วดี จะได้อยู่กับลูกหลานไปนาน ๆ แต่การมีอายุยืนก็มีส่วนไม่ดีอยู่ด้วย อย่างองค์พระศาสดา ยังละอิทธิบาท ๔ แล้วปลงสังขารไปเมื่ออายุ ๘๐ ปี ท่านคงพิจารณาแล้วเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้วนั่นเองกระมัง การมีชีวิตยืนยาวแล้วมีประโยชน์เพียงน้อยนิด หรือไม่มีประโยชน์แต่กลับมีโทษ อยู่นานไปก็ไล้บอย ปล่อยให้เป็นไปตามกาลแล.."
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: *.."ลุงเนตรคุย" - "เชิญ..คุยกับลุงเนตร".."..(บันทึกเพื่อความทรงจำ).."..*

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 29 พ.ค. 2019, 05:15

"..อังคาร ที่ ๒๑ พ.ค.๖๒ - ออกกำลังกาย แล้วพักผ่อนอยู่บ้าน ไม่ได้ไปไหน

..พุธที่ ๒๒ พ.ค.๖๒ ช่วงเช้าพาแม่บ้านไปหาหมอตามนัดรับยาที่ ร.พ.รถไฟ ครึ่งวัน แล้วกลับบ้านพักผ่อน
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: *.."ลุงเนตรคุย" - "เชิญ..คุยกับลุงเนตร".."..(บันทึกเพื่อความทรงจำ).."..*

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 30 พ.ค. 2019, 03:58

ลุงเนตร เขียน:"..สวัสดีครับ น้องแดง สารภี ขอบคุณมากนำธรรมะ ปฏิบัติแล้วอายืน มาให้ได้ทราบทั่วกัน พี่ก็โอ่ไปอย่างนั้นแหละ ใคร ๆ มักว่า อายุยืนแล้วดี จะได้อยู่กับลูกหลานไปนาน ๆ แต่การมีอายุยืนก็มีส่วนไม่ดีอยู่ด้วย อย่างองค์พระศาสดา ยังละอิทธิบาท ๔ แล้วปลงสังขารไปเมื่ออายุ ๘๐ ปี ท่านคงพิจารณาแล้วเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้วนั่นเองกระมัง การมีชีวิตยืนยาวแล้วมีประโยชน์เพียงน้อยนิด หรือไม่มีประโยชน์แต่กลับมีโทษ อยู่นานไปก็ไล้บอย ปล่อยให้เป็นไปตามกาลแล.."


:) :D อรุณสวัสดิ์ครับท่านพี่ที่เคารพรัก ขอแย้งนิ๊ดนึงครับ...ที่พระพุทธองค์ละอิทธิบาท ๔ และตกลงปลงสังขาร สาเหตุมาจากท่านพระอานนท์เขลาเบาปัญญา ไม่ทรงทราบว่าพระพุทธองค์ทรงให้โอกาสถึง ๓ ครั้งเพื่อที่จะให้พระอานนท์ได้อาราธนาให้พระองค์มีพระชนม์ชีพอยู่ต่อ สุดท้ายพญามารมาชิงตัดหน้าเสียก่อน ประมาณนี้ใช่ไหมครับ ?

สำหรับท่านพี่ผมขอก่อนแล้วอย่าลืมสัญญานะครับ
:lol: :lol:



viewtopic.php?f=72&t=890159 ......จักรยานธุดงค์.......

viewtopic.php?f=188&t=745024 ....เวียตนาม....

Re: *.."ลุงเนตรคุย" - "เชิญ..คุยกับลุงเนตร".."..(บันทึกเพื่อความทรงจำ).."..*

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 30 พ.ค. 2019, 04:49

Deang-sarapee เขียน:
ลุงเนตร เขียน:"..สวัสดีครับ น้องแดง สารภี ขอบคุณมากนำธรรมะ ปฏิบัติแล้วอายืน มาให้ได้ทราบทั่วกัน พี่ก็โอ่ไปอย่างนั้นแหละ ใคร ๆ มักว่า อายุยืนแล้วดี จะได้อยู่กับลูกหลานไปนาน ๆ แต่การมีอายุยืนก็มีส่วนไม่ดีอยู่ด้วย อย่างองค์พระศาสดา ยังละอิทธิบาท ๔ แล้วปลงสังขารไปเมื่ออายุ ๘๐ ปี ท่านคงพิจารณาแล้วเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้วนั่นเองกระมัง การมีชีวิตยืนยาวแล้วมีประโยชน์เพียงน้อยนิด หรือไม่มีประโยชน์แต่กลับมีโทษ อยู่นานไปก็ไล้บอย ปล่อยให้เป็นไปตามกาลแล.."


:) :D อรุณสวัสดิ์ครับท่านพี่ที่เคารพรัก ขอแย้งนิ๊ดนึงครับ...ที่พระพุทธองค์ละอิทธิบาท ๔ และตกลงปลงสังขาร สาเหตุมาจากท่านพระอานนท์เขลาเบาปัญญา ไม่ทรงทราบว่าพระพุทธองค์ทรงให้โอกาสถึง ๓ ครั้งเพื่อที่จะให้พระอานนท์ได้อาราธนาให้พระองค์มีพระชนม์ชีพอยู่ต่อ สุดท้ายพญามารมาชิงตัดหน้าเสียก่อน ประมาณนี้ใช่ไหมครับ ?

สำหรับท่านพี่ผมขอก่อนแล้วอย่าลืมสัญญานะครับ
:lol: :lol:





"..สวัสดี น้องแดง สารภี ขอบคุณมาก ที่เข้ามาให้ทราบข้อมูลที่ถูกต้อง

..ส่วนข้อความย่อหน้าที่ ๒ ที่ว่า "สำหรับท่านพี่ผมขอก่อนแล้วอย่าลืมสัญญานะครับ" นั้น หมายถึงอะไรครับ?..

..กับขอให้ทราบว่าพี่นี้ มีประสบการณ์และความรู้เท่าหางอึ่ง หากมีอะไรผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้กรุณาอภัยและชี้แนะด้วย จักขอบคุณยิ่ง.
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: *.."ลุงเนตรคุย" - "เชิญ..คุยกับลุงเนตร".."..(บันทึกเพื่อความทรงจำ).."..*

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 30 พ.ค. 2019, 04:57

"..บันทึก วันที่ ๒๓ - ๒๕ พ.ค.๖๒ .. ออกกำลังกาย แล้วพักผ่อนอยู่บ้าน ไม่ได้ไปไหน

..อาทิตย์ที่ ๒๖ พ.ค.๖๒ เดินทางโดยรถยนต์สาธารณะไปเยี่ยมทิดพยนต์ สุรินทร์จำลอง ที่ อ.อรัญญประเทศ ค้างคืนหนึ่ง

..จันทร์ ที่ ๒๗ พ.ค.๖๒ เดินทางกลับจากอรัญฯ โดยรถตู้

..อังคารที่ ๒๘ พ.ค.๖๒ ออกกำลังกาย อยู่บ้าน ไม่ได้ไปไหน

..พุธที่ ๒๙ พ.ค.๖๒ เช้าพาแม่บ้านไปพบแพทย์ตามนัดโรคตา ที่ ร.พ.รถไฟ โดยรถยนต์สาธารณะ บ่ายปั่นจักรยานไปถ่ายเอกสารและซื้อของที่ห้างสรรพกิจ บางนา เย็นทำจดหมายเชิญเพื่อน ม.๖ พบปะ ใส่ซอง พรุ่งนี้ส่งไปรษณีย์
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: *.."ลุงเนตรคุย" - "เชิญ..คุยกับลุงเนตร".."..(บันทึกเพื่อความทรงจำ).."..*

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 30 พ.ค. 2019, 08:03

"..ก๊อปมาจาก FB

..Klangdin Chawhinfa อยู่กับ Paesangkaew Thanajaruphamorn
19 นาที ·
29 พ.ค 62
ที่ป่าสน เมืองดารัมสล่า อินเดีย
วันที่4แห่งคณะธรรมยาตราจาริกบนเทือกเขาหิมาลัย หนทางเบื่องหน้าหิมะน้ำแข็งพังลงมาขวางทาง พระท่านจึงให้พวกเราพักที่ป่าสนต่ออีกหนึ่งวัน ได้พักเพื่อเตรียมพร้อมที่จะต้องลำบากในหนทางเบื่องหน้า
วันนี้หลวงพ่อเชิญเฉพาะยาติโยมให้มาร่วมสนทนากับท่านเป็นพิเศษ ท่านห่วงว่าพวกเราอุตส่าทิ้งบ้านข้ามทะเลภูเขาเพื่อมาเดิน เดินแล้วไม่ใช่ได้แต่เดิน ต้องเข้าใจเป้าหมายให้ชัดในการมาเดิน ท่านพูดถึงการปลดล็อกให้แก่ชีวิตตนเอง คนส่วนมากติดบ้านติดครอบครัวและติดอะไรอีกมากมาย เป็นชีวิตที่ถูกขังอยู่ในสิ่งที่เราไปหลงติดยึด เรานั่นแหละที่เป็นผู้สร้างกงขังให้้กับตนเอง จนสูญเสียอิสระภาพไป
การมาเดินเป็นการฝึกพรากในสิ่งอันเป็นที่รัก เพราะที่สุดแล้วความตายก็จะมาพรากอยู่ดี ชีวิตจึงไม่ควรที่จะไปติดยึดกับสิ่งใด มาที่นี่แต่ถ้าใจเรายังห่วงสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง ทำให้ชีวิตเราแตกไม่เป็นหนึ่งเดียว กายกับใจนั้นต้องเป็นหนึ่งอยู่กับปัจจุบัน แล้วต้องฝึกอยู่ให้ได้ในทุกสถานการณ์
หลวงพ่อท่านสอนในวิธีการถ่ายด้วย เพราะเราต้องถ่ายกันทุกวัน ตลอดเส้นทางนั้นไม่มีห้องน้ำ เป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนกังวล ท่านบอกให้เข้าเต๊นแล้วถ่ายใส่ถุงดำหมดปัญหา คนแขกเองนั้นเขาถ่ายที่ไหนก็ได้ เขาไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่อาย แต่คนไทยนั้นเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะผู้หญิง เป็นสิ่งที่จะได้ฝึกล้างอุปาทาน หลายคนก็มีวิธีของตนเอง
ตอนนี้มีหมอธิเบตมาอยู่ประจำคณะธรรมยาตราแล้ว เห็นพระท่านไปรับบริการหลายรูป ผมเองก็ให้ท่านตรวจสุขาพบ้างเหมือนกัน ท่านเก่งในการฝังเข็มและให้ยาสมุนไพล พร้อมกับแนะนำว่าอาหารชนิดใดบ้างที่ไม่ควรกิน ดูแล้วเป็นที่น่าเชื่อถือทีเดียว คุณหมอเองนั้นก็เดินมาจากธิเบต ใช้เวลาสองเดือน
วันนี้ผมกับลูกเกดไปร่วมทานอาหารกับทีมที่ขับรถและขนสัมภาระ ซึ่งเป็นคนอินเดีย ตรงกับเราตรงที่ทุกคนทานมังสวิรัติ เขานับถือฮินดู เขาทานข้าวกับแกงถั่วกันทุกวัน เขาพร้อมที่จะแบ่งอาหารให้แก่เราด้วย ผมได้ดูวิธีการปรุงอาหารที่เรียบง่ายของเขาด้วย การหุงข้าวเขาหุงแบบรินน้ำออก น้ำข้าวมีประโยชน์มากแต่เขารินทิ้ง เราเลยขอเขามาถวายหลวงพ่อและพระท่าน กลับไปคิดว่าจะหุงข้าวแบบนี้ ได้น้ำข้าวดื่มทุกวันโดยไม่ต้องไปต้มน้ำข้าวต่างหาก ทุกเรื่องราวมีคุณค่าที่เราจะได้เรียนรู้ตลอดเวลา
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 4 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน