เทคโนลียี ไอที อินเตอร์เนท ..... ความรู้ที่นำมาใช้งาน (ได้จริง ๆ)

Moderator: ชนินทร์, สมพิศ, watt

Re: เทคโนลียี ไอที อินเตอร์เนท ..... ความรู้ที่นำมาใช้งาน (ได้จริง ๆ)

โพสต์ โดย สมพิศ » 01 ก.พ. 2012, 11:23


SimSimi เป็นโปรแกรมที่ให้เราแชทกับบอท (Chatting Robot) โดยสามารถทำการสนทนากับทางเจ้า Simsimi (ตัวการ์ตูนกลม ๆ เหลือง ๆ) โดยจะชวนคุยเรื่องอะไรก็ได้ เจ้า Simsimi จะคอยตอบการสนทนาอยู่ตลอด ซึ่งรู้สึกว่า มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเลียนแบบโปรแกรม Siri ใน iPhone 4S

หากต้องการเล่นโปรแกรมนี้บนคอมพิวเตอร์ ให้เข้าไปที่ลิ้งค์นี้ครับ....




ตัวอย่างครับ :mrgreen:
แนบไฟล์
simsimi.gif


Re: เทคโนลียี ไอที อินเตอร์เนท ..... ความรู้ที่นำมาใช้งาน (ได้จริง ๆ)

โพสต์ โดย สมพิศ » 02 ก.พ. 2012, 05:36


สวัสดีครับคุณบังโร ขอบคุณที่เข้ามาติดตามครับ หากจะเพิ่มเติมไอทีก็เข้ามาแบ่งปันความรู้กันได้นะครับ



เกมส์ออนไลน์ยังเป็นที่นิยมเล่นกัน บางครั้งในยามว่างก็มาเล่นเกมส์ฆ่าเวลา หรือเครียดกับงานก็มาเล่นเกมส์คลายเครียดกัน

เกมส์ bejeweled เล่นแล้วก็เพลินดี คลิกจัดเรียงแถวต่อกันให้ได้ 3 รูปก็จะได้คะแนน แต่ถ้า 4 หรือ 5 จะมีรางวัลพิเศษ

ลองดูครับ :mrgreen: :arrow: http://bejeweled.popcap.com/html5/0.9.12.9490/html5/Bejeweled.html
แนบไฟล์
bejeweled.gif

Re: เทคโนลียี ไอที อินเตอร์เนท ..... ความรู้ที่นำมาใช้งาน (ได้จริง ๆ)

โพสต์ โดย สมพิศ » 19 เม.ย. 2012, 11:20


เมื่อวันก่อนเกือบเสียกะตังค์ เหตุเพราะฮาร์ดดิสก์เครื่องที่ลูกสาวใช้งานมีอันต้องจากจร นำไปให้ร้านเจ้าประจำที่พันธุ์ทิพย์พลาซ่าตรวจดู โชคดีเหลือเวลา 4 เดือนหมดอายุประกัน (5 ปี) ทำให้ประหยัดไปนับพันบาทครับ :lol: :lol: :lol:




รูปภาพ

สัญญาณ 10 ประการที่แสดงว่า HD ใกล้ถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว

ในปัจจุบันคงจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคอมพิวเตอร์เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเราเสียแล้ว บางคนอาจจะไม่เคยสัมผัส แต่อย่างน้องก็ต้องเคยได้ยินมาบางละ สิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับคอมพิวเตอร์ก็คือข้อมูลที่เก็บไว้ จนมีคำพูดที่ว่า คอมฯ หายพอทนได้ แต่ถ้าหากข้อมูลที่เก็บไว้ในฮาร์ดดิสหายหรือเกิดการเสียหาย มันทำใจยากจริงๆ เพราะข้อมูลบางอย่างที่อยู่ใน ฮาร์ดดิสนั้นไม่สามารถจะประเมินค่าได้ทีเดียว

เอาละครับ ก่อนที่เจ้าฮาร์ดดิสตัวเก่งจะต้องลาโลกตามอายุการใช้งานของมัน จะมีอาการอยู่หลายต่อหลายอย่างที่จะแสดงให้คุณทราบล่วงหน้า เจ้านาย เตรียมนำข้อมูลที่อยู่ในตัวผมไปใส่ตัวใหม่ได้แล้ว เพราะผมใกล้จะถึงเวลาจากไปแล้ว

และนี่สัญญาณ 10 อย่างที่จะแสดงให้เราได้ทราบครับ

1. เสียงดังติ๊กๆ อย่านึกว่าเป็นเข็มนาฬิกา :
      ฮาร์ดดิสก์ทุกตัวในโลกนี้ไม่เคยติดตั้งนาฬิกาปลุกไว้ข้างใน และถ้ามันเป็นปกติดีก็ไม่ควรจะมีเสียงดังติ๊กๆ ให้ชวนระทึกขวัญด้วย เสียงดังที่ว่านี้ ถ้าจะให้พิจารณากันอย่างละเอียดคุณต้องเอาหูแนบกับฮาร์ดดิสก์ว่าเสียงมาจาก ส่วนใด เพราะการวิเคราะห์หาสาเหตุจะทำได้ตรงจุดจริงๆ ถ้าเสียงมาจากตรงกลางให้สันนิษฐานว่ามาจากชุดขับเคลื่อนมอเตอร์ที่อาจเกิด ความผิดพลาดหรือชำรุดขึ้น แต่ถ้าเสียงดังมาจากรอบ ๆ นอกในรัศมีของกล่องฮาร์ดดิสก์ ให้สันนิษฐานว่าปัญหามาจากหัวอ่านติดขัด ซึ่งอาจจะกำลังเคาะกับแผ่นจานอยู่ก็เป็นได้ ตรงนี้อันตรายมากเพราะทำให้ข้อมูลเสียหายได้ทั้งลูกเลย

2. ไฟดับบ่อยๆ ไม่ดีกับฮาร์ดดิสก์ :
      เครื่องคอมพ์ที่ไม่มี UPS มีโอกาสเสี่ยงที่อุปกรณ์ภายในจะเสียหายเร็วขึ้นถ้าหากมีไฟดับบ่อย ๆ โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์นั้น เวลาที่ไฟฟ้าดับอย่างรวดเร็วหัวอ่านข้างในอาจจะยังไม่กลับสู่บริเวณที่ปลอดภัย หรือบางทีหัวอ่านอาจจะไปกระแทกกับแผ่นจานในช่วงที่ไฟฟ้ากระชากขึ้นมาทันที ซึ่งไม่เป็นผลดีแน่ นอกจากนี้หากไฟตกบ่อย ๆ แล้วดับลงก็ไม่เป็นผลดีเช่นกัน เพราะฮาร์ดดิสก์จะพยายามทำงานตามหน้าที่หากมีกำลังไฟเพียงพอ แต่ถ้าในระหว่างนั้นไฟค่อยๆ ตกลงและดับไป ตำแหน่งของหัวอ่านจะยังไม่กลับที่เดิมแน่ ดังนั้นควรติดตั้ง UPS ไว้จะปลอดภัยทั้งฮาร์ดดิสก์เองและอุปกรณ์ทั้งหมดด้วย เช่นกัน

3. เครื่องแฮงก์บ่อยๆ :
      ปัญหาเครื่องคอมพ์ค้างนั้น มีหลายสาเหตุครับ นอกจากซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ Error แล้ว อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ก็สามารถทำให้เครื่องค้างหรือหยุดนิ่งไม่ไหวติงได้เช่นกัน หนึ่งในนั้นก็คือ ฮาร์ดดิสก์ นั่นเอง ทำไมฮาร์ดดิสก์ถึงค้างได้ เป็นคำถามที่ตอบได้ไม่ยากครับ อย่างแรกเลยก็คือ กำลังไฟที่จ่ายไม่เพียงพอ ถ้าเครื่องของคุณมีอุปกรณ์ต่อพ่วงมาก มีฮาร์ดดิสก์และไดรฟ์ออปติคอลหลายตัว แต่เพาเวอร์ซัพพลายใช้ของราคาถูก จ่ายไฟไม่พอ แบบนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ฮร์ดดิสก์ค้างได้เลย และอย่างที่สองมาจากอุปกรณ์ภายฮาร์ดดิสก์ในทำงานผิดพลาด ซึ่งตรงจุดนี้ตัวระบบปฏิบัติการเองสามารถส่งผลต่อเนื่องมายังฮาร์ดดิสก์ได้ โดยตรง เพราะยังไงเสียระบบปฏิบัติการก็เก็บอยู่ในฮาร์ดดิสก์ นั่นเอง ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับส่วนหนึ่ง ย่อมส่งผลไปยังส่วนที่เหลือได้ไม่ยาก

4. ทำไมมันร้อนเร็วจัง :
      หลังจากที่คุณเปิดสวิตช์เครื่องคอมพ์ได้ไม่นาน และพบว่าฮาร์ดดิสก์ของคุณมีอุณหภูมิขึ้นสูงอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ แต่ยังคงทำงานต่อไปได้ ให้ตั้งข้อสันนิษฐานถึงความผิดปกติที่พบขึ้นมาทันที อย่าได้นิ่งนอนใจ เพราะฮาร์ดดิสก์จะร้อนขึ้นเมื่อมีการเริ่มเขียน-อ่าน ข้อมูลอย่างจริงๆ จังๆ แค่เปิดเครื่องแล้วอยู่ๆ ก็ร้อนขึ้นขนาดนี้ไม่ดีแน่ครับ อาการที่ว่านี้มาจากอุปกรณ์ภายในโดยตรงที่ส่งความร้อนออกมา มอเตอร์อาจได้รับแรงดันไฟมากเกินไปหรือไม่เสถียรพอจน ทำงานผิดพลาด นอกจากนี้หากมีชิ้นส่วนในแผงวงจรเกิดชำรุดเสียหายขึ้นมาก็สามารถแสดงอาการแบบนี้ได้เช่นกัน

5. โปรแกรมค้างบ่อยๆ :
      สำหรับโปรแกรมที่กำลังพูดถึงนี้ ผมเหมารวมไปถึงระบบปฏิบัติการด้วยนะครับ เวลาที่คุณเปิดโปรแกรมสักตัวขึ้นมาแล้วมันหยุดนิ่งหรือค้างไปเฉยๆ นั้น หนึ่งในข้อสันนิษฐานที่อยากให้ทุกท่านได้ใส่ใจก็คือ ปัญหาที่ว่าอาจมาจากฮาร์ดดิสก์โดยตรง ถ้าฮาร์ดดิสก์ของคุณมีแบดเซกเตอร์ (Bad Sector) กระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งฮาร์ดดิสก์ ผมกล้าฟันธงได้เลยว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้โปรแกรมหรือแม้แต่ระบบปฏิบัติการค้างได้ เป็นสัญญาณเตือนภัยที่คุณสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนที่สุด

6. ไฟติด แต่ไฟล์ดับ! :
      ถ้าคุณต่อสายสัญญาณไฟแสดงสถานะของฮาร์ดดิสก์ในเมนบอร์ดถูกต้อง หลอด LED ด้านหน้าเคสต้องแสดงอาการให้เห็นเวลาที่มีการเขียนอ่านข้อมูลเกิดขึ้น หลอดไฟดวงเล็ก ๆ นี้ช่วยให้คุณสังเกตความผิดปกติของฮาร์ดดิสก์ได้เช่น กัน ยกตัวอย่าง ถ้าในระหว่างที่มีการเขียนข้อมูลหรือไฟล์ลงฮาร์ดดิสก์ หลอดไฟย่อมกะพริบอยู่ตลอด แต่หลังจากคุณกลับเข้าไปดูข้อมูลที่เขียนหรือโอนถ่าย ลงไปกลับพบว่าทุกอย่างว่างเปล่า ไม่มีอะไรถูกเขียนลงไปในฮาร์ดดิสก์เลย แล้วทำไมหลอดไฟถึงได้กะพริบแบบนั้น ตรงนี้บอกอะไรเราได้บ้าง อย่างแรกเลยคือ เกิดความผิดพลาดในระดับโครงสร้างการจัดเก็บไฟล์ ปัญหาที่ว่านี้อาจมาจากระบบ FAT หรือแม้แต่โครงสร้างพาร์ทิชันเสียหาย ไฟที่กะพริบแสดงถึงการโอนข้อมูลไปยังตำแหน่งของเซกเตอร์ที่ใช้เก็บข้อมูล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเขียนลงไปได้สำเร็จจริงๆ ยิ่งถ้าคุณปิดหน้าจอไว้ในระหว่างที่มีการโอนไฟล์ใหญ่ ๆ หลอดไฟที่กะพริบอาจทำให้คุณเข้าใจว่าระบบกำลังทำงานอยู่ ตรงนี้ถ้าไม่เปิดดูหน้าจอจะไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

7. ฮาร์ดดิสก์ตีกลอง :
      สำหรับอาการที่ว่านี้มีความแตกต่างจากข้อที่ 1 โดยสิ้นเชิง ถ้าคุณได้ยิ้นเสียงรัวกลองดังกึกก้องมาจากฮาร์ดดิสก์ และไม่ยอมหยุดซักที อาการแบบนี้บอกได้อย่างเดียวว่ามันจะขอลาแล้วละครับ เสียงดังที่คล้ายกับการตีกลองนั้นมาจากหัวอ่านไปกระทบกับจานอย่างจัง หรือแม้แต่หัวอ่านเลื่อนหลุดออกจากตำแหน่งล็อก จนไปกระกบกับแผ่นจาน ถ้าเป็นแบบนี้ข้อมูลทั้งหมดในอาร์ดดิสก์อาจได้รับความเสียหายจนถึงขั้นกู้ ไม่ได้เลย ดังนั้น ถ้าเสียงกลองเพิ่งเริ่มรัวให้คุณรีบพาฮาร์ดดิสก์ไปซ่อมด่วนเลยนะครับ!

8. สแกนดิสก์ไม่ผ่าน :
      การตรวจสุขภาพฮาร์ดดิสก์ที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ก็คือ สแกนมันให้ทั่วทั้งจาน ไม่ว่าคุณจะใช้บริการจากยูทิลิตีบนวินโดวส์เอง หรือโปรแกรมจากเธิร์ดพาร์ตี้ก็ตาม หากสแกนไม่ตลอดรอดฝั่งแล้วละก็ ให้ตั้งข้อสันนิษฐานได้เลยว่าฮาร์ดดิสก์กำลังมีปัญหา เกิดขึ้น สาเหตุก็มีทั้งโครงสร้าง FAT เสียหาย รวมถึงตารางพาร์ทิชันที่อาจเสียหายด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ หากฮาร์ดดิสก์มีแบดเซกเตอร์ ตรงจุดสำคัญๆ ก็จะส่งผลให้การสแกนฮาร์ดดิสก์ตรงตำแหน่งพื้นที่นั้น ๆ ไม่ผ่านด้วยเช่นกัน หรือแม้แต่ค้างนิ่งไปเลยก็มีให้เห็นด้วย

9. สั่งดีแฟรกแต่ไม่ฉลุย :
      ดีแฟรก หรือการจัดเรียงข้อมูลหรือไฟล์ที่ไม่ต่อเนื่องซึ่งกระจัดกระจายอยู่ทั่ว ฮาร์ดดิสก์ให้กลับมาเป็นระเบียบเร ียบร้อยเหมือนเดิม เป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความเร็วให้ก็จริง แต่ถ้าการดีแฟรกไม่ผ่านฉลุยหรือไม่ยอมจบสิ้นซักทีล่ะ ปัญหาจะมาจากไหนได้ นอกจากฮาร์ดดิสก์นั่นเอง ถ้าคุณพบอาการที่ว่านี้ในระหว่างการดีแฟรกฮาร์ดดิสก์ นั้น เป็นสัญญาณที่บ่งบอกได้ถึงสุขภาพฮาร์ดดิสก์ของคุณเริ่มไม่ดีแล้ว ความเป็นไปได้ของปัญหามีอยู่สองอย่างครับ อย่างแรกมาจากตัวอุปกรณ์เองที่อาจชำรุดเสียหาย และอย่างที่สองมาจากโครงสร้างพื้นฐานการจัดเก็บข้อมูลเกิดความเสียหายใน ระดับซอฟต์แวร์ ตรงนี้เราไม่สามารถใช้การดีแฟรกมาช่วยได้นอกจากต้องสร้างพาร์ทิชันและฟอร์ แมตโครงสร้าง FAT ขึ้นมาใหม่

10. สร้างพาร์ทิชันไม่ได้ :
      สัญญาณอันตรายในข้อสุดท้ายนี้ค่อนข้างรุนแรงครับ ถ้าคุณเผอิญกำลังประสบอยู่ละก็ ขอบอกเลยว่าอาจจะต้องทำใจเอาไว้ด้วย ถ้าอาการที่ว่านี้เกิดกับฮาร์ดดิสก์ตัวใหม่แกะกล่องคงไม่ต้องซีเรียสอะไร เพราะยังไงก็เคลมได้ชัวร์ๆ แต่ถ้าเป็นฮาร์ดดิสก์ที่หมดประกันไปแล้วล่ะ สิ่งที่คุณต้องเรียนรู้เวลาที่ไม่สามารถสร้างพาร์ทิช ันขึ้นมาได้เลย ไม่ว่าจะใช้โปรแกรมใดๆ ก็ตาม การตีความหมายไม่ควรอยู่ในวงแคบๆ เช่น ฮาร์ดดิสก์พังแน่ ๆ หรือมันเพิ่งหล่นมาใช้ไหมนี่ ปัญหาอาจจะมาจากแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์เสียหาย ซึ่งหากคุณหาอะไหล่ที่เป็นรุ่นเดียวกันมาถอดเปลี่ยนเข้าไปใหม่ ก็สามารถใช้งานฮาร์ดดิสก์ได้แล้ว แต่ถ้าแผ่นจานเสียหายละก็หมดสิทธิ์ทันทีครับ ต้องกินยาทำใจอย่างเดียว


อ้างอิง :arrow: http://bicycle2011.com/%E0%B8%AA%E0%B8% ... %E0%B9%88/


Re: เทคโนลียี ไอที อินเตอร์เนท ..... ความรู้ที่นำมาใช้งาน (ได้จริง ๆ)

โพสต์ โดย สมพิศ » 18 ก.ค. 2012, 21:54

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ เขียน:
        555000009277802.JPEG

กระหึ่ม “Microsoft Office 2013”


เปิดตัวแล้วสำหรับซอฟต์แวร์สร้างงานเอกสาร “ไมโครซอฟท์ออฟฟิศ 2013 (Microsoft Office 2013)” เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ชู 3 จุดเด่นคือ การปรับให้ระบบสามารถทำงานออนไลน์ได้อย่างไร้รอยต่อ-รองรับไฟล์ต่างค่ายได้เสรีมากขึ้น-รองรับหน้าจอสัมผัส เตรียมพร้อมผนึกในระบบปฏิบัติการ Windows 8 สำหรับแท็บเล็ตและพีซีเพื่อจำหน่ายภายในช่วงปีหน้า

ไมโครซอฟท์ออฟฟิศนั้นเป็นโปรแกรมสร้างงานเอกสารที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลก โดยถูกติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานธุรกิจมากกว่า 90% ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ออฟฟิศเป็นหนึ่งในสินค้าหลักที่ทำเงินให้ไมโครซอฟท์มากกว่า 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

ล่าสุดไมโครซอฟท์เปิดรายละเอียดโปรแกรมออฟฟิศเวอร์ชันใหม่ในชื่อออฟฟิศ 2013 ที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา โดยสตีฟ บอลล์เมอร์ (Steve Ballmer) ซีอีโอไมโครซอฟท์ประกาศว่าออฟฟิศ 2013 นั้นเป็นซอฟต์แวร์เจเนอเรชันใหม่ที่ผสานความสวยงามและการใช้งานลักษณะเดียวกับที่ไมโครซอฟท์สร้างสรรค์ให้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 (สำหรับคอมพิวเตอร์พีซี) และระบบปฏิบัติการวินโดวส์โฟน (สำหรับสมาร์ทโฟน)

งานนี้ซีอีโอไมโครซอฟท์ระบุว่า ออฟฟิศ 2013 เป็นเวอร์ชันที่พัฒนายากที่สุดที่ไมโครซอฟท์เคยพัฒนามา โดยออกแบบให้ตรงความต้องการของกลุ่มนักเรียน ครอบครัว และผู้บริโภคทั่วไปที่ต้องการใช้งานเชิงธุรกิจ

โปรแกรมย่อยในออฟฟิศ 2013 ทั้งโปรแกรมประมวลผลคำ Word, โปรแกรมรับส่งเมล Outlook, โปรแกรมงานคำนวณ Excel, โปรแกรมช่วยบันทึก OneNote และโปรแกรมงานนำเสนอ PowerPoint ล้วนถูกพัฒนาให้สามารถทำงานบนอุปกรณ์หน้าจอสัมผัสได้ดีขึ้น ผลจากอุปกรณ์หน้าจอสัมผัสถูกใช้งานแพร่หลายทั้งโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต ซึ่งการสำรวจล่าสุดพบว่า ชาวออนไลน์มากกว่าครึ่งนั้นมีอุปกรณ์หน้าจอสัมผัสมากกว่า 3 อุปกรณ์

ไมโครซอฟท์ระบุว่า การสำรวจพบว่าชาวออนไลน์มากกว่า 60% ระบุว่าใช้งานอุปกรณ์เดียวกันในการทำงานและจัดการชีวิตส่วนตัว ดังนั้นไมโครซอฟท์จึงต้องปรับปรุงให้ออฟฟิศ 2013 สามารถรองรับการทำงานกับหน้าจอสัมผัสได้ดีขึ้น ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ทั้งบนพีซีและแท็บเล็ต

ครั้งนี้ไมโครซอฟท์ปรับให้ออฟฟิศ 2013 รองรับไฟล์ต่างค่ายให้ยืดหยุ่นมากขึ้น เช่นในโปรแกรม Word ผู้ใช้จะสามารถแก้ไขไฟล์นามสกุล PDF และบันทึกกลับเป็นฟอร์แมตของค่ายอะโดบี (Adobe) ได้เช่นเดิม ขณะเดียวกันก็ปรับปรุงให้ผู้ใช้สามารถแนบคลิปวิดีโอของยูทิวบ์ (YouTube) ได้ง่ายขึ้น

ที่น่าสนใจคือ ไมโครซอฟท์ปรับให้ผู้ใช้สามารถอ่านเอกสารได้บนทุกอุปกรณ์ตั้งแต่สมาร์ทโฟนถึงพีซี โดยโปรแกรมจะช่วยจัดหน้าเอกสารให้เข้ากับขนาดหน้าจออุปกรณ์ที่แตกต่างกันโดยอัตโนมัติ และหากผู้ใช้เปิดอ่านหรือแก้ไขเอกสารค้างอยู่ตำแหน่งใด ผู้ใช้จะสามารถอ่านเอกสารในตำแหน่งนั้นเมื่อมีการเปิดขึ้นใหม่บนอุปกรณ์ใดๆ ก็ตาม


เคล็ดลับที่ทำให้ออฟฟิศ 2013 สามารถจำข้อมูลตำแหน่งล่าสุดของหน้าเอกสารที่ถูกเปิดได้ คือข้อมูลตำแหน่งจะถูกซิงก์หรือเชื่อมไปยังคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและแท็บเล็ตผ่านบัญชีผู้ใช้ที่ผูกกับบริการออนไลน์ SkyDrive โดยอัตโนมัติ ซึ่งโปรแกรมย่อยในออฟฟิศ 2013 จะล้วนสามารถผูกกับ SkyDrive เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเอกสารได้ทุกที่ทุกเวลา

ในส่วนโปรแกรม Outlook ข้อมูลปฏิทินงานและรายละเอียดข้อมูลผู้ติดต่อถูกนำมาแสดงไว้ที่หน้าหลักสำหรับแสดงอีเมล ทั้งหมดนี้ไมโครซอฟท์ให้ชื่อคุณสมบัติว่า “Peeks” เพื่อเป็นตัวช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียกดูการนัดหมายบนปฏิทินและรายชื่อผู้ติดต่อที่เกี่ยวข้องได้จากเพจเดียว

โปรแกรมนำเสนองาน PowerPoint ถูกปรับให้การแทรกไฟล์จากบริการอื่นทำได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็ปรับให้ผู้ใช้สามารถฉายเอกสารไปจนฉากโดยที่ผู้พูดสามารถดูโน้ตที่บันทึกไว้ในแต่ละสไลด์บนแท็บเล็ตหรือพีซีได้พร้อมกัน

โปรแกรมบันทึก OneNote จะสามารถจดจำลายมือผู้เขียนได้ทั้งจากการสัมผัสด้วยนิ้วหรือการใช้ปากกาสไตลัส ซึ่งจะทำให้การจดบันทึกบนอุปกรณ์พกพาทำได้ง่ายโดยไม่ต้องพึ่งพาคีย์บอร์ดหรือเมาส์คอมพิวเตอร์ตามปกติ

งานนี้ไมโครซอฟท์ไม่ได้มองข้ามการปรับปรุงด้านเครือข่ายสังคม ซึ่งมีบทบาทมากขึ้นในองค์กรธุรกิจยุคดิจิตอล สิ่งที่ไมโครซอฟท์ทำคือการเปิดทางให้ผู้ใช้สามารถติดตามงานหรือเอกสารที่เพื่อนร่วมงานทำอยู่ ในลักษณะเดียวกับการติดตามเรื่องราวของเพื่อนฝูงบนเฟซบุ๊ก จุดนี้เป็นผลจากการซื้อกิจการเครือข่ายสังคมนาม Yammer ด้วยเงิน 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ และการซื้อกิจการบริการ โทร.ผ่านอินเทอร์เน็ตอย่าง Skype ซึ่งจะทำให้ระบบโทรศัพท์และระบบแชตถูกฝังไว้โดยตรงกับซอฟต์แวร์ออฟฟิศ

ทั้งหมดนี้ นักวิเคราะห์จากฟอร์เรสเตอร์รีเสิร์ช ซาราห์ รอตแมน อิปป์ส (Sarah Rotman Epps) มั่นใจว่าออฟฟิศ 2013 จะเป็นซอฟต์แวร์ที่สามารถทำยอดจำหน่ายถล่มทลายเพราะคุณสมบัติใหม่ที่ล้วนออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ชาวดิจิตอล แต่ออฟฟิศ 2013 ก็ยังมีความเสี่ยงเพราะคู่แข่งของไมโครซอฟท์รุกคืบไปพัฒนาคุณสมบัติด้านอุปกรณ์พกพาก่อนแล้ว และให้บริการฟรีหรือคิดค่าบริการต่ำมากมาก่อน

การเปลี่ยนแปลงของออฟฟิศ 2013 ถูกมองว่าเป็นการตอบโต้ชุดซอฟต์แวร์เอกสารออนไลน์อย่าง Google Apps ซึ่งให้บริการบนเว็บไซต์กูเกิลโดยมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่า 50 เหรียญสหรัฐต่อผู้ใช้ต่อปี จุดนี้ไมโครซอฟท์ส่งผลิตภัณฑ์อย่าง Office 365 ลงมาแข่งขันอย่างเต็มตัวในราคาเท่ากัน โดยในอนาคต ไมโครซอฟท์ระบุว่าจะวางจำหน่ายโปรแกรม Office 2013 ในฐานะซอฟต์แวร์ที่ทำงานเชิงเดี่ยว (standalone) และจะจำหน่ายในรูปแบบสมาชิกควบคู่กันไป ซึ่งล่าสุดไมโครซอฟท์ยังไม่เปิดเผยกำหนดการเปิดตัว Office 365 สำหรับผู้ใช้ iPad แต่คาดว่าจะมีการพัฒนาให้รองรับแพลตฟอร์มอื่นด้วยต่อไป

ทั้งหมดนี้ถือเป็นความคืบหน้าล่าสุดของโปรแกรมออฟฟิศ 2013 โดยช่วง 9 เดือนตั้งแต่กรกฎาคม 2554 ถึงมีนาคม 2555 แผนกซอฟต์แวร์ออฟฟิศสามารถทำกำไรจากการดำเนินงานได้ถึง 1.16 หมื่นล้านเหรียญ คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของกำไรไมโครซอฟท์





รูปภาพ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 กรกฎาคม 2555 09:33 น.
:arrow: http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9550000088073


Re: เทคโนลียี ไอที อินเตอร์เนท ..... ความรู้ที่นำมาใช้งาน (ได้จริง ๆ)

โพสต์ โดย วิทย์ » 19 ก.ค. 2012, 22:16

เข้าไปดูโปรแกรมที่ใช้อยู่ตอนนี้ยังเป็นรุ่น 2003 อยู่เลย ล้าหลังไป 10 ปี !!! :lol:

รูปภาพ

Re: เทคโนลียี ไอที อินเตอร์เนท ..... ความรู้ที่นำมาใช้งาน (ได้จริง ๆ)

โพสต์ โดย สมพิศ » 19 ก.ค. 2012, 23:43


เหมือนกันคุณวิทย์ ตัวเก่ายังเรียนรู้ไม่หมดเลย :lol: :lol: :lol:
แนบไฟล์
Office 2003.gif

Re: เทคโนลียี ไอที อินเตอร์เนท ..... ความรู้ที่นำมาใช้งาน (ได้จริง ๆ)

โพสต์ โดย สมพิศ » 27 ต.ค. 2012, 05:50

Windows 8.JPEG


'วินโดว์ส 8' ประกาศศักดา


วันนี้เปิดตัว Windows 8 พร้อมกันทั่วโลก @TMC



Windows 8 Release Preview



รีวิว Windows 8 บน Tablet



40 นาทีกะเทาะเปลือก Windows 8 "Developer Preview"

Re: เทคโนลียี ไอที อินเตอร์เนท ..... ความรู้ที่นำมาใช้งาน (ได้จริง ๆ)

โพสต์ โดย สมพิศ » 09 ม.ค. 2013, 20:14


คิงส์ตันเปิดตัวแฟลชไดรฟ์ USB 3.0 รุ่นใหม่ เร็วที่สุดพร้อมความจุสูงที่สุดในโลก

Kingston_DTHXP30_1TB-1024x640.jpg


บริษัท คิงส์ตัน เทคโนโลยี ประเทศไทย ผู้ผลิตและพัฒนาหน่วยความจำรายใหญ่ของโลก เปิดตัวแฟลชไดรฟ์ USB 3.0 รุ่น DataTraveler HyperX Predator 3.0 ขนาดความจุ 512GB โดยรุ่นความจุ 1TB ซึ่งจะวางจำหน่ายในช่วงปลายไตรมาสที่หนึ่งจะกลายเป็นแฟลชไดรฟ์ USB 3.0 ที่มีความจุสูงที่สุดในโลก โดดเด่นด้วยความเร็วสูงที่สุดในบรรดาแฟลชไดรฟ์ USB 3.0 ของคิงส์ตัน ด้วยความเร็วในการอ่านและเขียนสูงถึง 240MB/s และ 160MB/s ตามลำดับ พร้อมผ่านการรับรองมาตรฐาน SuperSpeed USB 3.0

นาธาน ซู ( Nathan Su ) ผู้อำนวยการฝ่ายขายผลิตภัณฑ์แฟลชเมมโมรี่ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของคิงส์ตัน กล่าวว่า “แฟลชไดรฟ์ DataTraveler HyperX Predator 3.0 รุ่นล่าสุดจากคิงส์ตัน ให้ผู้ใช้นำโลกดิจิตอลส่วนตัวทั้งใบติดตัวไปได้ทุกหนแห่ง ด้วยความจุขนาดใหญ่และความเร็วสูงระดับ USB 3.0 ช่วยประหยัดเวลาในการเข้าถึง แก้ไขและถ่ายโอนแอพพลิเคชันและไฟล์ต่าง ๆ รวมถึงภาพยนตร์ HD ได้โดยตรงโดยไม่มีการลดประสิทธิภาพการทำงานแต่อย่างใด”

DataTraveler HyperX Predator 3.0 รองรับมาตรฐานใหม่ล่าสุดอย่าง USB 3.0 และปรับแต่งมาสำหรับพีซีรุ่นใหม่ที่มาพร้อมพอร์ต USB 3.0 โดยเฉพาะ โดดเด่นด้วยความจุขนาดใหญ่และความเร็วสูงที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่ต้องทำงานกับไฟล์วิดีโอหรือกราฟฟิกขนาดใหญ่รวมถึงคอเกมที่ต้องการเข้าถึงคลังข้อมูลส่วนตัวในแบบพกพาได้เป็นอย่างดี ตัวเคสทำจากโลหะซิงก์อัลลอยกันกระแทกคุณภาพสูงพร้อมดีไซน์ระดับไฮเอนด์ DataTraveler HyperX Predator 3.0 มาพร้อมห่วงคล้องสายดีไซน์เฉพาะจากคิงส์ตันและ HyperX ทั้งยังสามารถใช้งานได้กับ USB 2.0 เพื่อการถ่ายโอนข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

DataTraveler HyperX Predator 3.0 เป็นหนึ่งในแฟลชไดรฟ์ USB ตระกูล HyperX Predator อันเป็นผลิตภัณฑ์ซีรีส์ Kingston HyperX ประสิทธิภาพสูงที่สุดจากคิงส์ตัน พร้อมรับประกันห้าปีและบริการสนับสนุนด้านเทคนิคฟรี

คิงส์ตันกำลังฉลองครบรอบ 25 ปีในอุตสาหกรรมผลิตหน่วยความจำ บริษัทก่อตั้งเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 1987 และเติบโตอย่างต่อเนื่องจนสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตและพัฒนาหน่วยความจำรายรายใหญ่ที่สุดของโลก ท่านสามารถรับชมวิดีโอฉลองครบรอบ 25 ปีรวมทั้งไทม์ไลน์ประวัติของคิงส์ตันได้ ที่นี่นอกจากนี้คิงส์ตันกำลังฉลองครบรอบ 10 ปีของหน่วยความจำซีรีส์ HyperX อีกด้วย ทั้งนี้โมดูหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงซีรีส์ HyperX วางจำหน่ายเป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายนปี 2002

          คุณสมบัติและข้อมูลจำเพาะของ

          Kingston HyperX Predator 3.0


- ความจุสูงที่สุดจัดเก็บข้อมูลได้อย่างเต็มที่พร้อมพกพาโลกดิจิตอลไปได้ทุกเมื่อ
- ประสิทธิภาพเหนือชั้นความเร็วเหนือระดับ ช่วยประหยัดเวลาในการถ่ายโอนข้อมูลขนาดใหญ่
- เคสโลหะซิงก์อัลลอยให้การปกป้องเต็มรูปแบบภายใต้ดีไซน์โฉบเฉี่ยว
- ห่วงคล้องสาย HyperX ดีไซน์เฉพาะเพื่อการพกพาอย่างมีสไตล์
- รับประกัน ห้าปี พร้อมบริการสนับสนุนด้านเทคนิคฟรีเพื่อความอุ่นใจยิ่งขึ้น
- ความเร็ว¹ USB 3.0: 240MB/s (อ่าน) 160MB/s (เขียน)
- USB 2.0: 30MB/s (อ่าน) 30MB/s
- รองรับ USB 2.0
- ความจุ² 512GB, 1TB (ปลายไตรมาส 1)
- ขนาดไม่มีห่วงคล้องสาย: 2.8346 x 1.0606 x 0.8268 นิ้ว (72 x 26.94 x 21 มิลลิเมตร)
- มีห่วงคล้องสาย: 3.4854 x 1.0606 x 0.8268 นิ้ว (88.53 x 26.94 x 21 มิลลิเมตร)
- อุณหภูมิในการปฏิบัติการ 32°F ถึง 140°F (0°C ถึง 60°C)
- อุณหภูมิในการจัดเก็บ -4°F ถึง 185°F (-20°C ถึง 85°C)
- USB 3.03 มาตรฐานล่าสุด พร้อมรองรับ USB 2.0


:arrow: http://tech.mthai.com/gadget/23263.html

Re: เทคโนลียี ไอที อินเตอร์เนท ..... ความรู้ที่นำมาใช้งาน (ได้จริง ๆ)

โพสต์ โดย สมพิศ » 18 ม.ค. 2013, 20:56

Flash Drive.jpg


ทำอย่างไรให้ Flash Drive ปลอดจากไวรัส

Flash Drive

ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นของนักคอมพิวเตอร์ยุคปัจจุบัน เพราะอุปกรณ์เล็กๆ อันนี้ช่วยให้การทำงานเราง่ายขึ้น โดยเราสามารถพกพาข้อมูลต่างๆ ไปได้ทุกที่ มีน้ำหนักเบากว่าการถือแฟ้มเป็นไหนๆ ถึงแม้มันจะมีประโยชน์ให้กับเรามากมายแต่มันก็อาจจะสร้างปัญหาให้เราอย่างมากมายเกินที่คุณจะนึกได้ นั้นคือการเผนแพร่ไวรัสผ่าน Flash Drive นั้นเอง

วิธีที่ไวรัสเข้าไปฝังตัวอยู่ใน Flash Drive ก็คือ
เมื่อเสียบ Flash Drive เข้ากับคอมพิวเตอร์ที่มีไวรัสอยู่ ไวรัสจะแพร่กระจายตัวเอง โดยการเขียนตัวเองพร้อมกับเขียนไฟล์ ที่มีชื่อว่า Autorun.int ลงบน Flash Drive ซึ่ง File นี้จะเป็นตัวบอกให้ Windows เรียกโปรแกรมทำงานอัตโนมัติและพร้อมที่จะแพร่กระจายตัวเอง เมื่อเรานำ Flash Drive ไปเสียบกับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องต่อไป

เมื่อทราบดังนี้แล้ว เราจึงควรป้องกัน Flash Drive ให้ปลอดภัยจากไวรัสได้ดังนี้
1.เปิด My Computer เข้าสู่ Flash Drive ที่ปราศจากไวรัส
2.คลิกขวาพื้นที่ว่างๆ แล้วเลือก NEW ตามต่อด้วย Folder
3.พิมพ์ชื่อ Folder ว่า Autorun.inf ขอย้ำว่าชื่อ Folder ไม่ใช่ชื่อ File ซึ่งวิธีนี้อาจทำให้ไวรัสรู้สึกหงุดหงิด เนื่องจากมันไม่สามารถสร้าง File ชื่อ autorun.inf ได้อีกต่อ

นอกจากนี้เราต้องซ่อน Folder นี้ไว้ด้วย เพื่อไม่ให้เราเผลอลบทิ้งไป ซึ่งการซ่อนมีขั้นตอนดังนี้
1.คลิกขวาที่ Folder autorun.inf แล้วเลือก Properties
2.คลิกเลือก Hidder
3.คลิกปุ่ม OK

เท่านี้ Flash Drive ของเราก็ไม่มีไวรัสมากวนใจให้เสียเครดิตเจ้าของแล้ว

:arrow: http://www.facebook.com/photo.php?fbid= ... 661&type=1

Re: เทคโนลียี ไอที อินเตอร์เนท ..... ความรู้ที่นำมาใช้งาน (ได้จริง ๆ)

โพสต์ โดย สมพิศ » 26 ก.พ. 2013, 10:15


ผมลองแล้ว .... OK ครับ :mrgreen:


ฟรี !!! อัพเดทวินโดวส์(ทุก Edition) ถูกต้อง ไม่ติด Activate 100% (ไม่ต้อง Crack)

เป็นแอพที่กำลังมาแรง มาช่วงหนึ่ง สังเกตได้จากเว็บไซท์ review ต่างๆ รวมทั้ง รายการ IT ทั่วไป


แอพวันนี้ที่นำมาแจก เป็น ฟรีแวร์ ที่ถูกต้องไม่ผิดกฎหมายครับ ไม่ต้องหายาแก้ไอ !!

และใช้ได้กับวินโดวส์ทุก Edition ตามพันทิพย์!! ใครๆ ก็อัพเดทวินโดวส์ถูกต้องได้แล้วน่ะคร้าบ

ย้ำว่าทุก Edition น่ะครับ

อ้างอิง :arrow: http://fws.cc/zoneitzeed/index.php?topic=7024.0


Download :arrow: http://download.security.baidu.co.th/PC_Faster_Setup_066.exe


Website :arrow: http://security.baidu.co.th/
แนบไฟล์
Baidu PC Faster.gif

Re: เทคโนลียี ไอที อินเตอร์เนท ..... ความรู้ที่นำมาใช้งาน (ได้จริง ๆ)

โพสต์ โดย สมพิศ » 26 ก.พ. 2013, 11:40


YouTube เดี๋ยวนี้อัพโหลดภาพยนตร์คลิปเดียวจบเรื่อง ก็เลยถือโอกาสดาวน์โหลดมาชมเสียเลย อามาเก็บไว้ใน Flash Drive แล้วเสียเข้ากับสมาร์ทีวีดูกันเพลินเลย .... ฟรี !! :lol: :lol: :lol:

โปรแกรมที่ช่วยดาวน์โหลดผมใช้ Freemake Video Downloader ครับ ของฟรีอีกเหมือนกัน :lol: :lol: :lol:


Website : http://www.freemake.com

Download : http://www.freemake.com/download?id=FreemakeVideoDownloader.exe
แนบไฟล์
Freemake Video Downloader.gif

Re: เทคโนลียี ไอที อินเตอร์เนท ..... ความรู้ที่นำมาใช้งาน (ได้จริง ๆ)

โพสต์ โดย สมพิศ » 14 เม.ย. 2013, 12:50


บางทีเราอยากดาวน์โหลดคลิปวิดีโอจาก Facebook มาเก็บไว้....ไม่ยากครับ :mrgreen:


1. เปิด Website สำหรับ Download :arrow: http://www.downvids.net

Download Facebook Videos 1.gif



2. นำ Url ของคลิปวิดีโอมาใส่ในช่องว่าง แล้วคลิก Download !

ตัวอย่าง Url :arrow: https://www.facebook.com/photo.php?v=469702623082473
Download Facebook Videos 2.gif



3. ระบบกำลังทำงาน
Download Facebook Videos 3.gif



4. คลิกเพื่อเปิดคลิปวิดีโอ
Download Facebook Videos 4.gif



5. คลิกขวา เพื่อ Save คลิปวิดีโอ
Download Facebook Videos 6.gif



6. จะได้ File.mp4 .... เปลี่ยนชื่อไฟล์เพื่อสะดวกในการค้นหา
Download Facebook Videos 7.gif



Happy :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:


Re: เทคโนลียี ไอที อินเตอร์เนท ..... ความรู้ที่นำมาใช้งาน (ได้จริง ๆ)

โพสต์ โดย สมพิศ » 17 เม.ย. 2013, 21:13


วิธีแก้ปัญหา Shockwave Flash Crashes ใน Google Chrome

ปกติ Google Chrome จะมี Flash Player ซึ่งสามารถอัพเดทเวอร์ชั่นให้เราโดยอัตโนมัติรวมอยู่ในโปรแกรมแล้ว (Build-in) ทำให้เราไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลด Flash Player แบบ Stand Alone มาติดตั้งเพิ่มเติมอีกเหมือนอย่าง IE, Firefox ฯลฯ

ดังนั้นหากคอมพิวเตอร์ของเรามีเบราว์เซอร์ติดตั้งไว้หลายตัว เช่น มีทั้ง Firefox และ Google Chrome และเราได้ติดตั้ง Flash Player สำหรับเบราว์เซอร์อื่นๆ เอาไว้ด้วย นั่นแสดงว่าใน Google Chrome จะมี Flash Player มากกว่า 1 ตัว และเมื่อ Google Chrome พยายามใช้ Flash Player มากกว่า 1 ตัวพร้อมกัน อาจทำให้เกิดความขัดแย้งซึ่งกันและกัน และเกิดปัญหา Shockwave Flash Crashes ได้

รูปภาพ
Shockwave Flash Crashes!


วิธีแก้ปัญหาสำหรับผู้เล่น Bubble Ninja ที่เกิดปัญหา Shockwave Flash Crashes!

    1. เปิด Google Chrome
    2. ที่ช่อง Address Bar ให้พิมพ์ว่า chrome://plugins แล้วกดปุ่ม Emter เพื่อเข้าไปยังหน้าปลั๊กอินของ Google Chrome

รูปภาพ


    3. มองหาปลั๊กอิน Flash ถ้ามีข้อความว่า Flash (2 files) หรือมากกว่า 2 files แสดงว่าเราได้ติดตั้ง Flash เอาไว้มากกว่า 1 เวอร์ชั่น ให้คลิกปุ่ม + รายละเอียด หรือ + Details ที่อยู่ทางด้านบนขวาของหน้าปลั๊กอิน
รูปภาพ


    4. ปิดใช้งานหรือ Disable ปลั๊กอินแฟลชที่เป็นเวอร์ชั่นสำหรับ Google Chrome (สังเกตจาก Location)
รูปภาพ


    5. ส่วนแฟลชเวอร์ชั่นอื่นๆ ที่เป็น Stand Alone เช่น Macromedia ให้เปิดใช้งานหรือ Enable เอาไว้
    6. ดาวน์โหลดแฟลช Adobe Stand Alone เวอร์ชั่นล่าสุดจาก Filehippo หรือคลิกที่นี่
    7. ปิด Google Chrome จากนั้นติดตั้งแฟลชที่ดาวน์โหลดมา
    8. เปิด Google Chrome แล้วเข้าไป ที่นี่ เพื่อทดสอบว่าการติดตั้งแฟลชเสร็จเรียบร้อยแล้ว

          You have version xx,x,xxx,xxx installed



Credits : http://bbn.ohlala.co.th/main/InfoPage.aspx?page=News&Id=519

Re: เทคโนลียี ไอที อินเตอร์เนท ..... ความรู้ที่นำมาใช้งาน (ได้จริง ๆ)

โพสต์ โดย สมพิศ » 15 พ.ย. 2013, 08:44


Microsoft ใจดีให้โหลดฟรี Internet Explorer 11 (IE 11) สำหรับ Windows 7 ทดลองแล้วเร็วดีครับ
IE 11.gif



แต่ก่อนจะ Install IE 11 ต้องลง Service Pack 1 ก่อนนะครับ

Download Service Pack 1

Download SP 1.gif




Download Internet Explorer 11 for Windows 7

Download IE 11.gif






ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน