"..พายเรือไปกราบพ่อ.."

ห้องนี้เทียบได้กับ "ห้องนั่งเล่น" ในกระดานเดิมนะครับ

"..พายเรือไปกราบพ่อ.."

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 30 ก.ย. 2017, 11:22

รูปภาพ

“สุขภาพดีและความภูมิใจไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง”

?????????

เมื่อรู้ตัวว่ามีสุขภาพและจิตใจดี จึงคิดหาโอกาสทำความดีเพื่อผู้อื่นแล้วพลอยได้สิ่งดีกับตัวเองด้วย

วันที่ ๒๗ ก.ย.๖๐ เวลา ๐๖.๐๐ น. ปั่นจักรยานพร้อมสัมภาระในการทำกิจกรรม “พายเรือไปกราบพ่อ” ๑ ถุงกันน้ำ ขนาด ๔๐ ลิตร และเสื้อฃูชีพ ไปข้ามเรือท่าวัดบางนานอก ขึ้นเรือที่วัดบางน้ำผึ้งนอก แล้วปั่นไปบ้านเพื่อนที่ซอยคลองแพพัฒนา ต.บางกอบัว อ.พระประแดง ล๊อครถจักรยานไว้กับเสาโรงรถ แล้วขนสัมภาระเดินไปลงเรือที่จอดอยู่ท่าริมคลองใกล้ ๆ นั้น พายออกไปที่ประตูน้ำ ปากคลองแพ ลากเรือขึ้นฝั่งคลอง ข้ามกำแพงปูนประตูน้ำ แล้วลากลงน้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ขนสัมภาระที่กองอยู่ ถุงกันน้ำบรรทุกหัวเรือ น้ำ ๓ ขวดและข้าวมันไก่ต้มและไก่ทอดอย่างละห่อใส่ไว้ด้านหลังท้ายเรือพร้อมเอกสารรายละเอียดกิจกรรมฯ และรายละเอียดการออกกำลังกายมาตลอดชีวิต ไว้ให้นักช่าว นำไปทำช่าว ให้เกิดจิตสำนึกว่า กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ = อโลคยา ปรมาลาภา การไม่มีโรค คือลาภอันประเสริฐ เกิดประโยชน์กับผู้อื่นที่ได้ทราบด้วย โดยเอาตัวเองที่อายุ ๗๔ ปี สุขภาพดี ไม่มีโรคใด ๆ ให้ต้องกินยา พายเรือไปกราบพ่อ ในระยะทาง ๒๔ ก.ม.เป็นแบบให้ดู
แนบไฟล์
20170928_094032.jpg
20170927_060808.jpg
20170927_060815.jpg
20170927_060844.jpg
20170927_060853.jpg
20170927_062106.jpg
20170927_062650.jpg
20170927_081014.jpg
แก้ไขล่าสุดโดย ลุงเนตร เมื่อ 30 ก.ย. 2017, 16:24, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: "..พายเรือไปกราบพ่อ.."

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 30 ก.ย. 2017, 11:41

๐๗.๓๙ น. นั่งอยู่บนเรือคายัค แบบ NOMAD ขนาดความยาว 2.94 เมตร ความกว้าง ๗๔.๕๐ ซ.ม. ลำเล็ก ๆ (รายละเอียดอื่น ๆ ของเรือคายัค NOMAD http://board.trekkingthai.com/board/sho ... _id=623859) พร้อมออกเดินทาง หย่อนมือทั้งสองข้างลงน้ำแล้วอธิตฐาตจิต “แม่พระคงคาเจ้าเอย อยู่แล้วหรือยัง โลกังกิวิทู ข้าฯขอกราบคารวะพระแม่คงคา ขออนุญาตทำกิจกรรมพายเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาไปกราบพ่อ จากปากคลองแพ ไปถึงท่าราชวรดิฐ ขอพระแม่คงคาโปรดได้ส่งเสริมให้ข้าฯ ทำกิจกรรมดังกล่าวโดยไม่มีอุปสรรคใด ๆ ราบรื่น สะดวก สำเร็จสมประสงค์ด้วยเถิด แล้วเริ่มพายจากปากคลองแพ ไปตามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มุ่งหน้าไปยังท่าราชวรดิฐ ช่วงนี้น้ำเริ่มไหลขึ้น พายตามน้ำ ไม่ต้องออกแรงมากนัก ชมวิว ถ่ายภาพ ไปเรื่อย ๆ รู้สึกสุข กับอีกรสชาติหนึ่งของชีวิตที่เพิ่งได้ทำเป็นครั้งแรก พายเรือไปกราบพ่อ ในระยะทาง ๒๔ ก.ม.ที่ท้าทายความสามารถของร่างกายและจิตใจ..
แนบไฟล์
20170927_081139.jpg
20170927_081237.jpg
แก้ไขล่าสุดโดย ลุงเนตร เมื่อ 30 ก.ย. 2017, 16:57, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: "..พายเรือไปกราบพ่อ.."

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 30 ก.ย. 2017, 11:44

๐๘.๐๙ น. ถึงท่าเรือวัดบางกอบัว หวังว่าจะมีนักข่าวสักสำนักมารอทำข่าว ปรากฏว่าไม่มี พอดีมีหญิงสาวผู้หนึ่งอยู่บนโป๊ะจะลงเรือข้ามฝั่ง ขอให้เขาช่วยถ่ายภาพให้ จึงได้ภาพนิ่งและภาพ VDO มาให้ชมกันพอเป็นสังเขป (ตาม youtube.com แนบ) ขอบคุณเขา แล้วพายต่อไป คนขับเรือหางยาวถามว่า จะพายไปไหน บอกเขาว่าจะพายไปกราบพ่อที่ท่าราชวรดิฐ (ห่างจากท่าเรือวัดบางกอบัวประมาณ 30 เมตร มีป้ายบอก ก.ม.30 โดยกรมเจ้าท่า)
https://www.youtube.com/watch?v=HeFPKy9 ... e=youtu.be
แนบไฟล์
20170927_082525.jpg
20170927_082529.jpg
20170927_082534.jpg
20170927_082548.jpg
20170927_082551.jpg
20170927_082552.jpg
แก้ไขล่าสุดโดย ลุงเนตร เมื่อ 02 ต.ค. 2017, 06:38, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: "..พายเรือไปกราบพ่อ.."

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 30 ก.ย. 2017, 12:05

๐๙.๑๙ น. ถึงตรงข้ามปากคลองช่องลม มีศาลเจ้า อดีตมีที่ทำงานของการรถไฟฯ หน่วยพัสดุแม่น้ำ พ่อเป็นยาม อยู่บ้านพัก ผมโตจากตรงนั้น รู้สึกหิว จอดเรือลอยอยู่ริมฝั่ง หยิบห่อข้าวมันไก่ต้มมาเปิดทานไปพลาง พายเรือไปพลาง ตักข้าวใส่ปากช้อน เคี้ยวพร้อมพายไปเรื่อย ๆ นี่ก็เป็นอีกรสชาติหนึ่งของชีวิต หมดแล้วเก็บกระดาษห่อข้าวไว้ในถุงข้าวที่เหลืออีกห่อ พายต่อไปเรื่อย ๆ วิวตรงไหนสวยก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายภาพไว้ให้ได้ชมกัน ถึงวัดบางกระเจ้านอก หยุดถ่ายภาพ แล้วไปต่อ..
แนบไฟล์
20170927_085006.jpg
20170927_085011.jpg
20170927_085151.jpg
20170927_091124.jpg
20170927_091136.jpg
20170927_091154.jpg
20170927_091205.jpg
20170927_095147.jpg
20170927_095215.jpg
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: "..พายเรือไปกราบพ่อ.."

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 30 ก.ย. 2017, 12:12

..ผ่านวัดคลองภูมิที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็ถ่ายภาพไว้ ถึงวัดบางขมิ้น แวะเข้าไปดูป้ายที่ศาลาริมน้ำ ใกล้ ๆ กันนั้น มีป้ายของกรมเจ้าท่า บอกระยะทาง ก.ม.๓๖ แวะจอดขึ้นจากเรือลงไปนั่งแช่น้ำอยู่บนบันไดปูน สักครู่มีชายกลางคนเดินออกมาดู พบพูดคุย ให้เพื่อนนำน้ำดื่มมาให้ ๔ ขวด ขอบคุณแล้วถ่ายภาพร่วมกันไว้เป็นที่ระลึก แล้วพายเรือเดินทางต่อ
แนบไฟล์
20170927_101705.jpg
20170927_101714.jpg
20170927_102941.jpg
20170927_103426.jpg
20170927_104937.jpg
20170927_104946.jpg
20170927_105004.jpg
20170927_105555.jpg
20170927_105603.jpg
20170927_105716.jpg
20170927_105912.jpg
20170927_105955.jpg
20170927_110026.jpg
20170927_110205.jpg
20170927_111115.jpg
แก้ไขล่าสุดโดย ลุงเนตร เมื่อ 02 ต.ค. 2017, 06:35, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: "..พายเรือไปกราบพ่อ.."

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 30 ก.ย. 2017, 12:34

..ถึงประตูน้ำลัดโพธิ์ ตรงใกล้สะพานวงแหวนอุตสาหรรรม (สะพานภูมิพล ๑-๒) ที่สร้างโดยพระราชดำริของ ร.๙ ตรงนี้มีเรือยนต์โดยสาร รับคนและรถเครื่องข้ามไปมา เคยปั่นจักรยานมาข้ามแล้วด้วย ถ่ายภาพประตูน้ำ แล้วพายข้ามแม่น้ำ ไปพายเลียบตลิ่ง ผ่านวัดด่าน..ผ่านวัดปริวาส
แนบไฟล์
20170927_113251.jpg
20170927_113314.jpg
20170927_113345.jpg
20170927_113352.jpg
20170927_113755.jpg
20170927_115856.jpg
20170927_120029.jpg
แก้ไขล่าสุดโดย ลุงเนตร เมื่อ 12 ต.ค. 2017, 16:40, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: "..พายเรือไปกราบพ่อ.."

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 30 ก.ย. 2017, 12:52

..ไปถึงสะพานพระราม ๙ (สะพานแขวน) หยุดพักใต้สะพาน ริมตลิ่งมีบันไดปูนลงน้ำ ขึ้นจากเรือลงแช่น้ำที่บันไดพักหนึ่ง แล้วพายเดินทางต่อไปถึงวัดบรรจง ประมาณบ่ายสองโมง จอดนำข้าวและน้ำขึ้นไปนั่งทานที่ศาลาชายฝั่ง มีพระพุทธรูป สีทองเหลืองอร่าม นั่งอยู่ข้าง ๆ ตรงนั้นมีอาคารเล็ก ๆ มีหนังสือให้เยาวชนอ่านนอกเวลาเรียน ขอเขาชาร์ตแบตเตอรี่โทรศัพท์ ที่จวนจะหมด ทานข้าวมื้อกลางวันอิ่มแล้ว นั่งพัก รอชาร์ตแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ
แนบไฟล์
20170927_120037.jpg
20170927_124031.jpg
20170927_125031.jpg
20170927_125319.jpg
20170927_125526.jpg
20170927_125540.jpg
20170927_125638.jpg
20170927_125900.jpg
20170927_131905.jpg
20170927_131931.jpg
20170927_131945.jpg
20170927_140558.jpg
20170927_140611.jpg
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: "..พายเรือไปกราบพ่อ.."

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 30 ก.ย. 2017, 13:06

..จนบ่ายสามโมง จึงพายเรือออกเดินทางต่อ ช่วงนี้น้ำเริ่มไหลลง พายทานน้ำกระแสร์ไม่แรงนัก หนักแรงมากขึ้นหน่อย นาน ๆ มีเรือผ่านไป-มา มีลูกคลื่นซัดมาถึงเรือโคลงเคลงไม่แรงนัก ช่วงก่อนถึงสะพานกรุงเทพฯ ชายฝั่งมีอู่ลอยกำลังทำการซ่อมเรือเดินทะเล อยู่หลายอู่ ทำให้ต้องพายอ้อมออกไปห่างจากฝั่งเจอกับกระแสร์น้ำเชี่ยว ต้องออกแรงพายมากขึ้น เรือเคลื่อนไปได้ทีละนิดใกล้เคียงกับการเดินของสัตว์เลื่อยคลานก็ปานกัน พอพ้นอู่ก็ต้องรีบพายเข้าริมฝั่ง เพื่อให้พ้นจากกระแสน้ำแรง จนถึงสะพานกรุงเทพฯ เวลาประมาณสี่โมงเย็น พายเลาะเลียบตลิ่งผ่านไปเรื่อย ๆ ถึงวัดราชสิงขร ต้นทางเรือด่วนเรือด่วนเจ้าพระยา จอดรอเวลาวิ่งอยู่เป็นแพหลายลำ ขวางทางพายเรือ ต้องอ้อมออกไปพบกับกระแสน้ำแรงอีกครา พ้นไปก็มีเรือด่วนเจ้าพระยาวิ่งรับผู้โดยสารสุดปลายทางที่เมืองนนท์ แล่นผ่านไป-มาอยู่เนื่อง ๆ ทำให้มีคลื่นเคลื่อนเข้ากระทบฝั่งมากขึ้น คลื่นทุกลูกต้องผ่านเรือที่พาย แล้วเลยไปกระทบฝั่งที่เป็นผนังปูนกันน้ำเซาะตลิ่งพังของตึกสูงใหญ่ที่เป็นโรงแรมและที่ทำการสำนักงานต่าง ๆ แล้วกระฉอกย้อนกลับมากระแทกเรือพายเป็นซ้ำซ้อนกระดอนขึ้น-ลงกระโดกกระเดก อ๊ะ ตื่นเต้นนิด ๆ จะล่มไม้ล่ม จะรอดไม้รอด พายต่อไปจนถึงหน้าวัดวรจรรยาวาส ถ้าไปทางถนนก็แถว ๆ ซอยเจริญกรุง ๘๑ ครึ่งทางระหว่างสะพานกรุงเทพฯ กับสะพานตากสิน ดูนาฬิกาข้อมือ เห็นเป็นเวลา ๑๗.๑๙ น. ท่าราชวรดิฐ ยังอยู่อีกไกล ไปไม่ถึงแน่ พายเรือมาตั้งแต่เช้า แขนล้า อ่อนแรง เมื่อยก้นและขา พายต่อไปคงแย่แน่ และไม่รู้จะนอนที่ตรงไหน อย่ากระนั้นเลยวัดนี้แหละเหมาะที่จะขึ้นขอพัก เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้ว จอดเรือหลังโป๊ะชายฝั่งหน้าวัด ผูกเรือ แล้วเดินขึ้นไปบนฝั่งหน้าวัด พบหญิงกลางคนนั่งอยู่คนหนึ่ง เข้าไปทักทาย บอกกล่าว ถามไถ่ คุยด้วยอัทยาศัยไม่ตรีที่ดีต่อกัน นำแผ่นพับรายละเอียดกิจกรรมให้อ่าน บอกมองไม่เห็น ถือไปให้เจ้าของร้าน “รุ่งอรุณนวดแผนไทย” ที่เช่าอาคารของวัดเปิดทำการอ่านให้ฟัง แล้วทั้งสองคนเดินกลับมาหาคุยด้วยช่วยเหลือหลายอย่าง ยกเรือขึ้นจากน้ำผ่านโป๊ะขึ้นมาไว้ที่ลานวัดริมฝั่ง..ให้ซ้อนท้ายรถเครื่องไปซื้อข้าวที่ตลาดปากซอยวัดด้านถนนเจริญกรุง ในซอย ๘๑ กลับถึงร้านนำจานช้อนส้อมมาให้ใส่ทานข้าวแทนกล่อง เมื่อหมดลูกค้าแล้ว กางมุ้งให้นอน และยกเรือเข้ามาไว้ในร้านด้วย กันขโมย ที่เขารู้ว่าวัดเคยโดน นำเต๊นท์พร้อมเครื่องนอนมาด้วยโดยไม่รู้ว่าจะนอนที่ไหน โชคดีจัง พบคนดีให้ความอนุเคราะห์ คิดว่าน่าจะเป็นเพราะบารมีของ “พ่อหลวง” เป็นแน่แท้ เพราะในอดีตเคยทำกิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ์ ๒ โครงการ คือปั่นจักรยานรอบประเทศไทย ๗๙ วัน และปั่นจักรยาน ๗๓ จังหวัด ไปพักจังหวัดละ ๒ คืน รวมการเดินทาง ๑๘๐ วัน ระยะทางหมื่นกว่ากิโลเมตร เพื่อรณรงค์ให้ใช้จักรยานในชีวิตประจำวันกันมากขึ้น ก็สำเร็จด้วยดี ด้วยบารมีของท่าน โดยกระทรงมหาดไทยให้การสนับสนุน ดูแลเรื่องที่พักและอาหาร
แนบไฟล์
20170927_151229.jpg
20170927_151237.jpg
20170927_155233.jpg
20170927_155250.jpg
20170927_155446.jpg
20170927_155446.jpg
20170927_172046.jpg
20170927_180225.jpg
20170927_180502.jpg
20170927_183031.jpg
20170927_183827.jpg
20170927_183904.jpg
20170927_185658.jpg
20170927_185712.jpg
หญิงกลางคน ที่ช่วยงานวัดอยู่ที่พระนอน ริมน้ำ ผู้ใจดี
20170927_184259.jpg
20170927_183329.jpg
คุณเกรียง เจ้าของร้านรุ่งอรุณนวดแผนไทย ผู้ใจดี
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: "..พายเรือไปกราบพ่อ.."

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 30 ก.ย. 2017, 14:07

..รุ่งขึ้น เช้าวันที่ ๒๘ ก.ย.๖๐ ตื่น ๐๕.๓๐ น. ณ ที่ร้านรุ่งอรุณนวดแผนไทย อาบน้ำ แต่งตัว เจ้าของร้านชื่อเกรียง ชายหนุ่มวัย ๓๐ กว่า นอนอยู่อีกมุ้งหนึ่งกับภรรยาและลูกชายวัย ๖ ขวบ ตื่นกันแล้ว หลานผู้ภรรยาถามว่า “ลุงดื่มกาแฟไหม?” บอกเขาว่า ลุงไม่ดื่มกาแฟ ผู้สามีถามว่า ไม่กินข้าวก่อนหรือ ตอบไปว่า ยังไม่หิว ไปหาทานข้างหน้า ทราบอยู่ว่าช่วงพายเรือเช้าวันนี้มีเรือยนต์วิ่งมาก คลื่น ลม กระแสน้ำแรง เกรงเรือล่ม จึงนำกระเป๋าที่ใส่ของมีค่า เช่นกระเป๋าเงินและโทรศัพท์มือถือ ใส่ไว้ในถุงกันน้ำตั้งแต่มิดชิดก่อนลงพายเรือ ได้เวลาฤกษ์ดี ผู้สามีช่วยยกเรือออกจากร้าน ไปหย่อนลงน้ำหน้าโป๊ะ จับมือเขาพร้อมกล่าวขอบคุณ “บุญคุณอันใหญ่หลวงของหลานเกรียง ครั้งนี้ ลุงขอจำไปจนวันตาย” พายเรือออกจากหน้าวัด มุ่งท่าราชวรดิฐ น้ำกำลังไหลลง ขนาดพายริมตลิ่ง กระแสร์ไหลลงยังแรกมาก พายทวนน้ำขึ้นไปได้ทีละนิด ๆ เรือวิ่งกันขวักไขว่มากขึ้น คลื่นเริ่มมากขึ้น ๆ ตั้งใจแน่วแน่พายไป ๆ ใจตั้งอยู่ที่จะไปกราบพ่อหลวง เป็นไงเป็นกัน ถ้ายังพายไหวก็พายไป พายไปเรื่อย ๆ มีเรือตรวจการ เป็นเรือยางเครื่องติดท้าย มีเจ้าหน้าที่ ๓ คน เป็นของตำรวจน้ำหรือกรมเจ้าท่าไม่ทราบ เข้ามาถามไถ่ ให้การดูแลจากก่อนถึงสะพานตากสิน ไปจนถึงท่านิเวศน์วรดิฐ เลยท่าราชวรดิฐไม่ไกลนัก ช่วงนี้ใจชื่นหน่อย ถ้าโดนคลื่นซัดเรือล่ม ย่อมได้รับการช่วยเหลือจากเขา (เสียดายไม่ได้ถามและไม่ได้ถ่ายภาพเขาเลย เพราะพะวงอยู่กับการพายเรือทวนน้ำ ทวนลม โต้คลื่อนมากมายตลอดตั้งแต่ท่าเรือสาธร ใต้สะพานตากสิน) จากสะพานตากสิน พายทวนน้ำ โต้คลื่น บางช่วงทวนลม (โดน ๓ เด้ง ถ้าเล่นป๊อกเด้ง ได้ ๓ ต่อ) เลาะชิดตลิ่งมากที่สุดไปเรื่อย ๆ ช่วงนี้แม่น้ำโค้งเลี้ยวซ้าย ด้านฝั่งขวาที่พายอยู่กระแสน้ำแทงเข้าหาฝั่งแรงมาก พายไปได้ทีละนิด ๆ หนักแรงมาก บอกเจ้าหน้าที่ในเรือว่าจะข้ามฝั่งไปพายฝั่งตรงข้าม เขาเห็นด้วยช่วยขับเรือประคองกันอยู่ใกล้ ๆ ช่วยดูแลบอกเรือที่วิ่งไป-มาให้จนข้ามฝั่งไปได้โดยปลอดภัย แล้วพายเลาะตลิ่งไปต่อ กระแสน้ำยังแรงพอกัน น่าจะน้อยกว่าสักหน่อย ช่วงมีเรือสำราญจอดขวางก็ต้องพายออกไปลึกพบกระแสร์น้ำแรงกล้ามากกว่า พอพ้นก็รีบเข้าพายชิดขอบฝั่ง กระแสน้ำจะเบากว่าหน่อยหนึ่ง พายไปผ่านสะพานพุทธ ฝั่งด้านวัดประยูรวงศาวาส จนเกือบถึงวัดกัลยา ข้ามฝั่งมาผ่านโรงเรียนราชินี..ท่าเตียน..ท่าราชวรดิฐ ถึงท่านิเวศน์วรดิฐ ตรงนี้ที่ริมแม่น้ำมีท่าเรือโดยสารข้ามฟากของทหารเรือบริการอยู่ และบนฝั่งมีลานจอดรถของราชนาวี มีเจ้าหน้าที่ดูแลปากซอยทางเข้า สุดปลายทางกิจกรรม ตรงประตูทางเข้า-ออกหลังวังฯ เจ้าหน้าที่จากเรือ ๒ คน ขึ้นมาหาและช่วยเรียกขอแรงพนักงาน กทม.ที่อยู่ใกล้ ๆ นั้น มาช่วยยกเรือขึ้นไว้บนพื้นปูนติดกับสะพานสำหรับเดินจากโป๊ะขึ้นฝั่ง เรียบร้อยแล้ว ยกมือไหว้ กล่าวขอบคุณทุกคนก่อนเขาลาจาก..(ช่วงพายเรือเช้าวันนี้ ไม่มีภาพถ่ายเลย เพราะเก็บกล้องไว้ในถุงกันน้ำแต่ก่อนออกพายเรือ)
แนบไฟล์
20170928_093227.jpg
20170928_093406.jpg
20170928_093746.jpg
20170928_110316.jpg
20170928_110358.jpg
20170928_120433.jpg
20170928_120446.jpg
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: "..พายเรือไปกราบพ่อ.."

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 30 ก.ย. 2017, 14:23

..๑๐.๐๐ น. รู้สึกหิว ยังไม่ได้ทานข้าวเช้า พายเรือทวนน้ำ ทวนลม โต้คลื่อนมาเป็นเวลา ๓ ชั่วโมง จากวัดวรจรรยาวาส ๐๖.๓๐ น. ถึงท่านิเวศน์วรดิฐ ๐๙.๓๐ น. ท้ายเรือมีขนมมันสำปะหลังเชื่อมกับน้ำดื่ม หยิบมานั่งทาน พร้อมกับคิดว่า เมื่อกราบพ่อเสร็จแล้วจะเดินทางกลับพร้อมเรือและสัมภาระอย่างไร พายกลับคงไม่ไหวแน่ด้วยสภาพร่างกายที่อิดโรย แขนล้ารุนแรง ในแม่น้ำเรือวิ่งกันขวักไขว่ คลื่นแรงมากมายตลอดเวลา ช่วงกลางวันน้ำก็ขึ้นไหลกลับให้ได้พายทวนน้ำ โต้คลื่น อีกด้วย อย่ากระนั้นเลย ควรหาตัวช่วยด้วยเรือยนต์หรือรถยนต์ ทานขนมดื่มน้ำพอรองท้องให้หายหิว นั่งอยู่ที่เขื่อนริมฝั่ง โทรศัพท์ติดต่อเพื่อนที่ฝากเรือให้ไปติดต่อหาเรือยนต์มารับ พร้อมกันนั้นก็โทร.หาแม่บ้านให้ติดต่อหารถยนต์มารับ ขณะที่โทร.ติดต่ออยู่นั้น มีหนุ่มผู้หนึ่งวัยไม่ถึง ๓๐ ข้ามกองกระสอบทรายผนังกั้นน้ำลงมาหา บอกว่าผมมาจากจันทบุรี มากราบพ่อ ผมเห็นผู้สูงอายุแล้วนับถือสรัทธา ไม่เคยลบหลู่ ลุงพายเรือมาไกล คงจะหิว เห็นกินของหวาน ผมรับแจกข้าวกับน้ำมาจากสนามหลวง ผมให้ลงไว้ทาน กล่าวขอบคุณเขา แล้วเขาก็ปีนกระสอบทรายกับขึ้นฝั่งไป ติดต่อหาพาหนะมารับเสร็จเรียบร้อยได้รถยนต์รับจ้างสาธารณะมารับไปส่งที่วัดบางน้ำผึ้งใน ราคา 1,500.- บาท แล้วหยิบกล่องข้าว เปิดฝา เห็นข้าวกับผัดเผ็ดปลาดุก และห้อยจ้อ ๓ ก้อน กับน้ำปลาพริก หยิบช้อนปลาสติกขาวใสตักเนื้อปลาหน่อยหนึ่งวางบนข้าว แล้วตักใส่ปากเคี้ยว ลิ้นลิ้มรสรู้สึกอร่อยมาก ตักข้าวจากกล่องทานพร้อมกับดูวิวในแม่น้ำที่มีเรือวิ่งไป-มากันอยู่ขวักไขว่ กระแสน้ำและคลื่นยังแรงมากอยู่ตลอดเหมือนเดิม ยิ่งสายเรือเร็วโดยสารและเรือนักท่องเที่ยวต่างชาติยิ่งมากขึ้นวิ่งกันเร็วรี่อีกด้วย ไม่นานข้าวหมดกล่อง อิ่มแปล้ ใจคิดขอบคุณหนุ่มผู้นั้น แล้วตระหวัดไปถึงว่าคงเนื่องเพราะพระบารมีของพ่อหลวงอีกแล้ว ที่ประทานให้ลูกอิ่มครั้งนี้
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: "..พายเรือไปกราบพ่อ.."

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 30 ก.ย. 2017, 14:34

..หลังจากโทรศัพท์ติดต่อได้รถยนต์มารับกลับและอิ่มเรียบร้อยแล้ว มีอีกอย่างหนึ่งที่ยังไม่ได้ทำ คือ "กราบพ่อ" และถ่ายทำวีดีโอ ต้องคิดต่อว่าจะกราบตรงไหนถึงจะเหมาะ และจะได้ใครมาช่วยถ่ายวีดีโอให้ ในที่สุดก็ตกลงใจว่า จะทำการกราบพ่อ อธิษฐานจิตให้พ่อหลวงเสด็จสู่สรรรคาลัย ตรงข้างเรือพายที่จอดอยู่บนพื้นปูนชายแม่น้ำ เบื้องหน้าเป็น“พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ที่ประดิษฐานพระบรมศพ “ในหลวง” ในพระบรมโกศ จากตรงที่จะทำการกราบพ่อ มองเห็นหลังคาพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทอยู่ไม่ไกล วางพล๊อตการถ่ายวีดีโอไว้แล้วว่า ถ่ายจากด้านหลังตอนนั่งก้มกราบแล้วแพนกล้องขึ้นไปถึงหลังคาวัง แล้วแพลนกลับลงมาจบที่หลังตรงป้ายพายเรือไปกราบพ่อ ช่วงหนึ่งระหว่างรอรถยนต์รับจ้างมารับ มีนักเรียน รด.กลุ่มหนึ่ง ขึ้นจากเรือข้ามฝั่งมายืนรอเพื่อนอีกกลุ่มใต้ต้นมะขามริมฝั่งน้ำ มองไปที่นักเรียนผู้หนึ่งนั่งตากแดดพิงกำแพง เหมาะใจเดินเข้าไปหา บอกเขาว่าไปช่วยถ่ายรูปให้ลุงหน่อย เขายิ้มตอบรับลุกขึ้นเดินตามไปยังทางเดินลงโป๊ะสำหรับจอดเรือ ยืนตรงที่เรือพายจอดอยู่ด้านล่าง ตั้งโหมดกล้องมือถือ ส่งให้เขาพร้อมอธิบายวิธีถ่ายตามที่คิดไว้ให้ทราบ แล้วเดินลงสะพานไปที่พื้นปูนข้างเรือพาย ทำการอธิษฐานจิตแล้วกราบ ได้ภาพ VDO พอดูได้เป็นสังเขป สวยงามพอสมควรกับฝีมือของเด็กหนุ่มผู้ที่ลุงขอแรงและกล้องจากโทรศัพท์มือถือของลุง (ตาม youtube.com แนบ)


https://www.youtube.com/watch?v=e9qp6sI ... e=youtu.be
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: "..พายเรือไปกราบพ่อ.."

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 30 ก.ย. 2017, 16:41

..เที่ยงกว่ารถยนต์รับจ้างมารับ ช่วยกันยกเรือและสัมภาระขึ้นกะบะท้ายแล้วนั่งแอร์เย็นสบายบรื๋อ บินปร๋อ ผ่านวัดโพธิ์ วงเวียนกรมการรักษาดินแดน สี่แยกสะพานมอญ ศาลาเฉลิมกรุง พาหุรัด โรงเรียนสวนกุหลาบ ขึ้นสะพานพุทธ วงเวียนใหญ่ เลี้ยวซ้ายสี่แยกมไหศวรรค์ เลี้ยวขวาเข้าถนนเจริญนคร ยาวไปถึง อ.พระประแดง ผ่านวัดทรงธรรม เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรหึงษ์ เลี้ยวขวาเข้าไปส่งเรือลงคลองที่หน้าวัดบางน้ำผึ้งใน ตรงข้ามมีร้านอาหารตามสั่ง บ่ายสองแล้ว เดี๋ยวคงจะหิว สั่งซะหนึ่งกล่อง กระเพรากุ้งราดข้าว แล้วพายเรือไปตามลำคลอง น้ำขึ้นเต็มคลอง ใส นั่ง บางฃ่วงมีร่มไม้ใบบัง บางช่วงไม่มีแดดร้อน คดเคี้ยวเลี้ยวลดซ้ายขวา ขวาซ้าย ไป 2000 เมตร ถึงบ้านเพื่อนที่ฝากเรือ จอดผูกเชือกกับเสาสะพาน เอาสัมภาระขึ้นเรียบร้อย นั่งทานข้าวกล่องที่ซื้อมาด้วยความเอร็ดอร่อย มีเสียงนกเขาขันคู จู้ฮุ๊กกรู ๆ ๆ ให้ฟังเพลิน ๆ ด้วย อิ่มแล้วแบกสัมภาระเดินผ่านบ้านเพื่อนพบแวะคุยพักหนึ่ง แล้วนำสัมภาระบรรทุกท้ายจักรยานปั่นกลับบ้าน ถึงบ้านโดยสวัสดิ เต็มเปี่ยมล้นปรี่ด้วย “สุขภาพและความภูมิใจ ที่ไม่มีขายที่ไหน อยากได้ต้องทำเอง” น่าจะประมาณบ่ายสามโมงนั่นแล.
ขอบพระคุณ พระบารมีของ “พ่อหลวง”
ขอบคุณภรรยาและลูกชาย ที่ไม่เห็นด้วยกับการทำความดี พายเรือไปกราบพ่อ จากวัดบางกอบัว ไปยังท่านิเวศน์วรดิฐ ครั้งนี้ ต่างทำการทัดทาน แต่ไม่ยื้อยุดฉุดรั้งไว้ ปล่อยให้ไปด้วยความเป็นห่วง
ขอบคุณหลานสาว ที่รอเรือข้ามฝั่งอยู่ที่ท่าเรือวัดบางกอบัว อนุเคราะห์ช่วยถ่ายภาพให้หลายภาพ และ VDO ด้วย ช่วยให้ได้ภาพมาพอเป็นสังเขป
ขอบคุณหลาน ๆ สามสี่คนที่ท่าน้ำวัดบางขมิ้น นำน้ำดื่มมาให้ ๓-๔ ขวด และบอกว่า ไปช้า ๆ นะลุง เหนื่อยก็พัก
ขอบคุณหลานเกียง และน้องนาง ที่หน้าวัดวรจรรยาวาส ที่ให้ความอนุเคราะห์อย่างดียิ่ง
ขอบคุณเจ้าหน้าที่ประจำเรือตรวจการจราจรในแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้ง 3 ท่าน ที่ให้การช่วยเหลือกันเรือเร็วให้ขณะพายข้ามจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่ง และดูแลตลอดทางจากเลยวัดวรจรรยาวาสมาหน่อยจนถึงท่านิเวศน์วรดิฐ
ขอบคุณเจ้าหน้าที่ กทม.ทั้ง ๓ ท่าน ที่ลงมาช่วยยกเรือขึ้นจากน้ำไว้บนตลิ่ง
ขอบคุณหลานชายที่มาจากจันทบุรี นำข้าวกล่องและน้ำดื่มมาให้ทานประทังความหิว มื้อเช้า
ขอบคุณหลานหนุ่มน้อย นักเรียน รด. ที่ช่วยถ่ายภาพ และช่วยยกเรือจากชายฝั่งแม่น้ำ ข้ามกระสอบทรายพนังกั้นน้ำท่วม ลงสู่ถนนรอรถยนต์มารับ
ขอบคุณ คุณขจร แก้วน้อย เพื่อนร่วมรุ่น ม.๖ ที่รับฝากเรือไว้ที่บ้าน และเป็นธุระเดินทางไปหาเจ้าของเรือหางรับจ้างหลายแห่งจะให้ไปรับ ได้รับความรู้ว่าเรือหางยาวที่รับส่งผู้โดยสารข้ามแม่น้ำเจ้าพระอยู่ที่ท่าวัดบางกอบัว บางลำไม่กล้าไปละแวกท่าราชวรดิฐ ระหว่างจากสะพานพุทธยอดฟ้าถึงสะพานปิ่นเกล้า เพราะเรือมากคลื่นแรง
ขอบคุณ พระแม่คงคา ในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่อนุญาตให้ดำเนินกิจกรรมพายเรือไปกราบพ่อ จากท่าน้ำวัดบางกอบัว ถึงท่านิเวศน์วรดิฐ สำเร็จลุล่วงเรียบร้อยด้วยดี สมความประสงค์จำนงหมาย
ขอบคุณ พระเครื่องรางของขลังที่คล้องคออยู่ทุกพระองค์ ที่คุ้มครองป้องกันให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากอุบัติเหตุอุบัติภัยใด ๆ (ฆเฏสิ ฆเฏสิ อะหัง ปิตัง ชานามิ ชานามิ)

........เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้.........

โดย...นายเนตร สงวนสัตย์ (ลุงเนตร) วุฒิ ม.๖

ปล. ข้อเขียนข้างต้น เป็นข้อเขียนของ วุฒิ ม.๖ หากมีข้อความใดผิดพลาด คลาดเคลื่อน ไม่ถูกต้อง (กรุณาช่วยอ่านให้ถูกด้วย) หรือมีข้อความใดไม่เหมาะสม ล่วงเกิน ลบหลู่ ท่านหนึ่งใดไปบ้าง นั่นเกิดขึ้นจากความมิได้ตั้งใจ ด้วยเรียนน้อย ด้อยปัญญา โปรดให้อภัยด้วย จักเป็นพระคุณยิ่ง.
แนบไฟล์
20170928_124936.jpg
20170928_124949.jpg
20170928_141650.jpg
20170928_141655.jpg
20170928_141706.jpg
20170928_143240.jpg
20170928_143308.jpg
20170928_143322.jpg
20170928_143354.jpg
20170928_145001.jpg
20170928_145457.jpg
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: "..พายเรือไปกราบพ่อ.."

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 30 ก.ย. 2017, 16:49

..ต่อไปนี้เป็นเอกสารประกอบในการดำเนินการกิจกรรม "พายเรือไปกราบพ่อ" จำนวน ๒ เรื่อง

“..พายเรือไปกราบพ่อ..”
---------
แรงบันดาลใจ :- เมื่อช่วงสายของวันศุกร์ ที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๐ ขณะภายเรือออกกำลังกายอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จากท่าเรือวัดบางน้ำผึ้งนอก ต.บางน้ำผึ้ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ไปยังท่าเรือปากคลองแพ ต.บางกอบัว อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ได้เกิดความคิดขึ้นว่า ตัวเองมีเรือพาย มีสุขภาพร่างกายและจิตใจดี ควรที่จะทำสิ่งดี ๆ ให้เกิดประโยชน์กับผู้อื่น อันจะทำให้ชีวิตมีคค่า และอีกแรงบันดาลใจหนึ่งคือ “พ่อหลวง” เสด็จสู่สวรรคาลัย

วัตถุประสงค์ : -

๑. ”พ่อหลวง” เสด็จสู่สวรรคาลัย สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ข้าพระพุทธเจ้า นายเนตร สงวนสัตย์

๒. ย้ำเตือนตนน้อมนำพระราชดำรัชฯ ที่เป็นประโยชน์ต่อชาติและประชาชนมาปฏิบัติ อาทิ “ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปรกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากอยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้”

— พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

(พิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6 ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี, 11 ธันวาคม 2512)

๓. สร้างจิตสำนึกให้กับผู้อื่น ในด้านการสร้างเสริมสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย “..กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ.. – อโรคยา ปรมาลาภา = ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ..”
กำหนดดำเนินการ : ระหว่างวันอังคารที่ ๒๖ – ๓๐ ก.ย.๒๕๖๐ เริ่มกิจกรรมวันอังคารที่ ๒๖ ก.ย.๒๕๖๐ เวลา ๐๗.๕๙ น. ณ ท่าเรือวัดบางกอบัว ต.บางกอบัว อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

สถานที่ดำเนินการ : แม่น้ำเจ้าพระยา จากท่าเรือวัดบางกอบัว อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ – ท่าราชวรดิฐ

พาหนะที่ใช้ในกิจกรรม : เรือคายัค แบบ NOMAD รายละเอียดของเรือตามเวบไซด์นี้..http://board.trekkingthai.com/board/sho ... _id=623859)

ผู้ดำเนินการพายเรือไปกราบพ่อ : นายเนตร สงวนสัตย์ (ลุงเนตร) อายุ ๗๔ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๔๖๕ ซอยจ่าโสด ถนนทางรถไฟเก่า แขวงบางนา เขตบางนา กทม. โทร.๐๘๙-๘๑๓๓๙๓๖

ผลที่คาดว่าจะได้รับ : -

๑. หลังจากสื่อต่าง ๆ ประชาสัมพันธ์แล้ว ทำให้ผู้ที่ยังไม่ได้รักตัวเอง ด้วยการไม่ออกกำลังกาย เกิดจิตสำนึกรักตัวเอง เริ่มออกกำลังกายเสริมสร้างสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ ทำให้สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี ไม่ป่วย ไม่ทุกข์.

๒. ตัวเองได้ออกกำลังกาย ทำให้สุขภาพดี และได้ความภูมิใจ ซึ่ง “สุขภาพดีและความภูใจ ไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง”
---------------
แก้ไขล่าสุดโดย ลุงเนตร เมื่อ 30 ก.ย. 2017, 17:15, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: "..พายเรือไปกราบพ่อ.."

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 30 ก.ย. 2017, 17:09

ประวัติการออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬาและการปั่นจักรยานของ “นายเนตร สงวนสัตย์” **************************
ผม..นายเนตร สงวนสัตย์ เกิดวันที่ 1 พฤษภาคม 2486 อายุ ๗๔ ปี (เกษียณจาก รฟท.รับบำนาญเดือนละ ๒๐,๘๐๐.-บาท) อยู่บ้านเลขที่ ๔๖๕ ซอยจ่าโสด ถนนทางรถไฟเก่า แขวงบางนา เขตบางนา กทม.10260 โทร. 089-8133936 ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพมาตลอดชีวิตตั้งแต่เรียน ม.ต้น
“กีฬา..กีฬา..เป็นยาวิเศษ..แก้กองกิเลศทำคนให้เป็นคน……” ทำให้ผมชอบเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็ก ๆ และเล่นมาโดยตลอดจนปัจจุบันก็ยังเล่นอยู่ดังนี้คือ.-
- ระหว่างปี พ.ศ.2498 - 2503 รวม 6 ปี ผมเรียน ม.1 – 6 เล่นฟุตบอลทีมโรงเรียนนนทรี
- ระหว่างปี พ.ศ.2504 - 2519 รวม 15 ปี ทำงานบริษัทเอกชน เล่นตะกร้อวงและตะกร้อลอดห่วง แข่งขันตามงานวัดและท้องสนามหลวง เคยได้ที่ 1 ประเภท ข.ที่ กทม. จัดแข่งขัน
- ระหว่างปี พ.ศ.2520 - 2522 รวม 3 ปี ผมเริ่มหัดเล่นแบดมินตันจนเก่ง ลงแข่งขันประเภทคู่และเดียวในสนามภายในของการรถไฟฯ แล้วเลิกเล่น เพราะโดดตบลงมายืนหัวเข่าหลุด รักษาอยู่ปีเต็ม ๆ
- ทุกเช้า วิ่งเพื่อสุขภาพ ๑ ช.ม.
- ต้นปี พ.ศ.๒๕๓๑ เริ่มซ้อมวิ่งมาราธอน ระยะทาง ๔๒.๑๙๕ ก.ม. เดือน พ.ย.สามารถวิ่งผ่านระยะเต็มมาราธอน ๔๒.๑๙๕ ก.ม.ได้ในเวลา ๕.๔๓ ช.ม. กติกาให้ภายในเวลา ๖ ช.ม.
- และต่อจากนั้นก็ลงสนามแข่งมาราธอนทุกระยะเรื่อยมาอีกหลายปี จนปีที่ครบอายุ ๖๐ น่าจะเป็น พ.ศ.๒๕๔๖ ลงวิ่งสนามมาราธาอน ๔๒.๑๙๕ ก.ม. ทั้งหมด ๔ สนาม ผ่านทุกสนามในเวลาเกือบ ๖ ช.ม.
- ตั้งแต่ปี พ.ศ.2524 - ผมเริ่มขี่จักรยานเกือบทุกรูปแบบ ขี่ไปทำงาน..ไปเที่ยว..ไปออกกำลังกาย..ไปทำธุระต่าง ๆ จนปัจจุบันยังขี่อยู่ ถนนราบเรียบขี่ได้วันละ 100 ก.ม.
- ตั้งแต่ปี พ.ศ.2531 - ต้นเดือน ม.ค.31 ผมเริ่มซ้อมวิ่งมาราธอน ถึงเดือน พ.ย.31 ลงแข่งระยะเต็มมาราธอน 42.195 กม.สำเร็จ เข้าเส้นชัยภายในเวลา 6 ชม. โดยใช้เวลาไปทั้งหมด 5.43 ช.ม. ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาลงแข่งมาราธอนมาแล้วทุกระยะ จนปัจจุบันยังวิ่งอยู่ ช่วงอายุ 60 ปีผ่าน ยังทดลองซ้อมและลงแข่งมาราธอนรวม 4 สนาม คือ เดือน พ.ย.46 ลงแข่งสนามกรุงเทพมาราธอน ใช้เวลาไป 6.18 ช.ม. เกินเวลา 6 ช.ม. ได้เหรียญ ไม่ได้ประกาศนียบัตร, เดือน ม.ค.47 วิ่งสนามขอนแก่นมาราธอน ใช้เวลา 5.34 ช.ม. ในเวลา 6 ช.ม.ได้เหรียญและประกาศนียบัตร, เดือน มี.ค.47 วิ่งมาราธอนสนามจังหวัดสมุทรสงคราม ใช้เวลา 6.03 นาที เกินเวลา 6 ช.ม.ได้เหรียญ ไม่ได้ประกาศนียบัตร, เดือน พ.ค.47 วิ่งมาราธอนสนามหนองคาย-เวียงจันทน์ ใช้เวลา 6.30 ชม.สนามนี้ให้เวลา 7 ชม.ได้เหรียญและประกาศนียบัตร จนปัจจุบันผมยังซ้อมวิ่งอยู่วันละ 6 กม.หรือ 10 กม.สลับกับซ้อมขี่รถจักรยานวันละ 20 กม.เป็นประจำ
- ตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 – เริ่มซ้อมว่ายน้ำจนสามารถว่ายได้ 1,500 เมตร ภายใน 1 ช.ม. แล้วลงแข่งไตรกีฬา ระยะโอลิมปิค คือ ว่ายน้ำ 1,500 เมตร ต่อด้วยขี่รถจักรยาน 40 ก.ม. ต่อด้วยวิ่งอีก 10 ก.ม. ในเวลา 6 ชม. สามารถเล่นกับเขาได้ภายในเวลาอยู่ใน
ตำแหน่งท้าย ๆ เป็นประจำ เพราะผมซ้อมเพียงพอเล่นกับเขาได้เท่านั้น เล่นกับเขา ได้ก็พอใจแล้ว ปัจจุบันห่างการลงแข่งมานานพอสมควร ไม่ค่อยได้ซ้อมว่ายน้ำ แต่ถ้าจะลงแข่งใน ระยะโอลิมปิคอีกเมื่อใด ขอเวลาซ้อมว่ายน้ำ 20 ครั้ง ก็จะสามารถลง
ร่วมแข่งขันได้
- ตั้งแต่ปี พ.ศ.2510 ผมได้ใบเบิกทางขึ้นรถไฟฟรี ทุกสายไปกลับ ปีละ 2 ครั้ง แต่ละครั้งให้ใช้ได้ภายใน 30 วัน ผมเริ่มขึ้นรถไฟเที่ยวขึ้นเหนือล่องใต้เที่ยวไปทั่ว และเที่ยวด้วยพาหนะต่าง ๆ มาแล้วมากมาย การปั่นจักรยานออกกำลังกายและได้เที่ยวด้วยชอบมาก เพราะ ร่างกายได้ออกกำลังแล้วยังได้เที่ยวไปในที่ต่าง ๆ ด้วย ทำให้ร่างกายแข็งแรง เดินทางไปด้วยความเร็วที่เหมาะสมไม่ช้าและไม่เร็วเกินไป หากเกิดอุบัติเหตุรถล้มลงก็ไม่เจ็บมากขี่ต่อไปได้ ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติข้างทางมากกว่าพาหนะอื่น ๆ ได้สัมผัสกับ..ลม..แดด..ฝน, ได้ยินเสียงร้องของสรรพสัตว์อย่างชัดเจน ได้เห็นสรรพสิ่งอย่างชัดแจ้ง, ได้พูดคุยกับประชาชนชาวบ้านที่อยู่ละแวกสองข้างทาง, ค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษารถจักรยานน้อยมากเมื่อเทียบกับรถยนต์, ค่าทะเบียนรายปีไม่ต้องเสีย, ค่าน้ำมันไม่เสีย, ไม่มีเสียงดังรบกวนโสตประสาทหูของผู้ขี่และชาวบ้าน, ไม่มีควันจากท่อไอเสียเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม, ไปที่ไหน ๆ มีแต่คนชื่นชมและสงสารที่ไปด้วยแรงขา ทุกครั้งที่ผมไปท่องเที่ยวด้วยรถจักรยานกลับมา ไม่ว่าจะเป็น ทริปไป-กลับภายในวันเดียวหรือหลายวันผมได้รับ “ความภูมิใจ” ที่ไปเที่ยวด้วยรถจักรยานสำเร็จกลับถึงบ้านด้วยความปลอดภัย, ได้ “สุขภาพแข็งแรง” และ “สุขภาพจิต”ดี ซึ่งทั้ง 3 อย่างนั้น “ในโลกนี้ไม่มีขาย” เคยขี่รถจักรยานออกกำลังกายและท่องเที่ยวในประเทศมาแล้วมากมาย เท่าที่จำได้ก็คือ.-
- ขี่จาก จ.เชียงใหม่ – อ.ออบหลวง – อ.แม่สะเรียง – อ.แม่ลาน้อย – อ.ขุนยวม – จ.แม่ฮ่องสอน รวม 6 วัน
- ขี่จาก จ.น่าน – กิ่ง อ.สองแคว – อ.เชียงคำ – อ.เทิง – อ.เชียงของ – อ.เชียงแสน – แม่สาย (จ.เชียงราย)
- ขี่จาก จ.พิษณุโลก – แยกบ้านแยง – อ.นครไทย – ขึ้นไปเที่ยวบนภูหินร่องกล้า แล้วลงมานอนที่ อ.นครไทย – อ.ด้านซ้าย – อุทยานแห่งชาติภูเรือ – อ.เชียงคาน – อ.ปากชม – อ.สังคม – อ.ศรีเชียงใหม่ – จ.หนองคาย รวม 6 วัน รวม 2 ครั้ง
- เมื่อปี พ.ศ.2525 และ 2527 ขี่จากกรุงเทพฯ – จ. นครสวรรค์ – จ.สุโขทัย – จ.แพร่ – จ.ลำปาง – จ.เชียงใหม่ รวม 6 วัน
- เมื่อเดือน เม.ย.2546 ขี่จาก อ.สุไหงโก-ลค (จ.นราธิวาส) – จ.ปัตตานี – จ.สงขลา – จ.นครศรีธรรมราช – จ.สุราษฎร์ธานี – จ.ชุมพร – จ.ประจวบคีรีขันท์ – จ.เพชรบุรี – จ.สมุทรสงคราม รวม 10 วัน
- เมื่อเดือน ก.พ.2547 ขี่จาก จ.ขอนแก่น – จ.มหาสารคาม – จ.ร้อยเอ็ด – จ.บุรีรัมย์ – จ.นครราชสีมา – จ.สระแก้ว – จ.จันทบุรี – จ.ระยอง – อ.สัตหีบ (จ.ชลบุรี) รวม 10 วัน
- ขี่จากกรุงเทพฯ – จ.นครปฐม – จ.ราชบุรี – อ.บ้านบึง – อ.สวนผึ้ง ภายในวันเดียว
- ขี่จากกรุงเทพฯ – อ.บางเลน – อ.กำแพงแสน – อ.ท่ามะกา – อ.ด่านมะขามเตี้ย – บ้านห้วยยายทอง จ.กาญจนบุรี รวมระยะทางประมาณ 160 กม. ภายในวันเดียว
- ขี่จากกรุงเทพฯ – จ.สุพรรณบุรี – อ.บ่อพลอย – อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ – อ.ด่านช้าง (จ.สุพรรณบุรี) รวม 3 วัน แล้วขึ้นรถทัวร์กลับบ้าน
- ขี่จาก จ.อุบลฯ - ช่องแม๊ค – อ.โขงเจียม – จ.มุกดาหาร
- ระหว่างวันที่ 21 พ.ค. – 7 ส.ค.2549 ปั่นจักรยานเกือบรอบตามขอบประเทศไทย 79 วัน เพื่อนำประสบการณ์ที่ได้จากการปั่นจักรยานมาตั้งแต่ปี 2524 รวม 25 ปี ไปบอกกับประชาชนตลอดรายทางที่พบและที่เข้าพักในแต่ละอำเภอหรือจังหวัดในแต่ละวันว่า ขี่จักรยานทำให้ประหยัดพลังงาน, มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง, รักษาสิ่งแวดล้อม ฯ อันเป็นการทำ 1 ใน 60 ล้านความดีถวายในหลวง เพื่อเฉลิมพระเกียรติในปีมหามงคลอันประเสริฐที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 60 ปี ระหว่างดำเนินโครงการได้รับเชิญจากรายการบ้านเลขที่ 5 ไปออกรายการสดทางช่อง 5 เมื่อวันที่ 5 ก.ค.49 เวลา 18 น.เศษ
- ต้นปี 2550 จนถึงปัจจุบัน ได้ปั่นจาก กทม.ไป อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี, ปั่นจาก อ.แม่สอด จ.ตาก ไป อ.อุ้มผาง และ จ.เมียวดี ประเทศพม่า และได้ปั่นจักรยานมาราธอนไม่นอน 24 ชั่วโมง อีก 2 ครั้ง
- วันที่ 16 ก.ย.2550 – 5 ธ.ค.2550 ได้เป็นกรรมการของโครงการจักรยานเสือภูเขา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง 81 วัน เฉลิมพระชนมพรรษาฯ ได้ดำเนินโครงการปั่นจักรยานรณรงค์ให้ประชาชนเห็นคุณค่าของจักรยานและหันมาใช้จักรยานในชีวิตประจำวันกันมากขึ้น
สำหรับการขี่รถจักรยานท่องเที่ยวในประเทศนอกจากนั้นแล้วยังมีอีกมากมาย ถ้าเขียนทั้งหมดจะยาวมาก

ต่อไปนี้เป็นทริปปั่นจักรยานท่องเที่ยวต่างประเทศ (การปั่นจักรยานทุกทริปทั้งในประเทศและต่างประเทศ ใช้เงินส่วนตัว ไม่มีสปอนด์เซอร์) ดังนี้.-
- เมื่อปี พ.ศ.2539 ขึ้นรถไฟไปซื้อรถจักรยานที่ประเทศสิงคโปร์ ปั่นเที่ยวในประเทศสิงคโปร์ จำนวน 3 วัน แล้วปั่นจากชายแดนสิงคโปร์ เข้ามาในประเทศมาเลเซีย ถึง “บัตเตอร์เวิร์ด” ระยะทางประมาณ 800 ก.ม.รวมเวลา 10 วัน แล้วขึ้นรถไฟกลับ กทม.
- เมื่อปี พ.ศ.2541 นำรถจักรยานขึ้นเครื่องบินไปลงที่เมือง “กาตมัณฑุ” ประเทศเนปาน ปั่นเที่ยวในเมือง 2 วัน แล้วปั่นไปถึงเมือง “โพคลา” ใช้เวลา 3 วัน ต่อจากนั้นขึ้นรถเมล์ ตั้งแต่ 08.00 – 18.00 น.ไปที่เมือง “พุทธวาล” เมืองที่พระพุทธเจ้าประสูติ ติดชายแดนประเทศอินเดีย เที่ยวแล้วพัก 1 คืน เช้าปั่นผ่านเขตแดนเนปาน เข้าประเทศอินเดีย เดินทางด้วยรถไฟบ้าง รถยนต์บ้าง เนื่องจากเป็นหน้าร้อน ในประเทศอินเดียไม่น่าปั่นและเป็นระยะทางไกลถึง 1,200 ก.ม.จากชายแดนไปถึงกรุง “นิวเดลฮี” เวลามีไม่พอ เราจึงใช้รถจักรยานเพียงปั่นไปขึ้นรถเมล์และรถไฟลงจากรถปั่นไปหาโรงแรมนอนเท่านั้น ผ่านเมือง “อักกล้า” ได้เที่ยว “ทัชมาฮาล” 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกด้วย จนถึงเมือง “นิวเดลฮี” ปั่นเที่ยวอยู่ในเมือง 1 วัน บินกลับประเทศไทย
- เมื่อปี พ.ศ.2542 นำรถจักรยานขึ้นเครื่องบินไปปั่นเที่ยวที่เมืองปักกิ่งประเทศจีน และขึ้นรถไฟจากปักกิ่งไปซื้อทัวร์นั่งรถตู้เที่ยวที่มองโกเลียใน 3 วัน รวมอยู่ที่ปักกิ่งและมองโกเลียใน 15 วัน
- เมื่อปี พ.ศ.2543 นำรถจักรยานขึ้นเครื่องบินไปลงที่เมือง “ฮานอย” เหนือสุดของประเทศเวียดนาม ปั่นรถจักรยานเที่ยวอยู่ 1 วัน นอนค้าง 2 คืน แล้วปั่นออกจากเมืองฮานอย เดินทางถึงเมือง “โฮจิมินซิตี้”โดยใช้เวลาเดินทาง 15 วัน รวมระยะทาง 1,800 ก.ม.
- เมื่อปี พ.ศ.2543 (ต้นปี) ปั่นจาก อ.เมือง จ.หนองคาย – เมืองเวียงจันทน์ – เขื่อนน้ำงึม ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
- เมื่อปี พ.ศ.2543 นำรถจักรยานขึ้นรถไฟไปนอนค้างที่ อ.อรัญญะประเทศ 1 คืน เช้าวันรุ่งขึ้นเริ่มปั่นจักรยานเข้าประเทศกัมพูชาทาง “ปอยเปต” เมืองชายแดนติดกับไทย เข้าไปถึงเมืองศรีโสภณ(ค้าง 1 คืน) – เสียมเรียบ(ค้าง 1 คืน) – ขึ้นรถปิ๊กอัพประจำทางถึงพนมเปญ(ค้าง 2 คืน 1 วัน) – ขี่จากเมืองพนมเปญ 1 วัน 160 ก.ม.ถึงท่าเรือ “เอ็มสเตบัน”(นอนค้างรอเรือ 1 คืน – วันรุ่งขึ้น 09.00 น.เรือออกจากท่า ไปขึ้นจากเรือที่เกาะกง – นั่งเรือเล็กไปหาดเล็ก แล้วขึ้นรถยนต์กลับเข้า จ.ตราด –และ กลับ กทม.โดยรถยนต์.
- เมื่อปี พ.ศ.2544 นำรถจักรยานขึ้นเครื่องบินไปลงที่เมือง “แฟรงเฟิร์ต” ปั่นเที่ยว มุ่งเข้าไปหาเมือง “เบอร์ลิน” ปั่นไปได้ 7 วัน แล้วนั่งรถไฟกลับแฟรงเฟิร์ต ต่อจากนั้นญาติขับรถมารับไปปั่นเที่ยวในประเทศเนเธอร์แลนด์อีก 8 วัน รวม 15 วัน
- เมื่อ ๓ ก.พ.๒๕๔๔ ลงสนามแข่งไตรกีฬา ระยะ IRONMAN เริ่มด้วยว่ายน้ำ ๓.๘ ก.ม. ต่อด้วยปั่นจักรยาน ๑๘๐ ก.ม. ต่อด้วยวิ่งหรือเดินหรือคลานอีก ๔๒.๑๙๕ ก.ม. ผู้จัดให้เวลา ๒๔ ช.ม. ผมผ่านระยะนั้นได้ในเวลา ๒๕.๓๐ ช.ม. โดยหลังไม่ได้แตะพ้น ตาไม่ได้หลับ ได้โล่มาเป็นที่ระลึก ๑ แผ่น ก่อนหน้านั้นก็ผ่านระยะโอลิมปิค และระยะกลางมาแล้วด้วย
- เมื่อปลายปี พ.ศ.2544 ปั่นออกจาก อ.เชียงของ – ถึง อ.เชียงแสน – ลงเรือสินค้าของจีน สองวันสองคืน วิ่งทวนแม่น้ำโขงไปขึ้นที่เมืองเชียงรุ่ง ประเทศจีน แล้วปั่น 3 วัน นอนค้างในจีน 3 คืน ถึงบ้าน “บ่อหาน” เมืองชายแดนเหนือสุดของลาวติดกับจีน ปั่นเข้าในลาวอีก 3 วัน ค้าง 3 คืน ถึงเมือง บ่อแก้ว ของลาว ลงเรือข้ามฝั่งกลับสู่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย แล้วนำรถจักรยานขึ้นรถทัวร์กลับบ้าน-
- เมื่อต้นปี พ.ศ.2545 ปั่นจากเมือง “หลวงพระบาง” ถึงเมือง “เวียงจันทน์” ในประเทศสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว ใช้เวลาปั่น 6 วัน
----------------------------------

ปล. ทุกสิ่งทุกประการที่นำมาให้ทราบเป็นวิทยาทานแล้วนั้น มิใช่เป็นการโอ้อวด แต่ประการใด โปรดเข้าใจว่าเป็นการนำมาให้ทราบว่า ร่างกายทุกคนสามารถทำได้ ถ้ามีเวลาฝึกซ้อมและความพยายาม เมื่อทำได้แล้วย่อมเกิดประโยชน์กับร่างกายโดยตรงและเต็ม ๆ ทำให้สุขภาพกายและใจดี สามารถทำกิจการใด ๆ ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี ไม่ทุกข์จากการเจ็บป่วยแต่ประการใด “กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ = การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ = สุขภาพดีและความภูมิใจ ไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง.
แนบไฟล์
20171001_091400.jpg
ที่สุดของ 2 กีฬา ที่เคยเล่นผ่าน ในอดีต ปัจจุบันคงเหลือเพียง ใจ อึด-ทน เท่านั้น
20171001_092627.jpg
แก้ไขล่าสุดโดย ลุงเนตร เมื่อ 02 ต.ค. 2017, 06:46, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: "..พายเรือไปกราบพ่อ.."

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 02 ต.ค. 2017, 03:14

:) :D อนุโมทนา...สาธุ "สำเร็จได้ด้วยพระบารมีจริง ๆ "จะมีใครสักกี่คนที่ทำได้ ขอผลบุญในครั้งนี้ส่งให้คุณพี่ของผมมีอายุยืนยาวเพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้กับเยาวชนคนรุ่นหลังได้เจริญรอยตาม "ชีวิตที่ไม่ไร้ค่า" ๗๔ ปีเรียกว่าอายุไม่ใช่ปัญหาอยู่ที่สติ สมาธิ กับความมุงมั่นแน่วแน่ที่จะกระทำดีเพื่อคนที่ตนรัก สุดยอดครับ ขอคาระวะด้วยใจจริง ขอบพระคุณอีกครั้งครับ :) :D






viewtopic.php?f=72&t=890159 ......จักรยานธุดงค์.......

viewtopic.php?f=188&t=745024 ....เวียตนาม....


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 3 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน