เล่าเรื่องราว ข่าว กฟผ.

ห้องนี้เทียบได้กับ "ห้องนั่งเล่น" ในกระดานเดิมนะครับ

Re: เล่าเรื่องราว ข่าว กฟผ.

โพสต์ โดย สมพิศ » 22 มี.ค. 2013, 12:04


โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เวียดนาม สร้างจ่อไทยแค่ 800 กม.


ขณะที่ คนไทย กำลังรู้สึกหวาดกลัว โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โรงไฟฟ้าถ่านหิน หวาดกลัวแม้กระทั่งโรงไฟฟ้าชีวภาพ ต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าทุกรูปแบบ แต่คนไทยกลับใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นทุกวันอย่างรวดเร็ว จนผลิตไฟเองไม่ทัน ต้องไปซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ยืมจมูกเขาหายใจถึง 1 ใน 4 แค่ประเทศพม่าหยุดผลิตก๊าซไม่กี่วัน ไฟฟ้าเมืองไทยก็วิกฤติถึงขั้นต้องดับไฟ น่าเป็นห่วงเต็มที

แต่ไม่ว่าคนไทยจะกลัว โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โรงไฟฟ้าถ่านหิน แค่ไหน สุดท้ายก็หนีไม่พ้นอยู่ดี ประเทศไทยไม่สร้าง แต่ประเทศเพื่อนบ้านสร้างหมด นิวเคลียร์รั่วเมื่อไร คนไทยทุกคนก็โดนรังสีเหมือนกันหมด

วารสาร “การเงินธนาคาร” ฉบับเดือนมีนาคม ที่กำลังวางแผง มีรายงาน โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ของประเทศเพื่อนบ้านไทยค่อนข้างละเอียดว่าเวียดนาม” กำลังเริ่มก่อสร้าง “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรก” ที่ “เมืองนินห์ถ่วน” ในปีหน้า 2014 นี้แล้ว เมืองนินห์ถ่วน อยู่ห่างจากจังหวัดอุบลราชธานี 800 กิโลเมตร และอยู่ห่างจาก จังหวัดศรีสะเกษ 900 กิโลเมตร รัฐบาลเวียดนามจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งหมด 8 โรง

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์นินห์ถ่วน มีทั้งหมด 4 โรง มีกำลังการผลิตโรงละ 1,000 เมกะวัตต์ รวม 4,000 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรก จะสร้างเสร็จและเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ในปี 2020 หรือในอีก 7 ปีข้างหน้า ส่วนอีก 3 โรงที่เหลือจะทยอยเปิดปีละโรงจนถึงปี 2024

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของเวียดนาม เป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รัสเซีย เวียดนามซื้อจากรัสเซียเมื่อปี 2553 ในราคา 5,600 ล้านดอลลาร์ 168,000 ล้านบาท

ข้อมูลในวารสาร “การเงินธนาคาร” รายงานต่อไปว่า ในปี 2015 อีกสองปีข้างหน้า เวียดนามจะเริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เฟสสองอีก 4 โรง เป็น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จากญี่ปุ่น โรงแรกจะสร้างเสร็จและเริ่มผลิตไฟฟ้าได้ในปี 2021 จากนั้นจะทยอยเปิดอีกปีละโรงจนครบ 4 โรงในปี 2025

หมายความว่า ในอีก 12 ปี ข้างหน้า เวียดนาม จะมี โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 8 โรง ที่อยู่ห่างจากไทยไม่ถึง 1,000 กิโลเมตร มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 8,000 เมกะวัตต์ ขณะที่ไทยยังอยู่ในขั้นอนุบาล แค่เขียนแผนอนาคตไว้อย่างเลื่อนลอยและไร้จุดหมาย

ปลายปี 2555 ที่ผ่านมา IAEA–สำนักงานพลังงานปรมาณูสากล ได้ส่ง นายปาร์ค จอง คยอง ผู้อำนวยการฝ่ายพลังงานนิวเคลียร์ ไปตรวจสอบสถานะปัจจุบันของเวียดนาม ซึ่งอยู่ในขั้นที่ 2 ของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานนิวเคลียร์ตามเกณฑ์ของไอเออีเอ คือ เปิดประมูลและเริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

ส่วนขั้นที่ 3 คือสร้างเสร็จและเปิดดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรก

น่าตกใจไหม อีก 7 ปี โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ที่คนไทยกลัวนักกลัวหนา ก็จะเปิดเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ถึง 8 โรง ห่างจากไทยแค่ 800–900 กิโลเมตร ลมพัดเดี๋ยวเดียว รังสีก็แผ่มาถึงไทยแล้ว ไม่ว่าจะกลัวขนาดไหน คนไทยก็หนีไม่พ้น

ผมว่า กฟผ.ควรจะให้ความรู้แก่คนไทยอย่างจริงจัง ตั้งแต่เดี๋ยวนี้จะดีไหม

โรงไฟฟ้าถ่านหินก็เหมือนกัน จากความมักง่ายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตในอดีตที่แม่เมาะ กลายเป็นฝันร้ายมาจนถึงทุกวันนี้ “เอ็นจีโอ” ใช้เป็นข้ออ้างในการต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเกือบทุกรูปแบบ ทั้งๆ ที่ทุกคนก็ต้องการใช้ไฟฟ้า กลัวไฟฟ้าดับแต่กลับไม่เอาโรงไฟฟ้าฟังยังไงมันก็ไม่สมเหตุสมผล

แต่เมื่อสร้างในเมืองไทยไม่ได้ก็ต้องไปสร้างที่ประเทศเพื่อนบ้าน วันก่อนคุณอัญชลี ชวนิชย์ ประธานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตคนใหม่ ก็ออกมาเปิดเผยว่า กฟผ.มีแผนจะไปสร้าง “โรงไฟฟ้าถ่านหิน” ที่ทวาย ติดชายแดนไทยใกล้นิดเดียว ห่างจากกรุงเทพฯแค่ 400 กิโลเมตร แล้วส่งไฟฟ้ามาขายไทย

สังคมไทยวันนี้ก็เป็นอย่างที่เขาว่า สังคมดัดจริต เกลียดตัวแต่ชอบกินไข่.

“ลม เปลี่ยนทิศ”


รูปภาพ
วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ.2556
:arrow: http://www.thairath.co.th/column/pol/thai_remark/333556



Re: เล่าเรื่องราว ข่าว กฟผ.

โพสต์ โดย สมพิศ » 05 เม.ย. 2013, 11:24


สถิติความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดครับ

Peak.gif
:arrow: https://www.facebook.com/EGAT.PRD/posts/357445381022177


ขณะนี้สถานีโทรทัศน์เตรียมการถ่ายทอดสด
เตรียมถ่ายทอดสด.jpg
:arrow: https://www.facebook.com/photo.php?fbid=500040256725417

ASTVผู้จัดการออนไลน์ เขียน:รูปภาพ

วันนี้ “วอร์รูมกฟผ.”คึกคักทุกฝ่ายเฝ้าระวังการหยุดจ่ายก๊าซฯพม่าวันแรก “รมว.พลังงาน”นั่งประธานบัญชาการ มั่นใจทุกฝ่ายร่วมมือดันสำรองพุ่งเกินคาดหมายทำให้มั่นใจว่าจะรับมืออยู่ จุดเสี่ยงไฟดับลาดพร้าว รัชดา บางกะปิ ไร้กังวล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) บางกรวยเต็มไปด้วยความคักคักที่ทุกฝ่ายทั้งสื่อมวลชนทุกแขนง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะร่วมกันติดตามสถานการณ์การหยุดจ่ายก๊าซพม่าระหว่าง 5-14 เม.ย. ซึ่งวันนี้ถือเป็นวันแรกในการหยุดจ่ายก๊าซฯที่จะหายไปจากระบบ 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันและส่งผลให้ไฟฟ้าหายไปจากระบบ 4,100 เมกะวัตต์แต่วันนี้มีสำรองต่ำเพียง 676 เมกะวัตต์ โดยปกติสำรองควรอยู่ที่ 1,200 เมกะวัตต์ทำให้ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงานมีคำสั่งให้ทุกฝ่ายช่วยกันจัดหาไฟให้เพียงพอและขอความร่วมมือจากภาคอุตสาหกรรมในการลดใช้ไฟฟ้าในวันนี้เพื่อป้องกันความเสี่ยงไฟฟ้าตก ดับในบางพื้นที่

นายพงษ์ศักดิ์กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ตนจะเข้าไปนั่งเป็นประธาน ในการบัญชาการที่ ห้องประชุมปฏิบัติการพิเศษหรือวอร์รูม ที่สำนักงานใหญ่ กฟผ. 11.00 น. เป็นต้นไป เพื่อติดตามสถานการณ์ในภาพรวม และเตรียมสั่งแก้ไขหากเกิดวิกฤตพลังงานไฟฟ้าฉุกเฉินขึ้นมาแบบกะทันหัน แม้ว่าตลอดระยะเวลา1เดือนที่ผ่านมา กระทรวงพลังงาน ,กฟผ.ตลอดจนภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมมือกันจัดทำมาตรการประหยัดไฟฟ้า ทำให้ปริมาณไฟฟ้าสำรองในวันที่5 เม.ย.เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ1,667 เมกะวัตต์ ทำให้มั่นใจว่าในวันที่5 เม.ย.นี้ จะไม่เกิดปัญหาไฟฟ้าตกหรือดับ หรือต้องดับไฟฟ้าในบางพื้นที่อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ สำหรับพื้นที่เสี่ยง เกิดปัญหาไฟฟ้าตกหรือดับ 3พื้นที่ที่ประกอบด้วยบริเวณถนนวิภาวดีรังสิตบางส่วน,พื้นที่ถนนรัชดาและถนนลาดพร้าว บางส่วน ,พื้นที่เขตบางกะปิโดยเฉพาะแขวงคลองตัน ก็พบว่าการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.)ได้ทำการสลับสายส่งไฟฟ้าแรงสูงจากพื้นที่อื่นๆที่มีปริมาณไฟฟ้าเพียงพอ เข้ามาชดเชยกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ทำให้พื้นที่ดังกล่าวถูกถอดจากบัญชีพื้นที่เสี่ยงไฟฟ้าตกหรือดับเรียบร้อยแล้ว

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่าขณะนี้ตนเป็นห่วงสถานการณ์การใช้ไฟฟ้า ของประเทศไทยว่า อาจเกิดปัญหาขึ้นในระหว่างวันที่9-10 เม.ย.นี้แทน เนื่องจากมาตรการรณรงค์ประหยัดการใช้ไฟฟ้าในวันที่5 เม.ย.ได้ผ่านพ้นวิกฤตไปแล้ว จึงอยากขอความร่วมมือกับประชาชน ภาคเอกชน โรงงานอุตสาหกรรม ห้างสรรพสินค้าฯลฯ ช่วยกันประหยัดไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่งในวันที่9-10 เม.ย.เพราะอาจเกิดกรณีที่เมื่อเกิดความร่วมมือกันประหยัดไฟฟ้าในวันที่5 เม.ย.นี้ แต่อาจเกิดกระแสการใช้ไฟฟ้าโดยไม่มีการประหยัดขึ้นในวันที่9-10 เม.ย.นี้แทน ซึ่งอาจทำให้ปริมาณไฟฟ้าสำรองไม่เพียงพอ ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง โดยล่าสุดปริมาณไฟฟ้าสำรองในวันที่9-10 เม.ย. อยู่ที่1,440เมกะวัตต์ ที่แม้ว่าจะเพียงพอไม่ให้เกิดปัญหาไฟฟ้าตกไฟฟ้าดับแต่ตนก็อยากขอความร่วมมือให้ช่วยกันประหยัดอีกรอบหนึ่ง


รูปภาพ
:arrow: http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9560000041249


Re: เล่าเรื่องราว ข่าว กฟผ.

โพสต์ โดย สมพิศ » 05 เม.ย. 2013, 11:58

5abbiieabcj8bb7596j5b.jpg


ทุกฝ่ายขับเคลื่อนตามแผนรับมือ 'วิกฤติไฟฟ้า'
ทุกฝ่ายขับเคลื่อนตามแผนรับมือ 'วิกฤติไฟฟ้า' : รายงาน

การรับมือปัญหาขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าในช่วง "เมษาวิกฤติ" 5-14 เมษายนนี้ ทุกปีถือเป็นช่วงที่ประเทศไทยใช้พลังงานไฟฟ้าสูงที่สุด ประกอบกับฤดูร้อนปีนี้อุณหภูมิสูงมาก นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ระบุว่า ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาได้มีการทำลายสถิติการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) ไปแล้ว มีปริมาณการใช้ไฟฟ้า 26,430 เมกะวัตต์ คาดว่าปีนี้จะพุ่งสูงสุดที่ 27,000 เมกะวัตต์ ขณะที่กำลังผลิตรวม 3.2 หมื่นเมกะวัตต์

ดังนั้น ช่วงที่พม่าหยุดส่งก๊าซอาจเกิดการขาดแคลนไฟฟ้าได้ โดยเฉพาะในวันที่ 5 เมษายน และ 9-10 เมษายน ได้มีการประเมินว่าจะส่งผลให้ปริมาณสำรองเหลือน้อยที่สุด หรือขาดพลังงานไฟฟ้าถึง 6,000 เมกะวัตต์ อาจทำให้ไฟดับบางพื้นที่ หรือบางโซน หรือ Brownout แต่ยังไม่ถึงขั้นไฟดับทั่วประเทศ หรือ Blackout โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ เสี่ยงไฟฟ้าตก-ดับ คือ พื้นที่สถานีไฟฟ้าลาดพร้าว ถนนวิภาวดีรังสิต รัชดาภิเษก และบางกะปิ เนื่องจากแรงดันไฟฟ้าต่ำลง

โรงไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดมี 2 แห่ง คือ โรงไฟฟ้าพระนครใต้ และ โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ เพราะถูกออกแบบมาสำหรับใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้า ส่วน โรงไฟฟ้าราชบุรี โรงไฟฟ้าราชบุรีเพาเวอร์ โรงไฟฟ้าวังน้อย และโรงไฟฟ้าไตรเอนเนอจี้ สามารถใช้น้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลทดแทนได้บางส่วน

นี่คือ การบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาล และคณะกรรมการปรับปรุงความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า ประกอบด้วย 3 หน่วยงานการไฟฟ้า คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ต้องรับมือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาที...

จากการตรวจสอบความพร้อม "สู้วิกฤติไฟฟ้า" ล่าสุดพบว่าปริมาณไฟฟ้าที่หล่นหายไป 6,000 เมกะวัตต์ ภาครัฐได้จัดสรรกำลังการผลิตไฟฟ้าชดเชยไว้ 4,500 เมกะวัตต์ โดยให้โรงไฟฟ้าราชบุรี ปรับมาใช้พลังงานเตาและดีเซล สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 1,400 เมกะวัตต์ ขณะเดียวกันมีคำสั่งเลื่อนปลดระวางโรงไฟฟ้าบางปะกง 4 โรง จุดนี้ทำให้ได้กระแสไฟเพิ่มขึ้น 2,000 เมกะวัตต์ เลื่อนปลดระวางโรงไฟฟ้าพระนครใต้ 2 โรง ได้ไฟฟ้าเข้าสู่ระบบอีก 600 เมกะวัตต์ ส่วนการเลื่อนปลดระวางโรงไฟฟ้าวังน้อย ประเมินว่าผลิตไฟฟ้าได้ 300-400 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ยังย้ายโหลดสถานีไฟฟ้าแรงสูงลาดพร้าว, รัชดาภิเษก, สามพราน ทั้ง 3 จุด จะได้กระแสไฟเพิ่มขึ้น 200 เมกะวัตต์

โจทย์ข้อถัดไป คือ ความต้องการกระแสไฟอีก 1,500 เมกะวัตต์ ที่หายไปจากระบบในช่วงวันที่ 5-14 เมษายน จะได้ไฟฟ้าจากไหนมาทดแทน ส่วนที่ขาดหาย ? เบื้องต้นได้มาการเจรจาให้สาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว เพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากโครงการน้ำงึม 2 และโครงการน้ำเทิน 2 คาดว่าจะได้กระแสไฟรวม 100 เมกะวัตต์ รวมทั้งขอให้ชลประทานเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนสำหรับผลิตไฟฟ้า

โดย กฟผ.ได้หารือร่วมกับกรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีข้อสรุปให้เพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบกำลังไฟฟ้า ในช่วงวันที่ 5-14 เมษายน จากแผนการระบายน้ำเพื่อการเกษตรฤดูแล้งวันละ 29 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นวันละ 35 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นเวลา 10 วัน จุดนี้เชื่อว่าสามารถเพิ่มไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้มากพอสมควร

สำหรับเขื่อนภูมิพล จ.ตาก ระบายน้ำตามแผนวันละ 12 ล้านลูกบาศก์เมตร กระแสไฟฟ้าที่ได้จากการระบายน้ำจะถูกส่งไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูง ในความรับผิดชอบ 4 สถานี ที่ จ.ตาก ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก 2 สถานี จ.สุโขทัย และอ.เถิน จ.ลำปาง รวมกัน 1 สถานี และที่ จ.นครสวรรค์ อีก 1 สถานี จะทำหน้าที่จ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบตามความต้องการ ทั้งนี้ หากเกิดกระแสไฟฟ้าขัดข้องในช่วงที่พม่าหยุดจ่ายก๊าซ ทางเขื่อนภูมิพลพร้อมระบายน้ำเพิ่มตามคำสั่งเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้า แต่ปริมาณน้ำที่อยู่เวลานี้ สามารถกระแสไฟฟ้าได้เต็มที่ไม่เกิน 307 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่าสมาชิกพร้อมให้ร่วมมือในการลดการใช้ไฟฟ้าในวันที่ 5 เมษายนนี้ ซึ่งสามารถลดการใช้ไฟได้ประมาณ 800 เมกะวัตต์ ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เหล็ก ปูนซีเมนต์ เคมี และยานยนต์

ทั้งนี้ ส.อ.ท. มั่นใจว่าวันที่ 5 เมษายน จะไม่มีปัญหาแน่นอน อีกทั้งผู้ประกอบการรู้ล่วงหน้า 1 เดือน และมีเวลาเตรียมตัว ทำให้บางส่วนเพิ่มการผลิตในช่วงนี้และไปหยุดผลิตวันที่ 5 เมษายนแทน รวมทั้งบางส่วนไปผลิตในวันที่ 7 เมษายนแทน เพราะเป็นช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำ

ยิ่งใกล้ช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ผู้ประกอบการหลายรายจะลดการผลิตและให้พนักงานหยุดยาว คาดว่าวันที่ 5-10 เมษายนนี้ ภาคอุตสาหกรรมจะไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสำรองไฟฟ้าลดลง ยกเว้นเกิดเหตุฉุกเฉินจนไฟดับ หรือระบบสำรองไฟฟ้าที่เตรียมไว้มีปัญหา ในส่วนนี้ กฟผ. เตรียมเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันและพลังงานน้ำไว้ จะช่วยเพิ่มการผลิตไฟฟ้าขึ้นมาได้

ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนหลายแห่งเริ่มปรับตัว โดยเฉพาะกลุ่มห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ก่อนหน้านี้ห้างใหญ่ทั้งเดอะมอลล์ เซ็นทรัล และบิ๊กซี ประกาศแผนปรับตัวแล้ว ล่าสุดห้างชานเมือง 2 แห่ง ทั้งแฟชั่นไอส์แลนด์ และฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ประกาศแผนปรับตัวเช่นกัน

ในส่วนของศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ประกาศลดเวลาการเปิดให้บริการในวันที่ 5-14 เมษายน จากเดิมที่เคยเปิดเวลา 10.00 น.และปิดเวลา 22.00 น. ได้เปลี่ยนเป็นเปิด 11.00 น. และปิดเวลา 21.00 น. เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงพลังช่วยชาติประหยัดพลังงานและบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อน

ขณะที่ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค จะใช้มาตรการปิดไฟแสงสว่างในช่วงเวลาที่ไม่จำเป็นช่วงเวลา 12.00-13.00 น. และ 19.00 น. เป็นต้นไป ในสำนักงานลดแสงสว่างในพื้นที่ที่ไม่จำเป็น และไม่เป็นจุดเสี่ยงอันตรายสำหรับลูกค้า ปรับเพิ่มอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศจากเดิม 25 องศาเซลเซียล เป็น 26-27 องศาเซลเซียส พร้อมรณรงค์ให้พนักงานปลดปลั๊กไฟอุปกรณ์สำนักงานเมื่อไม่ใช้งาน พร้อมติดตั้งสื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ลูกค้าร่วมประหยัดพลังงานตามนโยบายของรัฐบาล

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ย้ำแนวทางลดการใช้พลังงานว่า ขอบคุณทุกหน่วยงานราชการ, รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ที่ช่วยกันรณรงค์และประหยัดพลังงานตามที่ได้พูดคุยเป็นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนมากนัก ทุกฝ่ายได้ร่วมกันวางมาตราการและช่วยกันลดการใช้พลังงาน โดยขอให้เริ่มตั้งแต่เวลานี้

"ปีที่ผ่านมารัฐบาลได้ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนซึ่งบางหน่วยงาน สามารถลดการใช้พลังงานได้เกินร้อยละ 10 แต่มีบางหน่วยงานที่ยังทำไม่ได้ก็ขอให้ปรับปรุงเพิ่ม ปีนี้ขอให้ทำกันอย่างจริงจังให้เห็นภาพและมาตรการที่ชัดเจนเกิดขึ้นจริงๆ" นายกฯ ยิ่งลักษณ์กล่าว

ด้าน นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ ให้ความร่วมมือในการประหยัดพลังงานเป็นอย่างดี โดยมีหน่วยงานมากกว่าครึ่งที่สามารถลดการใช้พลังงานได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ว่าจะลดการใช้พลังงานลงร้อยละ 10 ทั้งนี้ในวันที่ 5 เมษายนนี้ ถือเป็นวันที่ร้อนที่สุด ขณะที่เรามีพลังงานไฟฟ้าสำรอง 750 เมกะวัตต์ หากทุกคนร่วมมือกันประหยัดจะทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยลง วันนี้เรื่องของพลังงานทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันเพราะถือเป็นความมั่นคงของประเทศในระยะยาว

ถึงจุดนี้... ความวิตกกงวัลเรื่อง "วิกฤติไฟฟ้า" ช่วงวันที่ 5-14 เมษายนนี้ หากประเมินจากตัวเลขข้างต้น เชื่อว่าหากไม่มี "อุบัติเหตุ" ประเทศไทยสามารถผ่านไปได้อย่างแน่นอน เนื่องจากทุกภาคส่วนสามารถดำเนินการได้ตามแผนที่วางไว้


:arrow: http://www.komchadluek.net/detail/20130 ... V5XbqLviJo


Re: เล่าเรื่องราว ข่าว กฟผ.

โพสต์ โดย สมพิศ » 14 เม.ย. 2013, 18:38

19101_505830716147087_2038662075_n.jpg


สถานการณ์พม่าหยุดจ่ายก๊าซ ผ่านพ้นด้วยความราบรื่น ไม่มีไฟตก ไฟดับ

สรุปสถานการณ์แหล่งยาดานาประเทศพม่า หยุดส่งก๊าซธรรมชาติเพื่อซ่อมบำรุง ตามแผนงานตั้งแต่ 5 เมษายน 2556 ผ่านพ้นไปด้วยความราบรื่น โดยผู้ผลิตฯ เริ่มจ่ายก๊าซฯ เข้าสู่ระบบ ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 12 เมษายน 2556 ซึ่งเร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้มากกว่า 1 วัน ในระหว่างการหยุดส่งก๊าซ ไม่เกิดปัญหาไฟตก ไฟดับ จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนช่วยรณรงค์ประหยัดพลังงาน

เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2556 นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์เแหล่งยาดานา ประเทศพม่า หยุดส่งก๊าซธรรมชาติเพื่อซ่อมบำรุง ตั้งแต่เวลา 0.00 น.ของวันที่ 5 เมษายน 2556 จนถึง วันที่ 12 เมษายน 2556 รวม 8 วัน โดยในวันที่ 12 เแหล่งยาดานา ประเทศพม่าได้ทำการเปิดจ่ายก๊าซธรรมชาติ ตั้งแต่ เวลา 20.35.น. กฟผ. จึงได้ปรับการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า 2 ระบบ ที่ใช้น้ำมันเตาหรือดีเซลเป็นเชื้อเพลิงให้กลับมาใช้ก๊าซธรรมชาติ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนราชบุรี โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมราชบุรี โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมไตรเอนเนอยี ส่วนโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครเหนือ และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครใต้ ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเพียงอย่างเดียว หลังจากก๊าซได้เดินทางถึงโรงไฟฟ้าดังกล่าวในค่ำวันที่ 13 เมษายน จึงได้เริ่มทำการเดินเครื่อง จากการหยุดจ่ายก๊าซดังกล่าวทำให้ กฟผ เดินเครื่องโรงไฟฟ้าโดยใช้น้ำมันเตา และดีเซลทดแทนจำนวน 86.22 และ 38.80 ล้านลิตร ตามลำดับ

ผลของการบริหารจัดการ และมาตรการเฝ้าระวังทั้ง 8 วันที่ผ่านมา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สามารถบริหารจัดการจ่ายไฟฟ้าสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าได้ตลอด อีกทั้ง ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคง ไม่มีปัญหาไฟตกไฟดับ ทั้งนี้ เป็นเพราะความตระหนักและความร่วมมือในการประหยัดไฟฟ้าจากทุกภาคส่วน ประกอบกับอุณหภูมิอากาศที่ไม่สูงตามการคาดการณ์ ทำให้การใช้ไฟฟ้าสูงสุดที่เกิดขึ้นในช่วงวันดังกล่าวไม่สูงตามที่คาดไว้เดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันที่มีกำลังผลิตสำรองต่ำ 3 วัน คือ วันที่ 5 เมษายน 2556 มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด 24,955.30 เมกะวัตต์ อุณหภูมิ 37.5 องศาเซลเซียส วันที่ 9 เมษายน 2556 มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด 25,226.31 เมกะวัตต์ อุณหภูมิ 38.1 องศาเซลเซียส วันที่ 10 เมษายน 2556 มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด 24,688.38 เมกะวัตต์ อุณหภูมิ 36.0 องศาเซลเซียส

“ขอขอบคุณทุกภาคส่วน ที่ทำให้ผ่านพ้นวิกฤตพลังงานได้อย่างราบรื่น ซึ่งเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของคนไทย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม ประชาชน และสื่อมวลชนทุกแขนงที่ช่วยกันลดการใช้พลังงาน และรณรงค์การประหยัดพลังงานลงอย่างเต็มกำลังความสามารถ และถึงแม้ว่าในวันนี้จะพ้นวิกฤตแล้ว แต่การประหยัดพลังงานยังคงต้องมีการรณรงค์และปลูกฝังจิตสำนึกกันต่อไป เพราะนอกจากจะช่วยประเทศชาติแล้ว ยังช่วยประหยัดเงินค่าไฟฟ้าได้อีกด้วย” ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวในที่สุด



รูปภาพ
:arrow: https://www.facebook.com/photo.php?fbid=505830716147087

Re: เล่าเรื่องราว ข่าว กฟผ.

โพสต์ โดย ธานินทร์๙๙ » 30 เม.ย. 2013, 14:17

พรุ่งนี้ เป็นวันครบรอบ 44 ปี กฟผ.


Re: เล่าเรื่องราว ข่าว กฟผ.

โพสต์ โดย สมพิศ » 01 พ.ค. 2013, 11:58

ธานินทร์๙๙ เขียน:พรุ่งนี้ เป็นวันครบรอบ 44 ปี กฟผ.


ครับพี่ธานินทร์ :mrgreen:

      1 พฤษภาคม วันสถาปนา กฟผ.



(กำเนิด 1 พฤษภาคม 2512)
แนบไฟล์
NUT.jpg
คฟป..jpg
LU.EGAT..jpg

Re: เล่าเรื่องราว ข่าว กฟผ.

โพสต์ โดย สมพิศ » 15 พ.ค. 2013, 20:26

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ

44 ปี กฟผ. พลังงานไฟฟ้า พลังที่สร้างความสุขให้คนไทย
:arrow: http://www.egat.co.th


รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ

Re: เล่าเรื่องราว ข่าว กฟผ.

โพสต์ โดย สมพิศ » 16 พ.ค. 2013, 18:50

487611_371448449621870_1139541083_n.jpg


ทุบสถิติพีคของปีนี้อีกครั้งแล้ว!!!

กลับมาอีกครั้งกับการรายงานปริมาณการใช้ไฟฟ้าของประเทศไทยนะคะ จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดอย่างต่อเนื่องมาหลายวันในช่วงนี้ ส่งผลให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) ของวันนี้ 16 พ.ค. 2556 ทำลายสถิติพีคสูงสุดในรอบปีคือ

    26,598.1 เมกะวัตต์
    เกิดขึ้นเวลา 14.00 น.
    ณ อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส


ซึ่งสถิติเดิมเกิดขึ้นเมื่อครั้งวันที่ 28 มี.ค. 56 ที่ 26,423 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตามอย่าลืมมาตรการประหยัดพลังงาน 3ป. “ปิดไฟ ปรับแอร์ ปลดปลั๊ก” นะคะ ซึ่งสามารถช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าของประเทศ และช่วยท่านประหยัดค่าไฟฟ้าได้ด้วยค่ะ


กฟผ. ฝ่ายสื่อสารองค์การ

Re: เล่าเรื่องราว ข่าว กฟผ.

โพสต์ โดย สมพิศ » 21 พ.ค. 2013, 20:14

13691406669726-640x390x2.jpg

กฟผ.เผยสายส่งไฟฟ้าจากภาคกลางไปภาคใต้เกิดขัดข้อง ทำให้ไฟฟ้าดับใน 14 จังหวัด

กรุงเทพฯ 21 พ.ค.- นายธนา พุทธรังษี รองผู้ว่าการระบบส่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. เปิดเผยว่า ขณะนี้เร่งแก้ปัญหาไฟฟ้าดับใน 14 จังหวัดภาคใต้ ที่เกิดไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้างหลายพื้นที่ ตั้งแต่เวลา 18.52 น. ที่ผ่านมา โดยเหตุผลเกิดจากสายส่งขนาด 500 KV ซึ่งเป็นสายส่งจอมบึง- ประจวบ ซึ่งเป็นสายส่งหลักที่ส่งไฟฟ้าจากภาคกลางไปภาคใต้ เกิดขัดข้อง โดยขณะนี้กำลังเร่งแก้ไขด่วน จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่ากลับมาใช้งานในช่วงเวลาใด

โดยสายส่งไฟฟ้าของ กฟผ.ไปยังภาคใต้ มี 2 วงจร ขณะนี้ 1 วงจรอยู่ระหว่างการปรับปรุงซ่อมแซม จึงปลดออกจากระบบ และ อีก 1 วงจร ขัดข้อง จึงเกิดไฟดับ ซึ่งตามปกติโรงไฟฟ้าใต้มีการจ่ายไฟฟ้าไม่เพียงพอกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของภาคที่ขยายตัวสูง จึงส่งจากไฟฟ้าจากภาคกลางไปหล่อเลี้ยง.-สำนักข่าวไทย


By สำนักข่าวไทย TNA News | 21 พ.ค. 2556 19:51


Re: เล่าเรื่องราว ข่าว กฟผ.

โพสต์ โดย สมพิศ » 21 พ.ค. 2013, 20:19

รูปภาพ
:arrow: http://www.thairath.co.th/content/region/346222

ด่วน! สะพัดไฟฟ้าดับทั่ว 14 จังหวัดภาคใต้ เหตุไฟฟ้าลัดวงจร ไม่ใช่ก่อการร้าย


ช่วงค่ำ 19. 10 น. วันที่ 21 พ.ค. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เกิดเหตุไฟฟ้าดับในหลายจังหวัดทางภาคใต้ โดยในทวิตเตอร์ของ จส.100 ได้มีประชาชนเข้ามาแจ้งข้อมูลไฟฟ้าดับหลายจังหวัด อาทิ ระนอง นครศรีธรรม ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี สงขลา กระบี่ ชุมพร นราธิวาส ปัตตานี ฯลฯ ขณะที่หาดใหญ่ไฟดับทั้งเมือง

ล่าสุด มีรายงานว่า ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำลังเร่งแก้ไขปัญหา สาเหตุเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากโรงไฟฟ้าบางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์ โรงไฟฟ้าที่ขนอม นครศรีธรรมราช และโรงไฟฟ้าที่ลำภูรา จ.ตรัง เกิดเหตุขัดข้อง ทำให้ไฟฟ้าดับทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วยชุมพร, กระบี่, นครศรีธรรมราช, นราธิวาส, ปัตตานี, พังงา, พัทลุง, ภูเก็ต, ระนอง, สตูล, สงขลา, สุราษฎร์ธานี, ตรัง และยะลา

นายธนา พุทธรังษี รองผู้ว่าการระบบส่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผย"สำนักข่าวไทย"ว่า ขณะนี้เร่งแก้ปัญหาไฟฟ้าดับใน 14 จังหวัดภาคใต้ ที่เกิดไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้างหลายพื้นที่ ตั้งแต่เวลา 18.52 น.ที่ผ่านมา โดยเหตุผลเกิดจากสายส่งขนาด 500 KV ซึ่งเป็นสายส่งจอมบึง-ประจวบฯ ซึ่งเป็นสายส่งหลักที่ส่งไฟฟ้าจากภาคกลางไปภาคใต้ เกิดขัดข้อง ยังไม่สามารถระบุได้ว่ากลับมาใช้งานในช่วงเวลาใด

นายชนินทร์ เชาว์นิรัติศัย ผู้ช่วยผู้ว่าการควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า กฟผ. เปิดเผยว่า ล่าสุด โรงไฟฟ้ารัชประภา สุราษฎร์ธานี โรงไฟฟ้าขนอม โรงไฟฟ้า จะนะ ได้กลับมาส่งไฟฟ้าได้ตามปกติแล้ว แต่การแก้ปัญหาทั้งหมด อาจต้องใช้เวลากว่า 3-4 ชั่วโมง เบื้องต้นสาเหตุมาจากไฟฟ้าลัดวงจร ขณะนี้กำลังตรวจจับข้อมูล และวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่แท้จริง

รายงานข่าวจากหน่วยความมั่นคงชายแดนใต้ แจ้งว่า หลังไฟฟ้าดับ ได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ ออกไปรักษาความปลอดภัยและแจ้งผ่านไปยังประชาชน ให้ทราบถึงความคืบหน้า และสถานการณ์ที่เกิดขึ้น



รูปภาพ
วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 เวลา 19:29:39 น.

Re: เล่าเรื่องราว ข่าว กฟผ.

โพสต์ โดย สมพิศ » 21 พ.ค. 2013, 21:12


ข่าวด่วน !

กฟผ. แจงเหตุไฟดับภาคใต้ พร้อมเร่งดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบภายใน 21.00 น. ของวันนี้
นายธาตรี ริ้วเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์การ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แจ้งว่า วันนี้ (21 พ.ค. 56) เวลา 18.52 น. เกิดเหตุไฟฟ้าดับทางภาคใต้ เนื่องจากสายส่งเชื่อมโยงภาคกลางและภาคใต้ขัดข้อง ทำให้การจ่ายไฟฟ้าเสริมระบบภาคใต้ดับทั้งภาค สาเหตุยังไม่ระบุแน่ชัด แต่ในขณะนี้ เริ่มทะยอยจ่ายไฟฟ้าได้แล้วเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้ คาดว่าเวลาประมาณ 21.00 น. จะสามารถจ่ายไฟฟ้าได้ทั้งหมด


รูปภาพ
กฟผ. ฝ่ายสื่อสารองค์การ




Re: เล่าเรื่องราว ข่าว กฟผ.

โพสต์ โดย สมพิศ » 21 พ.ค. 2013, 21:29

รูปภาพ

14 จ.ใต้เริ่มจ่ายไฟบางพื้นที่ได้แล้ว คาดไม่เกิน 21.00 น.คืนทั้งระบบ

ฟฟ้าทยอยติดในหลายจังหวัดพื้นที่ภาคใต้แล้ว หลังเจ้าหน้าที่เริ่มแก้ไข ขณะผู้ว่าการ กฟผ.ยันไม่เกิน 21.00 น.คืนนี้กู้คืนได้ทั้งระบบแนะทางแก้สร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มให้เพียงพอในพื้นที่ แก้ปัญหาการเสียสมดุล ขณะที่นายกฯสั่งตั้งวอร์รูมเกาะติดไฟฟ้าใต้ดับ...

ความคืบหน้าเหตุไฟฟ้าดับทั้งภูมิภาค ในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย หรือที่เรียกว่า แบล็กเอาต์ นั้น ล่าสุดเมื่อเวลา 20.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลายจังหวัดในพื้นที่เริ่มกลับมามีไฟฟ้าใช้ตามปกติแล้ว อาทิ จ.ภูเก็ต จ.สุราษฎร์ธานี และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รวมทั้งหลายพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยเช่นกัน ขณะที่เรื่องของสาเหตุนั้น ยังคงได้รับการยืนยันว่าเกิดจากปัญหาที่โรงไฟฟ้าบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่เกิดลัดวงจรขึ้น ทำให้การส่งผ่านกระแสไฟฟ้าลงสู่พื้นที่ภาคใต้เกิดปัญหากระทบเป็นลูกโซ่ไปยังโรงผลิตไฟฟ้าที่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด

ทั้งนี้ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยืนยันเช่นกันว่าในพื้นที่ภาคใต้นั้นปกติมีการใช้ไฟฟ้าเกินกว่าที่โรงไฟฟ้าในพื้นที่จะผลิตรองรับได้อยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาใช้การส่งถ่ายไฟฟ้าจากพื้นที่ภาคกลางลงไปช่วย เมื่อเกิดปัญหาที่จุดส่งผ่าน จึงทำให้เกิดการกระทบกันเป็นทอดๆ ไปทั่วทั้งภูมิภาค

ด้านนายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) เปิดเผยเช่นกันโดยระบุว่า เหตุของไฟฟ้าดับครั้งนี้เกิดจากความไม่สมดุลของระบบส่งไฟในภาคใต้ รวมทั้งจังหวัดท่องเที่ยวต่างๆ มีปริมาณการใช้ไฟแบบก้าวกระโดด จึงทำให้เกิดการเสียสมดุลขึ้น ซึ่งปัญหานี้ต้องแก้ไขด้วยการสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ให้มากขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดการเสียสมดุล และให้เพียงพอต่อการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นในพื้นที่ด้วย ส่วนการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น คาดว่าไม่เกิน 21.00 น.ของวันนี้ จะสามารถส่งจ่ายไฟได้ตามปกติทั่วทั้ง 14 จังหวัดในพื้นที่

ส่วน นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีไฟฟ้าดับใน 14 จังหวัดภาคใต้นายกรัฐมนตรี สั่งตั้งวอร์รูมแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีตนเป็นหัวหน้าทีมวอร์รูม เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และนายกฯ ได้สั่งการให้ทหาร ตำรวจ ในพื้นที่ภาคใต้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เข้าไปดูแลความปลอดภัยประชาชน

ขณะที่การไฟฟ้านครหลวงรายงานว่า ปัญหาทางด้านเทคนิคโรงงานไฟฟ้าที่บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไม่เกี่ยวกับปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะนี้ได้แก้ไขปัญหาจ่ายไฟฟ้าได้บ้างแล้ว โดยเชื่อมจากโรงไฟฟ้าราชบุรี ขอประชาชนอย่าตกใจ รมว.มหาดไทย สั่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วทำความเข้าใจประชาชนแล้ว รวมถึงประชาสัมพันธ์ผ่านสถานีวิทยุกรมประชาสัมพันธ์.


รูปภาพ


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 3 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน