วูบ หัวใจวาย กับนักปั่น เรื่องไกลตัวจริงหรือ?

สอบถามเทคนิคการฝึกซ้อม/สุขภาพ/อาหาร เชิญห้องนี้เลย

Re: วูบ หัวใจวาย กับนักปั่น เรื่องไกลตัวจริงหรือ?

โพสต์ โดย nopparat2510 » 28 พ.ย. 2016, 20:42

มากสาระครับ ไม่ไหวก็คือไม่ไหว ลดละความพยายามที่เกินตัว ก็เซฟตัวเองได้แล้ว

Re: วูบ หัวใจวาย กับนักปั่น เรื่องไกลตัวจริงหรือ?

โพสต์ โดย พล 347 » 22 ธ.ค. 2016, 17:12

ขออนุญาต ผู้เขียน (ไม่ทราบว่าใคร) เผยแพร่นะครับ


บ้างว่าเราเป็นกรดไหลย้อน ......แล้วก็รู้สึกมีการย้ายตัวเราจากเตียงนู้นมาเตียงนี้หลายหน มีการปลดกระดุมเอาอะไรเย็นๆมาเช็ดมาถูกแถวๆหน้าอกเรา มีขึ้นรถพยาบาลด้วย รู้สึกรถวิ่งและมีเสียงวี้หว่อวี้หว่อ …..เมียเล่าให้ฟังว่าพอลงจากรถ ขึ้นเตียง หมอก็ให้ยาแก้กรดไหลย้อนตามที่ได้โทรประสานงานเอาไว้ก่อน ซักพักเดียวก็น็อคหมดสติไปเลย ตอนนั้นโชคดีที่แฟนเฝ้าอยู่ เลยร้องเรียกพยาบาลได้ทันที โชคดีที่มีหมออาวุโสอยู่ จึงมาตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจแล้วก็ให้ยากระตุ้นหัวใจ ถ้าเป็นหมอหนุ่มหมอเวร คงต้องงมอีกพักใหญ่ หมอตรวจเสร็จบอกเมียว่าเป็นอาการทางหัวใจไม่ใช่กรดไหลย้อน ควรจะต้องผ่าตัดด่วน โดยหมอจะส่งโรงพยาบาลประกันสังคมในเครือข่ายที่อยู่ไกลไปตั้งยี่สิบกว่ากม.เพราะที่โรงพยาบาลนี้เครื่องมือไม่พร้อม ภรรยาเลยให้ส่งอีกโรงพยาบาลเอกชนชื่อเมืองหลวงใกล้ๆกัน เซ็นเอกสารแทนเราเสร็จสรรพ พ่อเราก็เซ็นยอมรับค่าใช้จ่ายด้วย

09.00 เรารู้สึกเหมือนมีคนมะรุมมะตุ้มเยอะแยะไปหมด จับตัวจับขาจับแขน ยกไปยกมา ลากไปลากมาวุ่นวายไปหมด ในใจนึกได้ประมาณว่างานเข้าแน่ๆละกรู ฟื้นลืมตาขึ้นมาเจออุปกรณ์เต็มตัวในห้องฉุกเฉิน สายไฟเพียบ พร้อมสายน้ำเกลือแบบให้ยาได้ทันที พร้อมจอมอนิเตอร์สารพัดตัวเลข ดูไฮเทคชะมัด เสียดายไม่ได้เซลฟี่เอาไว้ มีหมอหัวใจมาคุยถามอาการ ว่ามีโรคประจำตัวอะไรบ้าง เราก็เล่าไปแบบรู้ตัวพร้อมสติสัมปชัญญะอย่างดีว่าไม่เคยมีอาการโรคหัวใจ มีแต่อาการแสบหน้าอกจากกรดไหลย้อน ซึ่งก็นานๆเป็นทีและไม่ได้เป็นบ่อยหรือมีอาการรุนแรง คุณหมอบอกว่า “อาจเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบแต่ก็ไม่แน่ ให้นอนรอดูอาการวันนี้ หรืออีกซักคืนนึง” นึกในใจว่า “โรงบาลนี้จอมมั่วอีกละ จะล่อเงินกุหนักอีกหล่ะสิท่า เพราะเคยมีประสบการณ์ปวดท้องโรคกระเพาะ แต่หมอจะจับขึ้นเขียงตัดไส้ติ่งฉุกเฉินทันที และคนใกล้ตัวที่ผ่านประสบการณ์แบบนี้ด้วยตนเองหลายคน มีรายนึงเล่าให้เราฟังว่าหมอให้เช็คเอาท์น้องชายเค้าออกจากโรงพยาบาลในวันรุ่นขึ้น แต่คืนนั้นเสมหะติดคอ หายใจไม่ออก ไม่มีเลือดไปเลี้ยงสมอง กลายเป็นเจ้าชายนิทรา อยู่โรงพยาบาลอีกหลายเดือน ค่าใช้จ่ายหลายล้าน ในที่สุดโรงพยาบาลก็ไม่กล้าเก็บตังค์ แต่น้องชายตายฟรี เราเองก็อุตส่าห์บอกเมียละนะว่าฉุกเฉินยังไงก็อย่าเข้าโรงบาลนี้ เพราะถ้าเข้าไปแล้วอาจจะไม่ได้ออกมา หรือออกมาได้ก็หมดตรูด ให้ไปจุฬาหรือศิริราชนู่น อีกแปร๊ปเดียวไม่ตายง่ายๆหรอก ชั้นปั่นจักรยานทุกวัน แข็งแรงอยู่แล้ว” เดี๋ยวต้องต่อว่าเมียซักหน่อย ก็ถ้ามันฉุกเฉินจริงๆ ทำไมจะต้องรอดูอาการอีกตั้งคืนนึงด้วย... ใช่มะๆ อ้อ ตอนคุยกับหมอ เรานึกได้ว่าเราเคยมีอาการเวียนหัวหลายครั้ง เมื่อเฝ้าสังเกตด้วยตัวเอง พบว่าถ้ากินมะละกอสุกมากๆ จะมีอาการเวียนหัว ซึ่งกินยาแก้เวียนหัวก็จะหาย แล้วก็ถ้ากินอาหารรสจัดหรือเผ็ดร้อนมากหน่อยหรือกาแฟสดก็จะถ่ายเป็นเลือด(สองอันนี้ไม่รู้ว่าเกี่ยวรึป่าวนะ) แต่นี่คืออาการป่วยประจำตัวของเรา ....

10.00 รู้สึกตัวอีกทีก็รู้สึกเย็นๆวาบๆแถวหน้าขา ปรากฏว่าถูกจับแก้ผ้านอนบนเตียง มีเสียงหญิงสาวมากระซิบเบาๆข้างหูว่า “ขอโกนขนนะคะ” งงสิครับ!!! ถูกมัดมือมัดเท้าติดกับเตียงด้วย อิ๊บอ๋ายแล้ว ....นี่กุฝันอะไรวะเนี่ย คือปกติจะเป็นคนที่รู้ตัวว่าฝัน แล้วก็จะนอนดูตัวเองเหมือนดูหนัง (แปลกมะ) สงสัยว่าจะดูหนังAV มากไป เอ๊ยยยย นึกถึงAVจักรยานมากไปมั้ง มองซ้ายมองขวา ห้องอะไรวะเนี่ย เครื่องใหญ่ๆมีแขนกลยืดๆหดๆแถวหน้าอกอันใหญ่ๆสองอัน แล้วก็มีทีวีจอแบนขนาดใหญ่กว่า40นิ้วที่บ้านอีกตั้งหลายจอ เสียงแคว่กๆแถวหน้าขากับความเย็นที่ถูกเช็ดแอลกอฮอล์อีกครั้ง เลยรู้ตัวว่าเรากลายเป็นเด็กไปละ หลับๆตื่นๆไปจนรู้สึกตัวขึ้นมาอีกที เหลือบตาไปเห็นหัวใจเต้นตุ้บตั้บๆในจอทีวี เห็นเส้นเลือดหัวใจสีเข้มปรากฎชัดตามจังหวะการบีบตัว เราถามว่าทำอะไร เค้าบอกกำลังฉีดสี ก็พอเดาออกละว่าอยู่บนเขียงซะแล้ว เอาละ+ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด คือเราเป็นคนไม่ค่อยกลัวเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว เลยนอนเอียงคอหันหน้าดูหัวใจตัวเองเต้นชัดๆซะเลย ตื่นตาตื่นใจดีเหมือนกัน ซักพักนึงเราบอกพยาบาลว่าคอแห้งมากขอน้ำจิบ เมื่อยขาและอยากอ้วกสุดๆ ได้จิบน้ำนิดนึงก็ถูกประคองหัวขึ้น อ้วกพุ่งกระฉูดทั้งๆที่เช้านี้ยังไม่ได้กินอะไรเลย แต่ได้กลิ่นหมูสามชั้นหนังกรอบที่แม่ทอดไว้เตรียมใส่บาตร อ้อ ...เมื่อคืนแอบชิมทดสอบรสชาติก่อนพระไป5-6ชิ้นนี่หว่า ...คร่อกกกกก สลบต่อ มารู้ที่หลังว่าอาการอ้วกนี้คือ โดนพิษกัมมันตภาพรังสีเกินขนาด

11.00 เราบอกหมอว่าปวดขา เมื่อยขามาก เสียงหมอบอกแป๊ปเดียวๆจะเสร็จแล้วๆตั้งหลายหน ให้เราอยู่นิ่งๆ จนเรารู้สึกตัวเต็มที่ ถูกเข็นมาที่ห้องCCU รอดูอาการ....ถามพยาบาลว่าผมเป็นอะไร
“กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน” !!!

อ๋อออ.....เหรอออออ.... 5 ชั่วโมงหลังเกิดอาการ 2ชั่วโมงแรกทรมานแทบตาย แต่ตอนนี้รู้สึกปกติดีมากๆ เหมือนไม่ได้เป็นอะไร แค่ท้องว่างๆหิวนิดหน่อยในใจก็ยังคิดว่าหมอมั่วป่าววะ เราแข็งแรงจะตายไป ประกันสุขภาพไม่เคยทำ มาทำประกันอุบัติเหตุตอนปั่นจักรยานนี่เอง ตอนนี้แค่นอนตึงๆหน้าขาและพยาบาลบอกว่าห้ามงอขาเด็ดขาด เราเลยขอให้หาอะไรมาดามไว้หน่อย แล้วก็ให้ดื่มน้ำมากๆแล้วฉี่ใส่กระบอกเก็บไว้ให้พยาบาลตรวจสอบด้วย รู้ภายหลังว่า เราโดนกัมมันตภาพรังสีเยอะ เค้าให้ยาขับรังสีออกทางปัสสาวะ
เกิดอะไรขึ้นกับเราวะเนี่ย บอกตรงๆว่าช่วงแรกๆยังจับต้นชนปลายไม่ถูก มันฉุกเฉินซะจนตั้งตัวไม่ทัน จากอาการแสบหน้าอกนิดๆตอนเที่ยงคืนช่วงนอนหลับกับตอนออกจากบ้านหกโมงเช้า ระยะเวลา6ชั่วโมง และช่วงที่อาการรุนแรงขึ้นมากภายใน1ชั่วโมง แล้วอีก1ชม.ถัดมาก็ถึงมือหมอ หมอโรงพยาบาลแรกบอกไม่ใช่กรดไหลย้อนแล้วหล่ะ โรคหัวใจแน่ๆ มาอีกโรงพยาบาลนึงหมอบอกอาจจะไม่ใช่โรคหัวใจเพราะเครื่องมือตรวจไม่พบ ไม่ชัดเจน!!! แต่ในที่สุดก็เข้ารับการขยายหลอดเลือดแบบสวน(บอลลูน) ต้องมีการดูดลิ่มเลือดที่อุดตันออกมาก่อน แล้วทำการบอลลูนให้หลอดเลือดบริเวณที่ตีบกว้างขึ้นและใส่สเต๊นท์ค้ำเอาไว้ มีสาเหตุจากไขมันหรือตะกรันที่เกาะผนังหลอดเลือดหลุดร่อน จึงมีลิ่มเลือดมาอุดตันหลอดเลือดหัวใจ ทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันคือไม่สามารถส่งเลือดไปเลี้ยงตัวหัวใจและสมองได้เพียงพอ สรุปได้ว่าอาการแสบหน้าอกของผมที่เป็นในช่วงระยะหลังๆทีกินยากาวิสคอนไม่หายนั้น ไม่ใช่อาการของกรดไหลย้อน แต่เป็นอาการของการเริ่มตีบตันของหลอดเลือดในระดับค่อนข้างมาก จนเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ ผมเชื่อว่าเหตุที่มีอาการเพียงประปรายไม่รุนแรงนั้น น่าจะเกิดจากการที่ผมออกกำลังด้วยการปั่นจักรยานมาระยะหนึ่งทำให้หัวใจมีความแข็งแรงพอที่จะช่วยประคองอาการไปได้บ้าง และเมื่อสามารถไปถึงมือแพทย์ได้เร็ว คุณหมอบอกว่ากล้ามเนื้อหัวใจของผมเสียหายน้อยมากๆจนเครื่องอัลตร้าซาวด์ตรวจไม่พบความผิดปกติหลังจากได้รับการรักษาแล้ว ซึ่งพบเจอไม่มากรายนัก ส่วนการเกิดเหตุฉุกเฉินที่เรียกว่ากล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันนั้น กรณีของผมไม่ได้เกิดเหตุขณะออกกำลังกาย หมอจึงคาดเดาไม่ถูกครับ คือมีโอกาสถูกหวยได้ตลอดเวลา ผมเองก็ไม่ได้มีกิจกรรมใดที่เป็นพิเศษไปจากปกติ เอาเป็นว่าถูกหวยก็แล้วกันครับ ใครที่มีปัจจัยเสี่ยงอย่างที่บอกไปตอนต้น ก็เสมือนว่าท่านซื้อหวยออมสินเอาไว้ก็แล้วกัน ไม่ถูกงวดนี้ ก็ยังมีโอกาสถูกงวดหน้าครับ อ้อ ผมเริ่มสูบบุหรี่มาตั้งแต่มัธยมปลายอายุ15-16ปี ตั้งแต่อยู่มหาวิทยาลัยก็สูบประมาณ6-7มวน มาจนกระทั่งวันที่จะขึ้นเขียงนี่หล่ะครับ ตอนนี้เลิกสนิทสิครับเกือบจะตายห้าไปละ

อาการแสบหน้าอก....ผมไม่เคยอ่านหนังสือเจอว่าเป็นอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ที่ทราบจากการอ่านหรือได้ยินมาก็มีอาการเจ็บหรือปวดหรือรู้สึกไม่สบายบริเวณหน้าอก แน่นท้อง เป็นตะคริว ชา หายใจลำบาก จุกเสียด แน่นหน้าอก ร้อน เหงื่อแตก วิงเวียนศีรษะ ผมเพิ่งเคยมีอาการมือชา เหงื่อแตกกับวิงเวียนศีรษะวันนั้นวันเดียวเองครับ??? ตอนปั่นหมอบใหม่ๆก็มีมือชาบ้าง แต่แค่เปลี่ยนท่านิดหน่อยก็หาย เวลาไปตรวจเลือดก็มีคอเลสเตอรอลที่เพิ่งจะเริ่มสูงบ้างนิดหน่อย ความดันไม่เคยสูง หัวใจเต้นปกติ แต่ทำไมเราถึงเป็นโรคนี้ได้ นึกทบทวนก็ได้คำตอบว่า เราใช้ชีวิตแบบทำงานเครียด สูบ ดื่มบ้าง กินไม่ถูกสุขลักษณะ ที่สำคัญคือ ย่า พ่อ และพี่น้องผู้ชายของพ่อ มีประวัติหลอดเลือดอุดตันเกือบทุกคน คนที่ไม่อ้วนก็เป็นนะครับ พอจะสรุปได้ว่าอาการของแต่ละคนจะต่างกัน บางคนแน่นหน้าอก ปวดหลัง ปวดหัว หน้ามืด หายใจไม่สะดวก.....ที่ว่ามา ผมไม่เคยเป็นซักอย่าง มีแค่แสบหน้าอก!!! เป็นหนึ่งในสัญญาณที่ผมได้รับก่อนเกิดเหตุแค่ไม่กี่เดือน ซึ่งบางเบามากๆ แต่เป็นอาการหลักในวันเกิดเหตุ ส่วนอาการเหนื่อยง่ายนั้นน่าจะชัดที่สุดแต่เราไม่ได้เอะใจ นึกว่าเป็นเพราะอายุ ตัววัดHr.เราก็ไม่เคยใส่ แต่ดูประวัติก่อนเกิดอาการแล้วก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ
พอได้ยินข่าวแล้วก็เริ่มพิมพ์เรื่องราวมาเล่าให้ฟังทันทีเลยครับ ใช้เวลาแก้ไขเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย เชื่อว่าจะทำให้นักปั่นหลายท่านได้ตระหนักบ้างท่านใดสงสัยหรืออยากสอบถามก็Inboxเอาไว้ละกันนะครับ

Re: วูบ หัวใจวาย กับนักปั่น เรื่องไกลตัวจริงหรือ?

โพสต์ โดย Bike-Commander » 09 ก.พ. 2017, 15:10

ขอบคุณมากครับ
ทางเราบริการรับทำหมวกทุกชนิด โดยโรงงานหมวกชั้นนำอันดับ1 รับทำหมวกแก๊ป หมวกฮิปฮอป ปีกรอบ capbkk.com
พร้อมรับทำหมวกแก๊ป หมวกจักรยาน รับทำหมวก ติดต่อได้ที่ fastcap88.com



ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 14 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน