กระแสจักรยานกำลังจะหายไปไหม??

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของ"รถพับ" โดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

Re: กระแสจักรยานกำลังจะหายไปไหม??

โพสต์ โดย nopcung » 04 ส.ค. 2017, 11:09

Tangchai007 เขียน:ผมตอนนี้ก็ทะยอยขายรถที่สะสมออกมั้ง พึ่งขาย Brompton Black Edition ซื้อมายังไม่ถึงปี รุ่นM6L
แต่งไป15000กว่าๆ ขายไป 45,000 บาท เพราะไม่ค่อยได้ขี่ ซื้อมาเพราะตามกระแสความเห่อ



โหหหห เสียดายจังครับ เก็บไว้ดีๆ เก็บไปหลายๆปี ก็น่าจะได้นะครับ ถ้าเป็นผม :roll: :roll:

Re: กระแสจักรยานกำลังจะหายไปไหม??

โพสต์ โดย nopcung » 04 ส.ค. 2017, 11:14

ณ.หนุ่ม@บางบัวทอง เขียน:ถ้าจะให้ผมท้าวความถึงความนิยมของจักรยานในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้มันมาจาก Trend ของกลุ่มสังคมชั้นสูงที่เห็นว่าการออกกำลังกายเป็นความเท่ห์ ยิ่งออกได้หนักเท่าไหร่ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแรงของตัวเองมากเท่านั้น กอปรกับจักรยานเป็นของที่มีลูกเล่นเยอะ ของแต่งเยอะ และราคาก็ไม่ใช่เบาๆ ก็เลยทำให้กระแสการขี่รถจริงๆ กลายเป็นกระแส Fashion ไปซะ ซึ่งปัจจัยนี้ผมมองมาตั้งแต่แรกๆ แล้วว่ามันจะต้องออกแนวและทิศทางนี้

เมื่อมามองถึงสภาพความเป็นจริง ถ้าคนรักการขี่จักรยานจริงๆ รถอะไรก็ขี่ได้ครับ ไม่ต้องเจาะจงว่าจะเป็นเสือหมอบ เสือภูเขา รถพับ หรือ Touring แต่เราจะเลือกรถจากรูปแบบการขี่จักรยานของเราว่าเราต้องการขี่แบบไหน อย่างไร แล้วจึงมาจบที่รถที่เราจะใช้ หลักๆ แล้วเราก็ต้องมาประเมินถึงสภาพแวดล้อมที่เราจะขี่ด้วยว่ามันเหมาะสมกับการใช้งานของรถประเภทไหนด้วย ซึ่ง ณ. ปัจจุบันนี้ก็ต้องยอมรับว่านักปั่นหน้าใหม่หลายๆ คนมองที่ความสวยงามของรถก่อนที่จะมองถึงลักษณะการขี่ของตัวเอง และเมื่อเลือกรถผิดตั้งแต่แรกก็ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ ท้อแท้ เสียดาย จนกลายเป็นเลิกขี่ไปในที่สุด

ส่วนหนึ่งที่ทำให้ Trend มันจางลงก็เพราะว่ารูปแบบเดิมๆ เส้นทางเดิมๆ และคนกลุ่มเดิมๆ ที่ก็ขี่กันแบบเดิมๆ มันก็เลยทำให้เกิดความจำเจเข้ามาด้วย อีกอย่างนึงก็คือมือเก่าที่ชอบเอามือใหม่มาเชือด เช่น ชวนเค้ามาขี่ แต่ล่อขี่กันซะมือใหม่หัวใจแทบวายตาย หรือปล่อยให้เค้าขี่ตามหลังอย่างเดียวดายจนเกิดอาการท้อ "กูไม่ไปด้วยแล้ว" และอีกหลายๆ ปัจจัย ซึ่งมันก็แล้วแต่ความคิดใครความคิดมัน เพราะเราต้องเป็นผู้ประเมินตัวเราเองด้วยว่าศักยภาพของเราอยู่ที่ระดับไหน และก็ยังคงทิ้งปัจจัยเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนไม่ได้ เพราะช่วงหลังๆ มานี้มีหลายเหตุการณ์ทีเดียวเชียว ทั้งจักรยานผิดและรถยนต์ผิด

แต่อย่างไรก็ดี จำนวนของผู้ที่ขี่จักรยานในสมัยนี้กับสมัยที่ผมเริ่มขี่ใหม่ๆ นั้นก็ถือว่ามีความแตกต่างกันมากมายนัก แถมการหาซื้ออะไหล่และอุปกรณ์ต่างๆ ก็หาที่ซื้อยาก อะไรๆ ก็ต้องเข้าไปที่วรจักร แถมของก็ไม่ค่อยจะมีให้ด้วย ตัวแทนจำหน่ายมีน้อยมาก จะมีเจ้าหลักๆ ก็แค่ 2 เจ้าเท่านั้น แต่สมัยนี้มีเพียบจนเลือกไม่ถูกเลย แถมยังมีอะไหล่ที่เป็น Non Brand เข้ามาขายอีก ซึ่งก็จะมีราคาที่ถูกว่าของ Brand อยู่พอสมควร ที่เหลืออยู่ที่ว่าผู้บริโภคจะยึดติดกับเครื่องหมายการค้าหรือไม่ ซึ่งเราก็ต้องมาดูว่าของที่เราจะใช้นั้นมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหนกับคำว่า "เครื่องหมายการค้า"

แต่อย่างไรซะ ถ้าตัวเรามาขี่จักรยานเพราะความชอบในสันทนาการรูปแบบนี้ ต่อให้สถานะการณ์ของความนิยมเปลี่ยนไปแค่ไหน เราก็จะยังคงที่จะขี่จักรยานอยู่ต่อไปล่ะ เพราะสำหรับส่วนตัวของผมแล้ว จากการขี่จักรยานครั้งแรกกับกลุ่มแถวบ้านที่ไปกัน 3 คน ไปจนถึงงานที่ขี่กันเป็นพัน เป็นหมื่นคน และก็กลับมาขี่กัน 3 คนเหมือนครั้งแรก หรือบางทีก็ไปคนเดียวก็มี ผมก็ยังคงรู้สึกสนุกและมีความสุขกับการได้ออกไปขี่จักรยานในรูปแบบที่ผมขี่และก็จะคงอยู่กับจักรยานไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีแรงขี่กันล่ะ

เพราะฉะนั้น ถ้าคุณมาขี่จักรยานเพราะกระแสของความนิยม คุณก็จะหยุดขี่เพราะกระแสมันจางลงและหยุดนิ่ง แต่ถ้าคุณขี่จักรยานเพราะว่า "คุณมีความสุขกับการขี่จักรยาน" ต่อให้กระแสความนิยมรอบตัวคุณหยุดนิ่งยังไง จักรยานของคุณก็จะยังคงเคลื่อนที่ไปตามที่ใจคุณอยากจะพาเค้าไปโลดแล่นบนเส้นทางแน่นอนครับ.

ณ.หนุ่ม@บางบัวทอง



พี่มี passion มากจริงๆครับ (ขอแอบเอาคำฮิตมาใช้นะครับ) และก็เห็นด้วยทุกประการเลยครับพี่ เมื่อมีโอกาสผมก็ปั่นเรื่อยๆครับ

Re: กระแสจักรยานกำลังจะหายไปไหม??

โพสต์ โดย nopcung » 04 ส.ค. 2017, 11:15

บรรศักดิ์ เขียน:ณ.หนุ่ม@บางบัวทอง เขียนได้ดีจริงๆ ขอชมเลย +2



ผมขอยกนิ้วให้ด้วยคนครับ

Re: กระแสจักรยานกำลังจะหายไปไหม??

โพสต์ โดย nopcung » 04 ส.ค. 2017, 11:16

Tangchai007 เขียน:ผมก็ขี่อยู่คนเดียวมาแต่ไหน แต่ไร เพียงแต่มาช่วงหลัง มาเห่อกระแสจักรยานตามกระแสแฟชั่นเขานิดหน่อย
จักรบางประเภทมาทดลองปั่นก็ไม่เหมาะกับบุคคลิคกับวัยของเรา ผมชอบจักรยานรถเล็กที่มีความคล่องตัวเวลาปั่นอยู่ในเมือง
พวกจักรยานล้อประมาณ20นิ้ว ไม่เล็กไม่ใหญ่ ทำความเร็วประมาณ20กิโลเมตรต่อชั่วโมง พาเราไปสถานที่ต่างๆได้
บวกกับอายุเราเริ่มมากขึ้น ทำให้เราเริ่มก้มหลังก้มคอไม่สะดวก เลยไม่เหมาะกับพวกเสือหมอบ ส่วนเสือภูเขาก็ใหญ่เทอะทะไป
ไม่สะดวกเหมือนรถเล็ก วันหยุด เป็นวันที่ผมมีความสุขมาก ที่ผมจะได้ออกไปปั่นจักรยาน ยิ่งไปเจอเพื่อนที่รักนักปั่นด้วยกัน
แล้วคุยถูกคอก็จะเก็บความสุข กลับมาที่บ้าน
เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา มีน้องคนหนึงแวะมาที่บ้าน เพื่อขอดูจักรยาน ไม่รู้จักกันมาก่อน เจอกันทางกลุ่ม face
น้องมาจากเมืองนนท์ แวะมาหาผม อยู่กันคนละมุมเมืองเลย คุยกันถูกคอหลายชั่วโมงเลยละครับ มันก็เป็นสังคมเล็ก สังคมหนึ่ง
ที่อยู่ท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองกรุง


มิตรภาพจริงๆครับ

Re: กระแสจักรยานกำลังจะหายไปไหม??

โพสต์ โดย Tangchai007 » 04 ส.ค. 2017, 22:48

พรุ่งนี้วันเสาร์ ถ้าฝนไม่ตก ว่าจะปั่นไปสนามหลวง จากบ้านผม ไปกลับ ก็ราว50 กิโล
ส่วนวันอาทิตย์ นัดกับเพื่อนวัยเดียวกันใกล้เลข60 จะไปบางกระเจ้า ผมไปเองมาหลายรอบ ส่วนเพื่อนไม่เคยไป
อยากให้เราไปนำทาง จะไปครึ่งวัน บ่ายผมมีนัดจักษุแพทย์ เลยต้องรีบกลับ
ก็เป็นการได้ออกกำลังกาย ได้ยืดเส้น ยืดสาย ฝึกการทรงตัว ของคนที่เริ่มอายุจะสูงวัย
จะต้องไปหาหมอบ่อยๆ ตรวจสุขภาพ ผมจะตรวจเช็คค่าเลือดทุก3เดือน ว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปรกติไหม ไม่ว่า ไขมัน น้ำตาล สารพัด อย่าง มากมาย ต้องหมั่นดูแลตัวเอง จะได้ไม่เป็นภาระให้คนอื่น
เราจะสังเกตุตัวเราเอง ได้จากเวลาเราขึ้นรถสาธารณะ แล้วมีเด็กนักเรียนไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ลุกให้เรานั่ง แสดงว่าเราเริ่มสูงวัย

Re: กระแสจักรยานกำลังจะหายไปไหม??

โพสต์ โดย kanapat » 05 ส.ค. 2017, 02:02

ไม่ต้องเป็นห่วงครับ คนทีขี่จักรยานแล้วเข้าใจว่าความสุขในการขี่จักรยานเป็นอย่างไรแล้ว มีมากเลยครับ ประสบการณ์ที่ผมสัมผัสมาเกิน30ปีมันบอกอย่างนั้นครับ
แนบไฟล์
thumbnail_1496156055534.jpg

Re: กระแสจักรยานกำลังจะหายไปไหม??

โพสต์ โดย nopcung » 26 ส.ค. 2017, 11:27

Tangchai007 เขียน:พรุ่งนี้วันเสาร์ ถ้าฝนไม่ตก ว่าจะปั่นไปสนามหลวง จากบ้านผม ไปกลับ ก็ราว50 กิโล
ส่วนวันอาทิตย์ นัดกับเพื่อนวัยเดียวกันใกล้เลข60 จะไปบางกระเจ้า ผมไปเองมาหลายรอบ ส่วนเพื่อนไม่เคยไป
อยากให้เราไปนำทาง จะไปครึ่งวัน บ่ายผมมีนัดจักษุแพทย์ เลยต้องรีบกลับ
ก็เป็นการได้ออกกำลังกาย ได้ยืดเส้น ยืดสาย ฝึกการทรงตัว ของคนที่เริ่มอายุจะสูงวัย
จะต้องไปหาหมอบ่อยๆ ตรวจสุขภาพ ผมจะตรวจเช็คค่าเลือดทุก3เดือน ว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปรกติไหม ไม่ว่า ไขมัน น้ำตาล สารพัด อย่าง มากมาย ต้องหมั่นดูแลตัวเอง จะได้ไม่เป็นภาระให้คนอื่น
เราจะสังเกตุตัวเราเอง ได้จากเวลาเราขึ้นรถสาธารณะ แล้วมีเด็กนักเรียนไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ลุกให้เรานั่ง แสดงว่าเราเริ่มสูงวัย



ขอให้สุขภาพแข็งแรงนะครับ

Re: กระแสจักรยานกำลังจะหายไปไหม??

โพสต์ โดย bootsreview » 31 ส.ค. 2017, 13:02

ในความคิดผมนะ ถ้าวัดแค่เรื่อง "กระแส" ต้องยอมรับว่ามันซาลงไปมาก เมื่อเทียบกับ 3-4 ปีก่อน
ปัจจุบัน คนที่ยังปั่นอยู่ก็คือคนที่รักการปั่นจริงๆ ชื่นชอบการออกกำลังกาย... หลายคนผ่านเข้ามาในช่วงของกระแสที่เกิดขึ้นและเห็นว่า การปั่นจักรยานนี่แหละเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเราที่ช่วยสร้างความสุขให้กับร่างกายและจิตใจ ก็ยังคงปั่นต่อไป (ผมก็คนหนึ่งในนั้นที่เข้ามาช่วงกระแสจักรยานประมาณ 4 ปีก่อน)

"กระแส" ที่มันจางลงวัดได้จากอะไร? ถ้าไปถามร้านจักรยานจะรู้เองว่า ยอดขายเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมามันตกลงไปมาก บางบริษัทกดขี่ตัวแทนจำหน่ายหวังได้ยอด แต่ไม่ได้ดูสภาพเศรษฐกิจและสังคม มันก็เกิดการ "ย้อนแย้ง" ร้านค้าหลายแห่งที่แบกรับความกดดันไม่ไหวก็ต้องปิด หรือปรับเปลี่ยนแนวทางกันขายเพื่อความอยู่รอดกันไป

เป็นเรื่องปกติครับเพราะคำว่า "กระแส" มันมีความไม่แน่นอนอยู่แล้ว มีขึ้นมีลง เหมือนหุ้นนั่นแหละ...อะไรที่มันเยอะเกินไปธรรมชาติมันก็จะปรับตัวมันให้ลดหย่อนลงมาบ้าง เพื่อรักษาสมดุล

สุดท้าย ถ้าเรารู้ตัวเองว่า ปั่นไปเพื่ออะไร? ปั่นไปทำไม? ปั่นแล้วมีความสุขยังไง? ผมว่าการมองให้ถึงหัวใจของมันแบบนี้มันจะทำให้เราไม่จำเป็นต้องไปสนใจกระแสก็ได้ มันเป็นอะไรที่ยั่งยืนมากกว่า

ปัจจุบันผมยังคงปั่นอยู่ ไม่อัพ ไม่ซื้อ ไม่อะไรแล้ว อิ่มตัว กับการเสพกระแสที่มัน "ล้น" แต่ทุกครั้งที่ได้ออกปั่นก็ยังคงมีความสุขเหมือนเดิม...แต่ก็ยังยินดีที่จะติดตามข่าวสาร สนับสนุน วงการจักรยานต่อไป เท่าที่กำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ พอจะมี...

ประมาณนี้ครับ :D


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 11 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน