Quarq : Power Meter ใช้ให้ดี ใช้ให้เป็น เหมือนมีโพยข้อสอบ

รูปภาพ

Moderator: Event MKT, Sportbicycle_MKT

Quarq : Power Meter ใช้ให้ดี ใช้ให้เป็น เหมือนมีโพยข้อสอบ

โพสต์ โดย Sportbicycle_MKT » 09 มี.ค. 2017, 15:08

Cover Quarq DZero.jpg


Power Meter ใช้ให้ดี ใช้ให้เป็น เหมือนมีโพยข้อสอบ

ยังจำกันได้รึเปล่าครับ คราวที่แล้วเราแนะนำกันไปแล้วว่า Power Meter นั้นดียังไง วันนี้เราจะมาลงลึกในรายละเอียดกันอีกเล็กน้อย ถึงวิธีการวัดค่าหรือการนำค่า Watt มาใช้กัน

untitled-0522.jpg


รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง

รู้เรา – ก่อนอื่นเราต้องรู้จักตัวเองก่อนนะครับว่า ถังน้ำมันเราใหญ่ขนาดไหน? เครื่องยนต์เรากี่ซีซี? ครั้นจะเอาเครื่องยนต์ขนาดเล็กอย่าง Eco Car ไปแข่งกับเครื่องยนต์รถสปอร์ต คงจะไม่ไหวแน่ๆ อย่าว่าแต่แข่งกันเลย แค่ปั่นเล่นด้วยกันก็จะแย่แล้ว ถูกไหมครับ

1434650224160.jpg


วัดยังไงละทีนี้ ?

การวัดขนาดถังน้ำมันสามารถทำได้โดยการหาค่า FTP (Functional Threshold Power) เพื่อนๆสามารถถามข้อมูลการหาค่า FTP ได้จากคุณอา กู๋เกิ้ล เลยครับ นักปั่นผู้มากประสบการณ์หลายๆท่าน ได้เขียนบทความการวัด FTP ไว้อย่างละเอียดแล้วครับ ผมขออธิบายคร่าวๆว่า ให้เราปั่นจักรยาน 20 นาทีให้แรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ค่า Watt เฉลี่ยของ 20 นาทีนั้นนั่นแหละครับคือ FTP ตัวเลขมหัศจรรย์ที่เอาไว้เพิ่มออร่าความแรงได้เลย !

bb5f5378-a415-11e5-9c65-5ffb6be01d4d.png


รู้ FTP ก็แรงแล้ว! ว่าแต่ FTP ใช้ยังไงละ?

เวลาได้ยินนักปั่นพูดถึง FTP ของตนหรือคนในทีม ก็รู้สึกได้ถึงออร่านักปั่นขาแรงทันที แต่หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า FTP คืออะไร คิดซะว่า FTP คือไฟเตือนน้ำมันหมดบนมาตรวัดหน้ารถยนต์ของเพื่อนๆนั้นแหละครับ
คือถ้าปั่นแล้ว Watt เกิน FTP ให้คิดไว้เลยว่าไม่ช้าน้ำมันหมดแน่ๆ เหมือนใส่สูตร Action Replay เห็นค่าพลังตัวเอง รู้แบบนี้แล้วปั่นยังไงก็ไม่พัง ปั่นสบายๆสนามไหนก็จบ (เมื่อไหร่ นั้นว่ากันอีกที ฮ่าๆๆ) เหลือแรงขับรถกลับบ้านแบบชิลๆ

Jbanner02-2-1.png


รู้เขา – รู้ความจุคันข้างๆถ้าเราต้องปั่นกับคนที่ FTP เยอะกว่า หมกเลยครับถ้าไม่อยากพังก่อนเค้า ทั้งนี้ทั้งนั้นช่วยเค้าลากบ้างสั้นๆก็ดีครับ หรือเก็บ Watt ไว้ยิงสวนเวลาแข่ง ถ้าเรารู้ FTP คู่แข่งที่ปั่นมากับเรา นั่นก็พอจะคำนวณได้ว่า ณ เวลาตัดสินเค้าเหลือหรือเราหมด ก็ช่วยให้เราเลือกกลยุทธ์ออกมาใช้ได้ตามสถานการณ์

ปล. FTP ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้โดยตรง ยังมีน้ำหนักและปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย

power-terminology-cycling-terms-12294-700x394.jpg


มี Power meter เสมือนมีโค้ชส่วนตัว !

Power Meter เองก็จะทำหน้าที่คล้ายๆกับโค้ช คอยช่วยเราวางตารางซ้อมได้ตรงจุดประสงค์ ตัวอย่างเช่น จะปั่น Recovery หลังงานแข่งก็ไปปั่น Zone 1 แต่ถ้าจะเพิ่มความจุถังน้ำมัน Zone 2 ถูกใจใช่เลย แต่เอ๊ะมันคล้ายๆกับการแบ่งโซน Heart Rate เลยนี่ แล้วทำไมเราต้องมี Power Meter อีกละ?

Heart-Rate.jpg


เพราะจิตใจเราเปราะบาง อ่อนไหวได้ง่าย !

อัตราการเต้นของหัวใจคนเรานั้นถูกกระตุ้นด้วยสิ่งเร้าได้ง่าย ซึ่งปัจจัยภายนอกเหล่านั้นมีมากมายเหลือเกิน ยกตัวอย่างเช่น การดื่มกาแฟ พักผ่อนไม่เพียงพอ แดดเมืองไทยเดือนเมษายน ทางลงเขาเขียว ช้างป่า หรือแม้กระทั้งสาวๆนางฟ้านักปั่นที่น่ารัก สิ่งเหล่านั้นอาจจะทำให้หัวใจเราเต้นแรงขึ้น แล้วมันส่งผลยังไงต่อการซ้อมละ สมมุติว่าผมกำลังซ้อมคุมโซนหัวใจอยู่ที่ เพดานโซนสอง แล้วมีนางฟ้านักปั่นที่น่ารักที่สุดในปฐพีปั่นแซงผ่านผมไป หัวใจผมอาจจะหลุดโซนไปไกลเลยก็ได้ แต่ Watt ของผมยังคงอยู่ในโซนตามตารางซ้อมอยู่นะ

81rAhB9g4iL._SL1500_.jpg


อีกข้อหนึ่งที่การใช้ Power Meter ได้ดั่งใจกว่า เนื่องจาก Power Meter แสดงค่า Watt แบบ Real Time กดเท่าไหร่ก็แสดงเท่านั้น ซึ่งไม่เหมือน Heart Rate Monitor ที่จะแสดงผลหน่วงกว่า ในการซ้อมปั่นแบบคงความเร็วนานๆ อาจจะมองข้ามความสำคัญจุดนี้ไป แต่เมื่อไหร่ที่เพื่อนๆหันมาใช้การซ้อมแบบ Interval สั้นๆ หรือซ้อม Sprint เป็น Set ที่ต้องปั่นหนักเป็นเวลาสั้นๆแล้วพักเป็นชุด จะพบเลยว่าการใช้ Heart Rate Zone นั้นอาจจะไม่ตรงจุดมากนัก เพราะพอกระทืบบันไดออกไปสุดแรง 30 วินาที หัวใจอาจจะเพิ่งขึ้นมาเมื่อตอน 10 วินาทีหลัง แล้วพัก 1 นาทีซึ่งกว่าหัวใจจะลงก็อาจจะกินเวลาไปเกิน 1 นาทีด้วยซ้ำ

Blog-Winter-Training-v2.png


ขอเก็บเธอไว้ทั้งสองคน

Heart Rate Monitor นั้นยังคงมีความสำคัญอย่างมากในการซ้อม เพราะถ้าใช้ควบคู่กัน โดยคุมทั้ง Power Zone และ HR Zone จะยิ่งซ้อมได้ตรงจุดประสงค์มากขึ้นไปอีกขั้น ช่วยปรับการปั่นให้สมดุลถ้า Watt เราอยู่ใน Zone ที่ต้องการแต่ HR เราเกิน เราอาจจะปรับอัดตราทดเฟื่องเพื่อให้ HR เราลดลงมาก็สามารถทำได้ แถมยังใช้หาจุดอ่อนในการปั่นของเราได้อีกด้วย ด้วยการวัดกรดแลคติกประกอบเพื่อดูความอ่อนล้าของร่างกาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญทำการวัดให้ ผมขอข้ามขั้นตอนการวัดกรดแลคติกไปละกันครับเกรงว่าจะลึกเกินไปแต่เมื่อเรารู้จุดอ่อนเราก็อาจจะเน้นพัฒนาจุดนั้นให้มากขึ้น

sram-red-2012-quarq-power-meter-review-65.jpg


แวะไปซะไกล กลับมาที่แนวทางการซ้อมด้วย Power Meter ซึ่งจริงแล้วก็มีลักษณะคล้ายกันกับการซ้อมด้วย Heart Rate Monitor หลังจากที่เราหาค่า FTP ได้แล้วเราก็นำมาคำนวณ Power Zone แบบเดียวกับ Zone HR เลยครับ แต่จะได้เปรียบกว่าใช้ Zone HR ตามที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ โดยแบ่งได้ตามตารางด้านล่างเลยครับ

1489045341420.jpg


เป็นยังไงกันบ้างครับ รายละเอียดคร่าวๆของการวัดถังน้ำมันและประโยชน์ของการซ้อมโดยใช้ Power Meter แค่อ่านก็รู้สึกว่าแรงขึ้นแล้ว ด้วยประโยชน์ทั้งหมดทั้งมวลเหล่านี้ เพื่อนๆควรจะมีติดจักรยานไว้นะครับ

#DZero

เนื้อหาในตอนหน้าจะเป็นเรื่องอะไร อย่าลืมติดตามกันนะครับ สำหรับวันนี้ขอลากันไปก่อนสวัสดีครับ



ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 2 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน