''............ผมมาเพียงเพื่อบอกกับท่าน.............''

Moderator: มิตร

''............ผมมาเพียงเพื่อบอกกับท่าน.............''

โพสต์ โดย เนิ่ม ชมภูศรี » 12 มี.ค. 2012, 21:56

ผมมาเพียงเพื่อบอกกับท่าน....

รูปภาพ

สวัสดีครับ ผมเดินทางมาจากจังหวัดพิษณุโลก พาทีมจักรยานมาแข่งกีฬาแห่งชาติ การเดินทางมาในครั้งนี้ ผมขอถือโอกาสในการเดินทาง ปั่นจักรยานมาหาท่าน ที่มาในวันนี้ เพื่อบอกกับท่านเพียงคนเดียว เพียงคนเดียวที่นั่งรับฟังและไต่ถาม ปรารถนาที่จะบอกกับท่านว่า มีโครงการหนึ่ง ที่ใช้ใจนำทาง ใช้ความรัก ใช้ความเพียร เก็บเล็กผสมน้อย เรียงร้อยเป็นเครือข่าย ส่งใจมอบให้ลูกรัก มอบความปรารถนาดี ได้เดินทางตามสายธารแห่งความฝัน มอบความดีให้กับแผ่นดิน

รูปภาพ

วันพ่อปีนี้ ขอทำความดีให้กับแผ่นดิน แผ่นดินที่เราเหยียบย่ำ แผ่นดินที่ให้ความรัก ให้ชีวิตได้ดำรงอยู่ ด้วยความดี ด้วยความรัก

ขอส่งต่อความปรารถนาดี ด้วยจิตแห่งความกรุณามาสู่ใจท่าน ได้เรียงร้อยร่วมผสาน หลอมรวมเป็นนึ่งใจดงเดียวกัน มาพร้อมน้อมนำ ถวายความดี ขอทำความดี มอบให้กับแผ่นดิน

ผมมาเพียงเพื่อบอกกับท่าน....ผมมาบอกกับท่านโดยไม่มีความปรารถนาสิ่งใดจากท่าน ไม่ร้องขออะไรจากท่าน ผมมาพบท่านในวันนี้ มาเพียงเพื่อบอกกับท่านเท่านั้น ว่าโครงการ ใช้ใจนำทาง

รูปภาพ

แล้วผมจะเริ่มต้นเดินทางอย่างไร เริ่มต้นทำงานอย่างไร คงเป็นคำถามที่เกิดขึ้นกับทุกคน และตัวกระผมเอง เราจะเริ่มต้นทำงานอย่างไร โดยไม่ปรารถนาที่จะร้องขอหรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนทั้งทางกายและทางใจกับมิตรผู้ผ่านทาง มิตรที่พบกัน กัลยาณมิตรที่งดงามที่ได้สัมพันธ์จากใจสู่ใจร่วมกัน คำตอบของผมคือการลงมือทำ ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ใช่หรือไม่อาจจะไม่มีสิ่งอันใดเกิดขึ้น และการทำงานด้วยดวงใจ ด้วยความรักเช่นนี้นั้น ต้องผสานสัมพันธ์เดินทางเข้าสู่ดวงใจด้วยกัน การเดินทางถึงจะได้เริ่มต้น

จุดเริ่มต้นของเราคือความรักในสิ่งที่เราทำ
เมื่อทำแล้ว ลงมือทำแล้ว จะทำอย่างไร โดยที่ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน ไม่รบกวนใจ ทำงานร่วมมือร่วมใจกันได้อย่างลึกซึ้ง

รูปภาพ

ผมจึงตัดสินใจเดินทางมาบอกกับท่าน ท่านเพียงคนเดียว ท่านที่สนใจละนั่งรับฟังเรื่องราวของโครงการจักรยานให้ลูกรัก ในครั้งนี้ ดำเนินกิจกรรมมาเป็นครั้งที่ ๓ จุดเริ่มต้นของโครงการคือความรักและความศรัทธา

รูปภาพ

ขุนเขายังช่วยยกศรัทธาให้สูงส่ง
ผมขอนำความเหล่านี้ มาบอกกับท่าน
___________________________________________________________________________________
ปั่นไปเล่าเรื่อง ๔ มีนาคม ๒๕๕๕

รูปภาพ

เช้าวันนี้ออกเดินทางจากจังหวัดพิษณุโลก โดยมีความปรารถนาและตั้งจิตมั่นว่า การพาทีมไปแข่งจักรยานที่จังหวัดขอนแก่นในครั้งนี้ (กีฬาแห่งชาติครั้งที่ ๔0 ) ผมจะขอใช้เวลาว่างหลังจากช่วงที่ไม่มีการแข่งขันของนักกีฬา ออกปั่นจักรยานอย่างไร้จุดมุ่งหมายทางภายนอก ปั่นจักรยานไปเรื่อย ๆ แต่ในการออกก้าวปั่น ก่อนออกก้าวปั่น จะขอตั้งจิตอธิฐานต่อพระคุ้มครองประจำกาย ขอให้ไปพบกับคุณ ไปพบกับท่าน กับเพื่อนมนุษย์ผู้มีใจอารี เพื่อนมนุษยธรรมที่มีความเป็นกัลยาณมิตรต่อกัน

เสฏฐนทโท เสฏฐมุเปติ
‘ผู้ให้สิ่งที่ประเสริฐ ย่อมถึงฐานะที่ประเสริฐ’

พุทธพจนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่กระผมได้เดินทางไปพบ การไปพบในครั้งนี้ มิได้เดินทางไปด้วยจุดมุ่งหมายที่จะขอลาภยศ อามิสสินจ้าง ทรัพย์สินเงินตราแต่ประการใด หากแต่ว่า การก้าวปั่นจักรยานด้วยสภาวะจิตแห่งความการุณ ด้วยความปิติสุขจากภายใน สภาวะแห่งการดำรงอยู่ ได้เชื่อโยงจิตใจจากภายในสู่ภายนอก เดินทางไปพบกับผู้ให้สิ่งที่ประเสริฐ และคำตอบของสถานะในความประเสริฐอยู่ที่ภายในจิตแห่งตน ซึ่งเป็นที่ ๆ ไร้ซึ้งจิตแห่งความโลภ จิตแห่งความแก่งแย่ง จิตแห่งความทะเยอทะยาน ไร้ซึ่งสภาวะแห่งความทะยานอยากจะได้ชื่อเสียงอำนาจอันเกรียกกรายภัยร้ายต่อมนุษยชาติทั้งผองแผ่นดิน....

สิ่งที่กระผมพบ กระผมค้นหา คือความหมายการให้ด้วยดวงใจ ดวงใจเช่นนี้ ได้นำทางให้ผมไปพบกับบุคคลธรรมดา บุคคลผู้ร่วมสนทนา บุคคลที่แนะนำเส้นทาง เพื่อนมนุษย์ที่ให้ความอนุเคราะห์การให้ต่อตัวกระผม

ให้คำแนะนำ ให้การช่วยเหลือ ให้น้ำดื่มชโลมใจ กาย ให้ความปรารถนาดี ให้ความรัก สิ่งเหล่านี้ กระผมได้ค้นพบในระหว่างการก้าวปั่นจักรยานไปหาท่าน

การเดินทางไปในครั้งนี้ ผมขอตั้งจิตอธิฐาน ขอเดินทางมาพบกับท่าน ด้วยการรับสิ่งที่ประเสริฐ ให้สิ่งที่ประเสริฐ ให้ได้เดินทางเข้ามาสู่ดวงใจของเราทุกคน

Re: ''............ผมมาเพียงเพื่อบอกกับท่าน.............''

โพสต์ โดย เนิ่ม ชมภูศรี » 13 มี.ค. 2012, 17:54

ผมมาเพียงเพื่อบอกกับท่าน (๓)

เริ่มต้นการก้าวปั่น ความหมายการให้ที่ธรรมดา

รูปภาพ

เดินทางด้วยการขับรถยนต์ออกจากจังหวัดพิษณุโลกมาถึงขอนแก่นใกล้บ่ายคล้อย ทีมจักรยานของคณะเราถูกจัดพักที่โรงเรียนเขื่อนอุบลรัตน์พิทยาคม บริเวณหน้าเขื่อนอุบลรัตน์ ห่างจากตัวจังหวัดขอนแก่นประมาณ 50 ก.ม.

เมื่อมาถึงที่พัก ผมได้รับการต้อนรับจากคณะคุณครู ลูกศิษย์ที่คอยช่วยเหลือในการช่วยยกที่นอนฝูกขึ้นไปจัดเตรียมสถานที่พักบนอาคารเรียน การเข้าที่พักนั้นก็ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่จะต้องลงชื่อลายลักษณ์อักษร คุณครูสอบถามถึงจำนวนนักกีฬาว่ามากันกี่ท่าน กระผมตอบนับรวมทั้งหมดหกท่านด้วยกัน ขั้นตอนต่าง ๆ เสร็จสิ้นเรื่องการลงชื่อยืมที่นอนหมอนมุ้ง คุณครูและเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนได้คอยช่วยเหลือ ให้คำแนะนำด้วยความมีกัลยาณมิตร

รูปภาพ

ผมได้รับโอกาสของการให้ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งการให้จากคุณครูและเจ้าหน้าที่ตลอดจนนักเรียนที่คอยช่วยเหลือยกที่นอนหมอนมุ้ง ต้อนรับมิตรต่างบ้านแขกต่างเมือง ในภาพรวมโดยทั่วไป การแต่งเนื้อแต่งตัวของคณะเราก็ออกจะไม่สุภาพชนเท่าใดนัก นักกีฬานุ่งกางเกงขาสั้น ใส่รองเท้าแตะ แต่การไม่แยกแยะระหว่างคำว่ามนุษยธรรม ทำให้การปฎิบัติหน้าที่ของคุณครูสื่อถึงความเป็นมิตรที่มีความสัมพันธ์กันได้เป็นอย่างดี ทำให้คำว่า การให้ คำนี้ประหนึ่งว่าจะดูเป็นเรื่องธรรมดาปกติทั่วไปของการเป็นเจ้าภาพ แต่การพร้อมที่จะมอบความประทับใจ จึงเกิดขึ้นจากจิตที่มีความการุณจากการให้คำแนะนำ ให้การช่วยเหลือ ให้ความคุ้มครองซึ่งเป็นมิติที่นอกเหนือจากคำว่า หน้าที่ ได้อย่างงดงามยิ่ง..



ซึ่งการให้จากคณะครูและเจ้าหน้าที่ลูกศิษย์คนน้อยอีกหลายท่าน ก็คงมิทราบได้ว่า ท่านได้ให้อะไรต่อเพื่อนมนุษย์ผู้เดินทางคนหนึ่ง ที่กำลังค้นหาความหมายของการให้ ทำให้หารให้เกิดความกระจ่างแจ้ง ว่า ชีวิตคนเรามิจำเป็นต้องพึ่งพาสิ่งอันใดเพื่อก่อให้เกิดการให้ การให้นั้นจะออกมาจากดวงใจของผู้ให้ การเรียนรู้เช่นนี้ คือสิ่งที่ผมได้เดินทางมาค้นหาความหมาย คณะครูคงมิทราบได้ในสิ่งที่ผมมาพบท่าน และผมมิได้เล่าเรื่องให้คุณครูที่โรงเรียนฟัง แต่การตระหนักรู้ของกระผมคือ ผมสามารถเรียนรู้คำว่า การให้ ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นธรรมดาและอยู่ในชีวิตประจำวันของเราท่าน เรื่องที่ดูเป็นธรรมดาสำหรับผู้มีใจอารี อาจจะเป็นเรื่องยากอย่างหนึ่งสำหรับการค้นไม่พบความหมายของเพื่อนมนุษย์อีกหลายคน วิกฤตการแห่งการโมโหโกรธเกี้ยวอาจเกิดขึ้นได้ หากเรามิสามารถเรียนรู้เรื่องธรรมดาในชีวิต ที่เป็นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ที่พร้อมจะอยู่ร่วมกันอย่างศานติในสังคม....


ขึ้นห้องพักจัดเตรียมเรื่องที่นอน แต่ใจก็ครุ่นคิดคำนึงถึงบทเรียนแรกของคำว่า การให้ กระผมซึมซับกับการให้เช่นนี้ และขอนำการให้ที่เราอาจจะมิเคยใคร่ครวญพินิจอย่างลึกซึ้ง ขอนำาเป็นสิ่งที่คอยบำรุงต้นไม้แห่งความคิดให้เกิดการบ่มเพาะสู่รากฐานจิตสำนึกแห่งตน ด้วยการตระหนักรู้การให้ ให้เกิดความเบ่งบานภายในใจของตนเอง



ระลึกถึงซึมซับกับมิติของความธรรมดาของการสนทนาจากกัลยาณมิตรผู้พบกันใหม่ เข้าห้องพักจัดเตรียมเรื่องที่นอนเรียบร้อยแล้ว ผมเริ่มประกอบรถจักรยานเตรียมออกก้าวปั่นจักรยานในยามเย็นของวันนี้ ด้วยดวงจิตที่เบิกบาน



โชดดีในการเริ่มต้นปั่นจักรยาน ฝนเริ่มตกโปรยปราย นำความชุ่มฉ่ำเย็นเมื่อสายลมพัดพาเข้าสู่ดวงใจ ความฉ่ำเย็นของละอองสายฝนพรำ นำสู่ความเบิกบานของดวงจิตดวงใจ ช่วยบำรุงร่างกายให้เบิกบานดั่งต้นไม้ที่รอคอยละอองฝน สายฝนแรก ฝนแรกหลั่งโรยละอองปลิวเป็นสายรุ้งงาม....

รูปภาพ

อากาศที่ร้อนอบอ้าวเมื่อสักครู่ก่อนสายฝนโปรย กลับพลิกไปแย่างฉับพลันกลายเป็นเย็นหนาวลึกในกายตน เมฆฝนก่อเคล้าทมึนดำในทิศเหนือสูงขึ้นไปบนยอดห้ว ฟ้าแล็บแปร็บปราบ ผมแหงนหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้า ชักจะไม่แน่ใจเสียแล้วว่าจะได้ไปปั่นจักรยานดังใจปราถนา .....



นั่งรอคอยฝนแรกดั่งเป็นการต้นรับการก้าวปั่นจักรยานในวันแรก สายฝนไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเมื่อใด จนใจกระผมเริ่มหวั่นไหว คิดว่าคงจะไม่ได้ปั่นจักรยานเสียแล้วกระมังในวันนี้....

รูปภาพ

คงจะรอต่อไปมิได้แน่ ฝ่าสายฝนพรำ ๆ ไปก็มิเป็นอะไร เพราะเราไม่มีเป้าหมายทางกายว่าจะไปที่ใด หรือจะกลับเมื่อใด ตัดสินใจออกปั่นจักรยานทั้งที่สายฝนพรำ แต่ก็ปั่นไปได้ไม่ไกลนัก ต้องจอดรถจักรยานหยุดพักตรงตู้ป้อมยามที่ไร้ยาม ฝนเริ่มเทลงมาอีกเป็นคำรบที่สอง ในเวลานี้ไม่สามารถปั่นจักรยานได้ดังใจปราถนา คงต้องรอให้สายฝนเบาบางลงอีกสักครู่หนึ่งอึดใจกันก่อน....

เสียงท้องฟ้ากัมปนาทดังกึกก้องร้องงคำรามมาจากดินแดนอันแสนไกล บนฝากฝั่งฟ้าในจักรวาล ละอองแห่งความฉ่ำเย็นยังคงดำดิ่งลงลึกสู่กายภายใน

รูปภาพ


ดีนักแล กับการเริ่มต้นเบิกทางไปสู่ดวงใจจักรยาน.....
คำสำคัญ : โครงการจักรยานให้ลูกรัก ครั้งที่ ๓

Re: ''............ผมมาเพียงเพื่อบอกกับท่าน.............''

โพสต์ โดย เนิ่ม ชมภูศรี » 13 มี.ค. 2012, 23:43

ผมไม่ปราถนาสิ่งใดจากท่าน ผมก้าวปั่นจักรยานมาพบท่านเพียงเพื่อบอกท่านว่า....

ผมมาเพียงเพื่อบอกกับท่าน (๔)
การหยุดที่พร้อมใคร่ครวญ

รูปภาพ

การเริ่มต้นเดินทางด้วยจักรยานในวันนี้ เป็นการเริ่มต้นก้าวปั่นด้วยระยะทางไม่ไกลมากนัก แล้วการเดินทางมาถึงจุดหยุดปั่นเพื่อรอการเริ่มต้นใหม่ รอจังหวะเวลาของฟ้า....

เป็นการหยุดที่พร้อมใคร่ครวญ ตรึกตรอง พินิจพิจารณาห้วงเวลาที่หยุดลง

ความรวดเร็วอาจทำให้เราเดินทางไปไม่พบที่หมาย ความจริงของสัจจะแห่งชีวิตในข้อนี้ ได้ถูกคำนึงพินิจพิจารณา

รูปภาพ

บางครั้งทุกสิ่งก็มิได้เป็นไปตามความมุ่งหมาย

การหยุดแล้วมีโกาสพินิจถึงสิ่งภายใน ทบทวนเรียนรู้ใส่ใจเรื่องภายในตน ทำให้ดวงจิตดวงใจของเราพร้อมที่จะก้าวย่าง ก้าวย่างจากภายใน ก้าวปั่นสู่ภายนอก บนเส้นทางของการเริ่มต้นใหม่ ทั้งภายในและภายนอก
ภายในคือการเกิดสภาจิตใหม่ ที่สดใส เบิกบาน สดชื่น ฉับไว ดั่งดอกไม้ที่เบ่งบานยามต้องสายฝนพรำ

ภายนอกคือการส่งถ่ายพลังอันสดชื่นเบิกบาน ผ่องถ่ายจากภายในสู่การปฎิบัติในภายนอก ปฎิบัติต่อต้นไม้ใบหญ้า ปฎิบัติต่อเพื่อนผู้ร่วมเดินทาง เป็นความสัมพันธ์อันเกิดขึ้นจากจิตที่เงียบสงบ เงียบงัน สดชื่น ตื่นตัว ว่องไว ไร้ข้อทับถมจากท่วงทำนองของจังหวะเวลาที่ผ่านมาจากการเก็บจารึกอดีต และไร้การล่วงล้ำไปสู่อนาคต

การหยุดเช่นนี้ เป็นการหยุดของฟ้าที่ให้รอจังหวะเวลาที่เหมาะเจาะ ลงตัว เพื่อการเริ่มต้นก้าวปั่น

รูปภาพ

การหยุดแล้วทำให้มีโอกาสพินิจถึงสิ่งภายใน ใส่ใจต่อสิ่งภายนอก ทำให้ดวงจิตดวงใจของเราพร้อมที่จะก้าวย่าง ก้าวปั่นบนเส้นทางของการเริ่มต้นใหม่

สายน้ำหลั่งไหล เงาเมฆเคลื่อนสว่าง

แสงตะวันละเอียดอ่อนอุ่นละไม เงาทมึนแห่งเมฆหมอกเริ่มจางหาย ท้องฟ้าเบิกตีนฟ้าเปิด การนั่งรอ การหยุดรอ หยุดด้วยจิตแห่งความเงียบสงบ

เป็นดั่งพลังชีวิตที่ได้ถูกเติมเต็มให้เกิดความสดชื่อนปิติเบิกบานใจ

ออกก้าวปั่นในวันนี้ ยังมิทราบได้ว่าจะปั่นจักรยานไป ณ ที่แห่งใด เพียงแต่ปราถนาไว้ว่า หากประสพพบหรือสภาวะจิตมีแรงเคลื่อนสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน เราคงได้พบมิตรผู้อารี ที่นั่งรับฟังเรื่องราวในการเดินทางมาพบกัน...

อยู่ห่างไกลกันคนละฟากฝั่งฟ้า แต่ใจเราเชื่อมสัมพันธ์กันได้ ด้วยความดีงาม

รูปภาพ

อุทยานแห่งชาติน้ำพอง ป้ายชื่อบอกทางชี้ไปตามเส้นทางหลังป้ายหลวง บอกระยะทางไปยังจุดหมายไม่ไกลมากนัก ผมเลือกการก้าวปั่นในช่วงยามเย็นหลังหยุดรอจังหวะฟ้าเปิดในวันนี้ ปั่นไปหาอุทยานแห่งชาติน้ำพอง ปั่นจักรยานไปตามเส้นทางไม่ไกลมากนัก พบเห็นซุ้มประตูวัด ๆ หนึ่ง แต่จักรยานได้เคลื่อนตัวเลยไปไม่สามารถหยุดได้อย่างทันท่วงที ผมตั้งใจไว้ว่า ในวันรุ่งขึ้นจะมากราบพระที่วัดแห่งนี้ ....

รูปภาพ



ผ่านทางไปพบกับหาดบางแสน 2 ซึ่งตระการตาไปกับสายน้ำกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ชายหาดบางแสน 2 นี้ก็คือบริเวณกักเก็บน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์ และเชื่อมโยงกับเขตอุทยานแห่งชาติน้ำพอง ความงดงามของแม่สายน้ำ ทำให้มนุษย์เดินทางมาหาพระแม่ธรรมชาติ ความงามที่ยิ่งใหญ่ไพศาล กว้างไกลดำดิ่งสู่จิตมนุษย์ ให้หยุดนิ่งด้วยความงามของธรรมชาติ มนุษย์สามารถซึมซับความงามได้ในชั่วขณะจิตหนึ่งนี้ พลันความงามก็เลือนหายไป คำถามความเร่งรีบความคั่งค้างของวันวานเริ่มถั่งโถม แล้วเราก็สลายไปอีกระลอกแล้วละลอกเล่า เริ่มต้นค้นหาความงามใหม่ ความงามเริ่มเจอจาง วงจรชีวิตยังคงเป็นอยู่คือเช่นนี้ ....

รูปภาพ

เสียงเพลงจากแพร้านค้ากระตุ้นให้ตื่นจากการวนเวียนเป็นวัฎฎแห่งการคิด การคิดที่ไม่ติดอยู่กับความคิด ยังคงปล่อยให้ท่องเที่ยวไป พรั่งพร้อมก็กลับมาเริ่มต้นใหม่ เตลิดไปไกลก็วนเวียนอยู่ ด้วยความสำนึกรู้จากจิตตนเอง....

รูปภาพ

คำสำคัญ : โครงการจักรยานให้ลูกรัก ครั้งที่ ๓

Re: ''............ผมมาเพียงเพื่อบอกกับท่าน.............''

โพสต์ โดย เนิ่ม ชมภูศรี » 14 มี.ค. 2012, 20:32

ผมมาเพียงเพื่อบอกกับท่าน (๕)

พบมิตรเอื้ออารี เพื่อนมนุษย์ผู้เป็นบุคคลธรรมดา

รูปภาพ

ก้าวปั่นจักรยานไปจนเย็นใกล้จะมืดค่ำ เพลินใจไปกับทิวทัศน์ที่อัศดงเคลื่อนคล้อยลอยเหนือน้ำ งดงามระยิบระยับด้วยแสงสีทองอร่ามเรืองรองพริ้วเป็นเกรียวละลอกคลื่นลื่นไหลน้อยใหญ่ยามต้องสายลมผิวแผ่วสาดซัดกระสั่นไหว....


ช่วงที่ปั่นจักรยานจะไปให้ถึงบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาิติน้ำพอง เป็นช่วงที่ได้ผ่านบ้านเรือนสื่อถึงความเป็นพื้นบ้านชนบททางอีสานได้หลายหลัง แต่มีอยู่บ้านหนึ่ง เขียนป้ายบอกที่ปากทางเข้าบ้าน ซึ่งเมื่อเชื่อมโยงสายตาจากหน้าบ้านไปสู่เรือนไม้ ทำให้พบกับมิติใหม่ที่ผมกำลังเดินทางมาหา ลักษณะของบ้านเป็นบ้านไม้เก่าถูกประดิษฐ์ติดรั้งตอกเติมให้เป็นที่พักอาศัยแบบพอเพียง รู้จักตัวเอง คำนี้ได้สื่อถึงความเป็นเอกบุคคลของผู้เป็นเจ้าของ แลไปแลมาสะดุดตาใจตรงทางเข้าบ้าน มีป้ายข้อความเขียนไว้ว่า บ้านพักแล้วแต่โอกาส.....

รูปภาพ

ผมยืนสำรวจพิจารณาไปมาอย่างถ้วนถี่ สอดส่องสายตาเคลื่อนไหวหาตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของพื้นที่นี้ แต่ก็เงียบงัน ไร้ร่องรอยการมีคนอยู่ในขณะนั้น


ในระหว่างที่กำลังจะตัดสินใจผ่านเลยไป เพราะไม่สามารถที่จะเข้าไปในบ้านหลังงามทางดวงใจก่อนได้รับอนุญาติได้ ผมได้ยินเสียงตะโกนมาจากภายในบ้านโฮมเสตรย์หลังนี้

รูปภาพ

'' เข้ามาก่อน.. ''

ภาษาการสื่อสารง่าย ๆ ไม่พิธีรีตรองอะไร แต่สำเนียงนั้นเคลื่อนไหวกึกก้อง ดังชัดเจนอยู่ภายในดวงใจผม



ง่ายดายตามคำเรียกร้อง ผมจอดรถจักรยานเดินตามเสียงผ่านต้นกล้วยที่ปลูกเป็นรั้วแทนอิฐหินปูนทราย แสดงถึงความไม่ยี่หระต่อขโมยโจรที่จะมาลักเล็กแย่งอาหารการกินอยู่ พื้นที่ถูกเปิดโล่ง สามารถเดินเข้าไปทางใดก็ได้ แต่การเข้าบ้านของผู้มาเยือนเช่นกระผมและของสุภาพชนโดยทั่วไป คือการได้รับอนุญาติเสียก่อนตามครรลองของการปกครอง...

รูปภาพ


บ้านพักแล้วแต่โอกาส ผมอ่านข้อความแล้วสะดุดใจในความแปลกแตกต่าง เมื่อมองสำรวจเข้าไปในบ้าน มีต้นกล้วยเจริญงอกงามอยู่ตลอดจนถึงตัวบ้าน ถัดจากดงต้นกล้วย เป็นบ่อน้ำที่เจ้าของบ้านขุดเจาะเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในการเกษตร เป็นพื้นที่เหมาะเจาะลงตัวในการทำไร่นาสวนผสม มองผ่านไปสุดริมไร่ มีป้ายบอกแนวเกษตรพอเพียงตั้งตระหง่านอยู่ ผมไม่ลืมที่จะเก็บรายละเอียดของการมาเยือนด้วยภาพถ่ายลงกล้องของตัวเอง


..สวัสดีครับ ...

คำทักทายของมิตรผู้มาเยือนได้เดินทางนำไปสู่ชายวัยกลางคนผู้ยืนรอคอยต้อนรับ พร้อมพูดคุยแนะนำตัวกัน ไถ่ถามที่มาที่ไปกัน คำสื่อสารได้ขยายให้มิตรต่างแดนเชื่อมผสานกัน เป็นความงดงามของภาษาที่เรียบง่าย แบบธรรมดา แต่ถึงพร้อมด้วยดวงใจทั้งสองฝ่าย ประหนึ่งว่า เรานั้นมีใจดวงเดียวกัน

รูปภาพ

อารมณ์สภาวะของความการุณเกิดขึ้นภายในดวงใจของเราทั้งสองฝ่าย

อารมณ์เช่นนี้ คืออารมณ์ที่เป็นความสัมพันธ์ เป็นสัมพันธภาพภายในของความเป็นมนุษย์ เราเดินทางมาพบกัน อารมณ์เชื่อมโยงให้พบกับนิมิตรหมายที่ดี ร่วมกัน การพูดคุยจึงเป็นเรื่องดียวกัน แนวคิดเดียวกัน สอดประสานทำให้เกิดพลังจากการพูดคุยร่วมกัน


เป็นดั่งการสนทนาที่มีความเป็นสุนทรียในการสื่อสาร เพราะเราไร้ซึ้งความขัดแย้ง ไร้ซึ่งผลประโยชน์ ด้วยเราต่างสัมพันธ์กันด้วยอารมณ์ของความเป็นมิตร ความเป็นจริง แลต่างฝ่ายต่างไม่มีความปราถนาที่จะให้รับ หรือไม่รับ ในสิ่งที่ตนคิดกระทำ...

นั้นคือสุนทรียะ คืออารมณ์ของความงดงาม ในความเป็นมนุษย์


สอบถามชื่อได้ความว่า ท่านชื่อลุงสี นามสกุลสีไข ลุงสี สีไข เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านอยู่หมู่ที่ ๙ ตำบลเขื่อน อำเภออุบลรัตน์ ผมขออนุญาติลุงสีในการเผยแพร่ชื่อต่อสาฐารณชนทราบ ลุงสีไม่ขัดข้องต่อสิ่งที่ร้องขอบอกกล่าวเพื่อให้เกียรติกับมิตรผู้ต่างวัยบ้านต่างแดน...

ผมเดินทางมาจากจังหวัดพิษณุโลก เดินทางมาโดยรถยนต์ พาเด็กมาแข่งจักรยานในบ้านนี้ ผมเลยขอถือโอกาสนี้ ออกปั่นจักรยานเพื่อค้นหาคนอย่างลุงสี ผมมาเพื่อจะบอกลุงสีว่า ผมและพี่น้องจักรยานทั้งจังหวัดพิษณุโลก กับทั้งประเทศไทย ได้ทำโครงการบริจาคจักรยาน ผมนำความมาบอกลุงสีในครั้งนี้ เป็นการเริ่มต้นในครั้งที่ ๓ โครงการนี้ จะไม่ขออะไรจากลุงสีเลย ไม่ขอใช้เงิน และจะไม่รับเงิน ผมมาบอกลุงสีเพียงอย่างเดียวว่า ...



โครงการนี้ใช้ใจนำทาง


ลุงสีนั่งฟังคำบอกเล่าเรื่องราวโครงการบริจาคจักรยานที่กำลังก่อรูปก่อร่างขึ้น ใจเราเชื่อมสัมพันผสานเรียงร้อยสู่ดวงใจเดียวกัน การรับรู้เรื่องราวของมิตรผู้มาเยือน กับเพื่อนต่างวัยทั้งสองคน จึงอยู่ในบรรยากาศเกรียวคลื่นสายใยเดียวกัน....


ในครั้งที่สองที่ผ่านมา มีจักรยานมอบให้กับเด็กนับได้ร้อยกว่าคัน และยังมีเงินเหลือเป็นเงินกองทุนในครั้งที่สามนี้อีก
กระผมเดินทางมาหาคนอย่างลุงสีในวันนี้ ไม่ต้องการสิ่งอันใดจากลุงเลย แต่ผมมาขอนั่งเล่าเรื่องให้ลุงฟัง ว่ามีโครงการหนึ่ง ไม่ใช้เงินนำทาง ใช้ใจ ใช้ความเพียร ใช้ความรัก ใช้สัจจะในการทำงาน...


ลุงสีนั่งรับฟังพร้อมกับกล่าวชมเชยให้กำลังใจ ผมกล่าวต่อไปอีกว่า โครงการนี้ขอทำความดีให้กับแผ่นดิน ให้พระพ่อของแผ่นดิน ผมเหยียบย่างเข้ามาในบ้านของลุงสี สิ่งแรกที่ประทับใจอย่างยิ่งคือภาพของ พ่อหลวงของแผ่นดิน ที่ถูกอัญเชิญพระบรมสาธิตลักษณ์ประดิษฐ์ฐานอยู่บริเวณขื่อชายคาบ้าน ผมมองภาพพระพ่อของแผ่นดิน ลุงสีคงทราบถึงสิ่งในใจที่เราคิด พร้อมเสริมด้วยคำพูดเพื่อยืนยันศรัทธามั่นที่ลุงสีมี...

รูปภาพ

'' รักที่สุดคือในหลวง.....''

'' ที่หัวนอน ที่บ้าน ต้องมีรูปในหลวง...''


ภาษาชาวบ้านธรรมดาจากคำพูดของลุง ทำให้ผมถึงกับน้ำตาคลอด้วยปิติจากใจ

ภาษาเรียบง่าย บริสุทธิ์ของคำสื่อสารที่ออกมาจากใจลุงสี ด้วยสำเนียงความเป็นพื้นบ้านภาคอีสาน กลับทำให้ผู้มาเยือนเช่นผม ถึงกับปิติเบิกบานใจยิ่ง


'' สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมทำเอง คิดเอง ผมเป็นชาวนา ทำไร่้มาโดยตลอด...''


การพูดคุยยังคงดำเนินกันไปตลอดในขณะที่เจ้าบ้านพาเดินชมไร่นา

'' ผมเป็นคนเรียนน้อย ผมทำอยู่แบบพอเพียง...''


คำพูดของลุงสีท่านได้ถ่ายทอดออกมาด้วยการใช้ชีวิตตามแนวทางของพ่อหลวง เป็นภาษาเรียบงาม ง่าย ทำให้ผู้ฟังเช่นกระผมเกิดความประทับใจในการเดินทางมาเริ่มต้นทำความดีในครั้งนี้....
ความเหน็ดเหนื่อยเมื้อยล้าสลายไป เมื่อความสัมพันธ์ได้เพิ่มพูนภายในใจ

'' โลกมันกลม..เราเลยมาเจอกัน ''


'' เจอกันด้วยความดี ไม่ใช่ความชั่ว ความไม่ดีเจอกันไม่นานก็จืดจางไปแล้ว เดาใจถึงใจ เอาใจวัดกันดีกว่า ....''

คำ ๆ นี้ยังกึกก้องอยู่ในใจผมตลอดเวลา เจอกันด้วยความดี ไม่ใช่ความชั่ว ความไม่ดีเจอกันไม่นานก็จืดจาง นี่คือคำพูดของลุงสี ปราชญ์ชาวบ้านในใจผม

รูปภาพ

ไม่น่าเชื่อว่าคำพูดเช่นนี้จะออกจากใจของชายชราชาวไร่ชาวนาเช่นลุงสี ผมไม่ลืมที่จะหยิบปากามาจดทุกถ้อยคำที่ลุงสื่อ แล้วนำมาถ่ายทอดให้ทุกท่านฟังอีกห้วงหนึ่งในครั้งนี้

ก่อนจากกันในเย็นย่ำค่ำวันนั้น ผมลาลุงสีโดยให้สัญญาว่า ถ้ามีโอกาสมาทางนี้ ผมจะแวะมาเยี่ยมลุงสีใหม่ และจะไม่ลืมสัญญาที่ให้ไว้ ผมขอเดินทางไปทำหน้าที่ของผมต่อไป ได้มาเล่าเรื่องให้ลุงสีฟัง ผมมีความสุขอย่างมากแล้ว


....ความสุขเป็นของท่าน ได้พูดแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว.....


ลุงสียังไม่ลืมที่จะทิ้งท้ายหลักการคิดให้เกิดการทบทวน ให้พลังใจกันก่อนจากในวันนั้น เป็นจริงดั่งคำพูดของลุงสี ผมยิ้มกับตัวเองก่อนก้าวปั่นจักรยานออกมา

....ความสุขเป็นของท่าน ได้พูดแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว....


ผมมาบอกเล่าเรื่องราวให้กับลุงสี มาพบลุงสี ผมพบความสุขเช่นนี้แล้ว


คำสำคัญ (keywords): โครงการจักรยานให้ลูกรัก ครั้งที่ ๓

Re: ''............ผมมาเพียงเพื่อบอกกับท่าน.............''

โพสต์ โดย YogiRider » 14 มี.ค. 2012, 21:55

อ่านแล้วอยากไปปั่นทัวร์ริ่งอีกจังเลย :mrgreen:
Cycling is great suffer, but receive so little. That's make me tough.
ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ กลุ่มเด็กโรงกลึง หรือ Saint Bikes แฟนเพจ

Re: ''............ผมมาเพียงเพื่อบอกกับท่าน.............''

โพสต์ โดย พลัส » 14 มี.ค. 2012, 21:59

YogiRider เขียน:อ่านแล้วอยากไปปั่นทัวร์ริ่งอีกจังเลย :mrgreen:

จริงดิ :D

Re: ''............ผมมาเพียงเพื่อบอกกับท่าน.............''

โพสต์ โดย เนิ่ม ชมภูศรี » 15 มี.ค. 2012, 08:32

YogiRider เขียน:อ่านแล้วอยากไปปั่นทัวร์ริ่งอีกจังเลย :mrgreen:

อือ..ดีนะน้องแบ้งค์ ปั่นทัวร์ริ่งจะสามารถกำหนดเรื่องความหนัก เบา ของตนเองได้ ถ้ารู้สึกช้า ก็ปั่นแบบโหลดหนักให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ถ้าร่างกายเมื้อยล้าก็ปรับเปลี่ยนเป็นรอบขาสูง หลายอย่างเลย ในการปั่นทัวร์ริ่ง เราอาจจะมองพลาดไป ที่ออกไปปั่นเร็วกันแต่เพียงอย่างเดียว...

ขอบคุณน้องแบ้งค์ครับ


Re: ''............ผมมาเพียงเพื่อบอกกับท่าน.............''

โพสต์ โดย YogiRider » 16 มี.ค. 2012, 07:34

เนิ่ม ชมภูศรี เขียน:
YogiRider เขียน:อ่านแล้วอยากไปปั่นทัวร์ริ่งอีกจังเลย :mrgreen:

อือ..ดีนะน้องแบ้งค์ ปั่นทัวร์ริ่งจะสามารถกำหนดเรื่องความหนัก เบา ของตนเองได้ ถ้ารู้สึกช้า ก็ปั่นแบบโหลดหนักให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ถ้าร่างกายเมื้อยล้าก็ปรับเปลี่ยนเป็นรอบขาสูง หลายอย่างเลย ในการปั่นทัวร์ริ่ง เราอาจจะมองพลาดไป ที่ออกไปปั่นเร็วกันแต่เพียงอย่างเดียว...

ขอบคุณน้องแบ้งค์ครับ


ครับพี่เนิ่ม แต่ที่ผมชอบในการปั่นทัวริ่งคือ การได้ปลดปล่อยตัวตนและจิตใจความว้าวุ่นต่างๆ ดื่มด่ำกับธรรมชาติรอบกาย ดำดิ่งไปกับการค้นหาตัวตนจากภายในอย่างที่พี่ทำอยู่เลยครับ :D
Cycling is great suffer, but receive so little. That's make me tough.
ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ กลุ่มเด็กโรงกลึง หรือ Saint Bikes แฟนเพจ

Re: ''............ผมมาเพียงเพื่อบอกกับท่าน.............''

โพสต์ โดย เนิ่ม ชมภูศรี » 16 มี.ค. 2012, 12:37

YogiRider เขียน:
เนิ่ม ชมภูศรี เขียน:
YogiRider เขียน:อ่านแล้วอยากไปปั่นทัวร์ริ่งอีกจังเลย :mrgreen:

อือ..ดีนะน้องแบ้งค์ ปั่นทัวร์ริ่งจะสามารถกำหนดเรื่องความหนัก เบา ของตนเองได้ ถ้ารู้สึกช้า ก็ปั่นแบบโหลดหนักให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ถ้าร่างกายเมื้อยล้าก็ปรับเปลี่ยนเป็นรอบขาสูง หลายอย่างเลย ในการปั่นทัวร์ริ่ง เราอาจจะมองพลาดไป ที่ออกไปปั่นเร็วกันแต่เพียงอย่างเดียว...

ขอบคุณน้องแบ้งค์ครับ


ครับพี่เนิ่ม แต่ที่ผมชอบในการปั่นทัวริ่งคือ การได้ปลดปล่อยตัวตนและจิตใจความว้าวุ่นต่างๆ ดื่มด่ำกับธรรมชาติรอบกาย ดำดิ่งไปกับการค้นหาตัวตนจากภายในอย่างที่พี่ทำอยู่เลยครับ :D


ใช่เลยน้องแบ้งค์ ตรงประเด็นมาก ครับผม...ลอง ๆ ปั่นย้อนรอยที่พี่ไปมา สนุกดีครับ... :D :D :D

Re: ''............ผมมาเพียงเพื่อบอกกับท่าน.............''

โพสต์ โดย เนิ่ม ชมภูศรี » 20 มี.ค. 2012, 13:51

ผมไม่ปราถนาสิ่งใดจากท่าน ผมก้าวปั่นจักรยานมาพบท่านเพียงเพื่อบอกท่านว่า....

รูปภาพ

ผมมาเพียงเพื่อบอกกับท่าน (๖)

ปั่นไปกราบนมัสการสรีระสังขารหลวงปู่พรหม....
ผมเล่าเรื่องให้หลวงปู่ฟัง


รูปภาพ

เช้าวันนี้ผมเลือกที่จะออกปั่นจักรยานตามคำสัญญา ที่ให้ไว้กับตนเองเมื่อวันวาน การออกก้าวปั่นจักรยานในวันนี้ จึงเป็นการปั่นไปในพื้นที่เขตอำเภออุบลรัตน์ และใช้เวลาในการปั่นไม่นานมากนัก กระผมเลือกช่วงการออกปั่นจกรยานในยามเย็น หลังจากเสร็จภารกิจ ในเรื่องของการพาทีมแข่งขันจักรยานแต่ละประเภทของนักกีฬา


ผมไม่ลืมที่ได้ให้คำมั่นกับตนเองไว้ในวันวาน ครั้งเมื่อปั่นจักรยานผ่านวัดเขื่อนอุบลรัตน์ในช่วงเย็น การระลึกถึงคำสัญญาต่าง ๆ ที่ให้ไว้กับตนเองและผู้อื่น คือสิ่งที่เราจะต้องรักษา ประพฤติ ปฎิบัติเป็นนิสัยอย่างจริงจัง จริงแท้ ปฎิบัติให้เป็นดั่งชีวิต อยู่กับชีวิต สิ่งที่เรารักษาให้เป็นตรงตามคำมั่น นั้นคือสัจจะประจำตน สัจจะภายในตน

รูปภาพ

เมื่อรักษาสัจจะก็มิต้องรักษาเศษกระดาษพิมพ์เอกสาร เมื่อมีสัจจะก็มิต้องประหวั่นถึงสิ่งที่มิใช่สัจจะ เมื่อรักษาสัจจะ ชีวิตย่อมเดินทางได้ด้วยความดี ไร้ทุกข์ ไร้กังวล ไร้ข้อประหวั่นภายในจิตตน และส่งผลให้เราสามารถมีดวงใจที่เบิกบาน พร้อมที่จะส่งดวงใจของเราสู่ภายนอก ด้วยสัจจะภายในตน....

สองขาทำหน้าที่แบบเป็นไปเอง ผ่านการส่งต่อของการตั้งจิตที่จะก้าวไปกราบนมัสการพระคุณจ้า ผมไม่เคยทราบมาก่อนว่าวัดที่จะไปกราบนมัสการพระคุณเจ้านั้น ชื่อวัดอะไร หรือมีสิ่งศรัทธา หรือเป็นวัดที่ประชาชนให้ความเคารพอย่างมากยิ่ง ด้วยการก้าวปั่นเข้าไปในวัด ถึงทราบได้จากการก่อสร้างที่บ่งบอกให้ทราบได้ว่า วัดนี้ ได้เป็นที่เคารพศรัทธายิ่งจากพุทธศาสนิกชนทั้งประเทศไทย โดยเฉพาะพระอุโบสถ ตลอดจนสถานที่ภายในวัดที่เป็นลานหรือที่เป็นอาคาร ล้วนถูกก่อสร้างด้วยความวิจิตสวยงามอย่างยิ่ง และความวิจิตในเชิงช่างศิลป์เช่นนี้ ล้วนจะต้องเกิดขึ้นจากความศรัทธา แรงศรัทธามั่น ต่อหลวงปู่พรหม พระผู้ทรงมีสรีระสังขารที่มิเสื่อมสลาย นั้นคือสิ่งที่เป็นเรื่องเหนือธรรมชาติของร่างกายโดยทั่วไป และยังมิสามารถหาข้อหลักการ เหตุผล มาอรรถาธิบายได้ถึงความไม่เสื่อมสลายของสรีระสังขารเช่นนี้ ....


เรื่องที่ขึ้นอยู่เหนือ ธรรมชาติ เป็นบุญของกระผมแล้ว ที่ได้มีโอกาสเดินทางมา และได้เข้ามากราบนมัสการสรีระสังขารด้วยความบังเอิญ หรือบุญนำพา หรือด้วยเหตุปัจจัยสิ่งอันใดก็มิอาจค้นหาได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้พบ คือมิติของความปิติ เป็นสุขอย่างยิ่ง ดีใจอย่างยิ่ง ล้วนแล้วแต่ได้เวียนเดินทางเข้ามาหาในห้วงขณะดวงจิตสงบ หยุดนิ่งเงียบ ไร้เรื่องข้อกังวลหรือขุ่นข้องหมองดวงจิตใด ๆ ...

รูปภาพ

ในขณะปั่นจักรยานผ่านไปนั้น ก็ตื่นตะลึงตระการตากับภาพภายในภายนอกของรูปทรงพระอุโบสถ ไม่น่าเชื่อว่าจะงดงามได้ถึงเพียงนี้ นั้นคือความคิดที่เข้ามาพูดคุยกับตนเอง


ความงดงามอันเกิดจากแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชน

ความศรัทธาที่ถูกตรึงใจด้วยความศรัทธามั่นต่อพระผู้ทรงชาญ

รูปภาพ

สิ่งก่อสร้างจากมหาชน ส่งผลบุญให้กับผู้มาเยือน ได้ชื่นชม ได้รับอานิสงฆ์จากแรงศรัทธามั่นดังกล่าว ผลบุญในรูปของวัตถุศรัทธาก่อสร้างได้ถูกปราณีตบรรจงตกแต่งให้ภาพภายในวัด เป็นที่เคารพกราบไหว้ของผู้มาเยือน....

กระผมพบพระคุณเจ้ารูปหนึ่งกำลังกวาดลานวัด ได้เข้าไปกราบนมัสการพระคุณเจ้า สอบถามเรื่องราวของวัด พระคุณเจ้ามีเมตตาจิต ได้ตอบข้อซักถามให้กับผู้มาเยือน ยังความเป็นมงคลต่อความเป็นพุทธศาสนิกเช่นตัวผม ทราบชื่อพระคุณเจ้าว่า พระวีรยุทธ โชติธัมโม ผมขออนุญาตว่าจะขอนำชื่อมาเปิดเผยต่อสาฐารณชนทราบเรื่องราวในการมาพบกัน พระวีรยุทธ ท่านได้ให้คำอนุญาตในการบอปเล่าเรื่องราวได้ด้วยจิตที่เปี่ยมด้วยเมตตา รับรู้ดั่งการสื่อสารออกาจากดวงใจของพระผู้ทรงศิล....

รูปภาพ

ทราบประวัติพอสังเขปของหลวงปู่พรหมจากพระวีรยุทธ โชติธัมโม หลวงปู่พรหมเป็นที่พระเคารพของชาวบ้านโดยทั่วไป ตลอดจนพี่น้องพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศไทย เป็นพระเกจิอาจารย์ที่ทรงมีบารมีทางพุทธคูณ ธรรมคุณ เป็นพระอรหันต์ยังความศรัทธามาสู่มหาชน หลวงปู่พรหมละสรีระสังขารเมื่ออายุได้หนึ่งร้อยหนึ่งปี และกายทิพย์ของหลวงปู่ มิได้เสื่อสลายไปตามกาลเวลามาช้านานแล้ว....


นับว่าเป็นบุญของผมที่ได้มากราบนมัสการหลวงปู่พรหม


พระอรหันต์ที่มิได้เสื่อสลายไปกับกฎเกณฎ์ทางกายภาย นี้คือสิ่งที่เป็นเรื่องยืนยันในความเป็นมิติที่เกิดขึ้นจากพระผู้ปฎิบัติ ยังผลให้เป็นที่เคารพบูชา ขอศิลขอพร ขอความเป็นศิริมงคลต่อตนเองและครอบครับผองเพื่อนกัลยาณมิตร

ทุราวาสา ฆรา ทุกขา
''เหย้าเรือนที่ปกครองไม่ดี นำทุกข์มาให้''


พุทธพจนของพระพุทธองค์ ผมอ่านและจดลงสมุดพร้อมนำความหมายมาสู่ท่านเพื่อเกิดการเรียนรู้
เป็นเช่นคำกล่าวนี้อย่างแท้จริง สิ่งอันใดจะเกิดขึ้น สิ่งดีงามจะเกิดขึ้นได้ ก็ด้วยเหย้าเรือนที่ปกครองตนเองมาเป็นอย่างดี อยู่ในหลักของศิล ธรรม ไม่เดินทางออกนอกลู่นอกทาง การกระทำจึงจะเกิดขึ้นได้ด้วยความดีงาม ดังพุทธพจนที่กระผมเดินทางไปพบในครั้งนี้..

การกราบนมัสการสรีระสังขารหลวงปู่พรหมในครั้งนี้ ผมได้ตั้งจิตมั่นเล่าเรื่องการทำงานด้วยดวงใจ ขอให้หลวงปู่ช่วยดูแลคุ้มครองให้โครงการเดินทางไปสู่เป้าหมายที่เจริญ ดีงาม เจริญจากดวงใจ ดีงามจากความดี ผมได้ตั้งจิตอธิฐานให้ครอบครัว พี่น้อง มิตผู้อารี ตลอดจนมิตรผู้ช่วยเหลือ กัลยาณมิตรที่ค้ำจุน ให้ประสพพบแต่สิ่งที่ดี ๆ เจริญรุ่งเรืองตลอดไปด้วยเทรอญ...

นั้นคือการตั้งจิตอธิฐานต่อหลวงปู่พรหม

กระผมได้มานั่งเล่าความศรัทธาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ฟัง และรับทราบ

กระผมได้ตั้งจิตมั่นขอพรให้หลวงปู่ช่วยดูแลคุ้มครอง

รูปภาพ

นั่งสำรวมจิตต่อสรีระของหลวงปู่ที่ถูกบรรจุอยู่ภายในสถานที่เก็บร่างกายทิพย์อยู่นานจนเวลาเคลื่อนลงไปเรื่อย ๆ เกือบใกล้ช่วงเย็นย่ำ
ก้มลงกราบลาหลวงปู่ และมิลืมที่จะถวายปัจจัยเพื่อช่วยบำรุงพระศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองด้วยสิ่งศรัทธาของมหาชน

พระวีรยุทธ พระคุณเจ้าท่านเดินมาบอกว่า

''โยมนำเหรียญหลวงปู่ไปเก็บบูชาไว้กับตัวได้นะ ''
ผมกล่าวคำขอบพระคุณ พร้อมนำเหรียญหลวงปู่ขึ้นมาพิจารณา ขออัญเชิญหลวงปู่ ติดตามช่วยคุ้มครองตัวผมและครอบครับไปตลอดด้วยเทรอญ...

พระวีรยุทธท่านกล่าวกำชับอีกครั้งหนึ่งว่า
''ก่อนกลับโยมอย่าลืมไปกราบไหว้ หลวงพ่อผาเจาะ ด้วย ที่ตรงนั้น หลวงปู่เคยจำวัดอยู่ที่นั่น''

ผมกราบลาพระวีรยุทธ และขออนุญาตถ่ายภาพเก็บเรื่องราวต่าง ๆ ของวัดเขื่อนอุบลรัตน์

เป็นบุญของผมแล้วที่ได้มาเยือนสถานที่ศรัทธาเช่นนี้

ผมก้าวปั่นจักรยานมาที่แห่งนี้ โดยมิทราบและมิเคยคลาดคิดมาก่อนว่าจะได้มาพบกับหลวงปู่ เป็นบุญของผมแล้ว เป็นบุญอย่างยิ่งของโครงการแล้ว....

ไม่ลืมที่จะปั่นจักรยานไปกราบไหว้หลวงพ่อผาเจาะตามคำแนะนำแกมกำชับของพระวีรยุทธ เมื่อเข้าไปถึง ตะลึงใจอีกครั้งหนึ่ง สถานที่แห่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มาเยือนเมืองขอนแก่นในครั้งนี้ ได้เดินทางบนเส้นทางของบุญนำทางอย่างยิ่งแล้ว
...

รูปภาพ

ลักษณะของหลวงพ่อผาเจาะ เป็นผาหินอุโมงค์สูงพอประมาณ มีพระนอนอยู่ภายในอุโมงค์ เช่นนี้แล้วนี่เอง ถึงได้ชื่อว่า หลวงพ่อผาเจาะ ผมไม่ทราบความเป็นมาของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ แต่ด้วยความมีศรัทธามั่น จึงมิต้องการหาที่มาที่ไปแต่ประการใด มีเพียงจิตที่เคารพศรัทธาอย่างยิ่งในตัวเรา ย่อมพบกับมิติที่เป็นมงคลต่อชีวิตแล้ว....

มีเพียงพลังแห่งความศรัทธาเท่านั้น ที่จะสามารถยกขุนเขาให้เคลื่อนที่ได้ ด้วยแรงแห่งความศรัทธา และความเพียร...

ดังโครงการจักรยานให้ลูกรัก จะเกิดขึ้นได้ จะเคลื่อนที่เดินทางได้ ก็ด้วยความศรัทธาด้วยเช่นกัน ขุนเขายังช่วยยกศรัทธาให้สูงส่ง

ตั้งนะโมกราบไว้หลวงพ่อผาเจาะ ขอกราบขอพรขอความเป็นศิริมงคล ขอบุญช่วยรักษา ขอความดีความเพียรเดินทางไปบอกเล่าเรื่องราว

รูปภาพ
ที่ใช้ใจนำทาง


อกิลาสุ วินเท หทยสส สนติง
'' คนไม่เกียจคร้าน พึงได้รับความสงบใจ''


คำเขียนเตือนสติสอนพุทศาสนิกชน ประดับไว้ตามต้นไม้ของทางวัด กระผมจดบันทึกลงสมุด เพื่อคอยย้ำเตือนดวงจิตดวงใจตน คนไม่เกียรจคร้าน พึงได้รับความสงบใจ

ถ้าเราเกียรจคร้าน กิจกรรมการงานก็มิบังเกิด

ถ้าเราเกียจคร้าน สิ่งอันเป็นมงคลย่อมไม่มาเยือน

เมื่อเราไม่เกียจคร้าน ย่อมสลายปัญหาที่คั่งค้าง สลายความทุกข์ด้วยปัญญา ผ่านการกระทำให้เกิดปัญญา

ผมตั้งจิตมั่น ตั้งปณิธานกับตนเอง จะไม่รอให้ถึงชีวิต สิ้นชีวิต แล้วถึงจะได้ไปในที่ชอบ ได้ทำในที่ชอบ ได้พบในที่ชอบ ผมเลือกที่จะทำในสิ่งที่ชอบ เลือกทำในสิ่งที่ชอบ ตอนที่ยังมีชีวิต โดยเข้าหลักความไม่เกียจคร้าน
คนไม่เกียจคร้าน พึงได้รับความสงบใจ

รูปภาพ

เพราะเราได้ทำในสิ่งที่เรารัก สิ่งที่เรารักมิเคยนำความทุกข์มาสู่ใจ หากแต่ว่าเป็นสิ่งที่นำพาจิตให้ได้มีโอกาสศึกษา เรียนรู้ และประพฤติปฎิบัตตน ให้ดำรงไว้ซึ่งความมีสัจจะ ความเป็นผู้ให้ จิตแห่งความการุณ จิตแห่งปิติสุข ส่งผลให้การดำรงชีวิตในแต่ละวันแต่ละขณะจิต สามารถที่จะสลายปัญหาอันยุ่งเหยิง ปัญหาความโกรธอย่างง่ายดายในวันก่อน มลายสลายสิ้นไปจากดวงใจ ....

รูปภาพ

นี้คือจิตที่กระผมเดินทางมาบอกท่าน
คำสำคัญ : โครงการจักรยานให้ลูกรัก ครั้งที่ ๓



ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน