อ่านหน่อยนะ...กับสิ่งดีๆ...คลายร้อน จากพระไพศาล วิสาโร

Moderator: Ligor007

อ่านหน่อยนะ...กับสิ่งดีๆ...คลายร้อน จากพระไพศาล วิสาโร

โพสต์ โดย louis04 » 06 มี.ค. 2009, 21:15

สุด..ได้ เลขท้าย ๓ ตัวมาจากหลวงพ่อ เลยแทงไป ๑๕ บาท ปรากฏว่าถูกเผง ได้มา ๖๐๐ บาท
เขาดีใจมาก เที่ยวอวดใครต่อใครในหมู่บ้านว่าถูกหวย แต่พอรู้ว่า คอนซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน ก็แทงหวย ๓ ตัว
ถูกเหมือนกัน แต่ได้เงินมากกว่าคือ ๒,๐๐๐ บาท เพราะแทงมากกว่า.....
สุดเลยยิ้มไม่ออก หงอยไปทั้งวัน.... แถมยังโมโหตัวเองที่แทงน้อยไป...

ใจ..ไป เที่ยวไนท์บาซ่า เห็นผ้าพื้นเมืองลายงาม ราคา ๕๐๐ บาท แต่เธอต่อได้ ๓๕๐ บาท
จึงคว้าผ้าผืนนั้นกลับโรงแรมด้วยความดีใจ แต่พอรู้ว่าไก่เพื่อนร่วมห้องก็ซื้อผ้าแบบเดียวกันมา
แต่ได้ราคาถูกกว่า คือ ๓๐๐ บาท ใจก็หุบยิ้มทันที... ไม่รู้สึกโปรดปรานผ้าของตนอีกต่อไป ...

แม้เราจะมี “โชค” หรือได้ของดีที่ถูกใจ แต่หากไปเปรียบเทียบกับของคนอื่นเมื่อใด
สุขก็อาจกลายเป็นทุกข์ทันที หากรู้ว่าคนอื่นได้มากกว่า ได้ของดีกว่า หรือได้ของที่ถูกกว่า
ส่วนของดีที่เราได้มากลับด้อยคุณค่าไปถนัดใจ....

บางครั้งอาจทำให้เราทุกข์กว่าตอนที่ยังไม่ได้ของนั้นมาด้วยซ้ำ
ที่จริงไม่ต้องไปเทียบกับของคนอื่นก็ได้
เพียงแค่เห็นของรุ่นใหม่วางขายหรือโฆษณาตามสื่อต่างๆ ก็เกิดความไม่พอใจในของเดิมที่มีอยู่ทันที
ทั้งๆ ที่มันก็ยังใช้ได้ดี ไม่มีปัญหาอะไรรบกวนใจ ยกเว้นข้อเดียวคือ มันสู้ของใหม่ที่วางขายไม่ได้
ทั้งๆ ที่มีของดีอยู่กับตัว แต่คนเราแทนที่จะพอใจกลับรู้สึกเป็นทุกข์ เพียงเพราะใจไปจดจ่ออยู่กับสิ่งดีกว่า
(หรือมากกว่า) ที่ตัวเองยังไม่มี ...

แต่เมื่อใดก็ตามที่ของชิ้นนั้นเกิดมีอันเป็นไป เช่นทำตกหล่นหรือถูกขโมยไป เราก็จะกลับ
มาเห็นคุณค่าของมัน และนึกเสียใจที่เสียมันไป จะกินจะนอนก็ยังนึกถึงมันด้วยความเสียดาย
ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นใน กรณีที่เป็นสิ่งของเท่านั้น ....
แต่ยังเกิดกับกรณีที่เป็นคนด้วย เช่น คนรัก หรือแม้แต่ พ่อ แม่ และลูก ...

ผู้คนจำนวนมากไม่เห็นคุณค่าหรือมีความสุขกับคนใกล้ชิด
เพราะไปนึกเปรียบเทียบคนอื่นว่าเขามีพ่อแม่ คนรัก หรือลูกที่ดีกว่าเรา
...แต่วันใดที่เราเสียเขาไป เราถึงจะกลับมาเห็นคุณค่าของเขา...

และเศร้าโศกเสียใจจนถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับเลยทีเดียว
เฝ้าหวนคำนึงถึงวันคืนเก่าๆ ที่เขาเคยอยู่กับเรา.....

คนเรามักทุกข์เพราะจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ยังไม่มี หรืออาลัยในสิ่งที่สูญเสียไป
พูดให้ครอบคลุมกว่านั้นก็คือ.... ทุกข์เพราะใจยังติดยึดอยู่กับอนาคตและอดีต
อนาคตและอดีตที่ว่ามิได้หมายถึง ....สิ่งดีๆ ที่ยังไม่มีหรือที่เสียไปเท่านั้น
แต่ยังรวมถึงสิ่งไม่พึงปรารถนาที่ (คาดว่า) รออยู่ข้างหน้า...
เช่นอุปสรรค และสิ่งไม่พึงปรารถนาที่พานพบ คำต่อว่า หรือการกระทำที่น่ารังเกียจ

คำตำหนิติเตียนไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหน แต่ก็ทำอะไรเราไม่ได้ หากเราไม่เก็บเอาคิดซ้ำคิดซาก
คำพูดเหล่านั้นผ่านพ้นไปนานแล้ว แต่ที่ยังบาดใจเราอยู่ก็เพราะเราไม่ยอมปล่อยวางมันต่างหาก
ยิ่งคิดคำนึงถึงมันมากเท่าไรก็ยิ่งซ้ำเติมตัวเองมากเท่านั้น....

การเอาเปรียบ กลั่นแกล้ง ทรยศ หักหลัง ก็เช่นกัน...
แม้เป็นอดีตไปนานแล้ว แต่เราก็ยังทุกข์อยู่กับเหตุการณ์ดังกล่าว ...ไม่ใช่เพราะเขายังทำเช่นนั้นกับเราอยู่
แต่เป็นเพราะเราชอบย้อนภาพอดีต กลับมาฉายซ้ำในใจอย่างไม่ยอมเลิกรา....
ย้อนแต่ละทีก็เหมือนกับกรีดแผลลงไปที่ใจ ....หยุดย้อนอดีตเมื่อใดใจก็หายเจ็บเมื่อนั้น...


อดีตเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ส่วนอนาคตยังมาไม่ถึง ...แต่จะมาถึงหรือไม่ ไม่มีใครรู้ได้
แต่บ่อยครั้งเรากลับยึดมั่นสำคัญหมายอย่างเป็นจริงเป็นจัง ว่ามันจะต้องเกิด ขึ้นแน่
เท่านั้นยังไม่พอถ้าเป็นเรื่องแง่ลบด้วยแล้ว เรามักจะวาดภาพไปในทางเลวร้าย
แล้วก็ยึดมันเอาไว้ไม่ให้คลาดไปจากใจ ทั้งๆ ที่ยิ่งคิดก็ยิ่งทุกข์....

ชายผู้หนึ่งเดินขึ้นตึกไปหาหมอ เพื่อฟังผลตรวจโรค พอหมอบอกว่า พบก้อนมะเร็ง
ระยะที่สองในปอดของเขา เขาก็ถึงกับทรุด เข่าอ่อนเดินไม่ได้ กลับถึงบ้านก็กินไม่ได้
นอนไม่หลับ ซึมไปเป็นเดือน...

ส่วนหญิงผู้หนึ่ง ป่วยกระเสาะกระแสอยู่นานหลายสัปดาห์ แล้ววันหนึ่งหมอก็บอกว่า
เธอเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายที่ตับ จะอยู่ได้ไม่เกิน ๓ เดือน ปรากฏว่าผ่านไปแค่ ๑๒ วัน เธอก็สิ้นใจ
ทั้งสองกรณีไม่ได้ทรุดฮวบเพราะโรคมะเร็งเล่นงาน ...แต่เป็นเพราะใจเสีย ทันทีที่ได้ยินข่าวร้าย
ใจก็นึกภาพอนาคตของตัวเองไปในทางเลวร้าย...ยิ่งผู้ป่วยรายที่สองด้วยแล้ว
เธอนึกไปถึงวันตายของตัวเองเลยทีเดียว...แถมยังปรุงแต่งไปในทางที่มืดมน
เท่านั้นไม่พอเธอยังหมกมุ่นกับภาพดังกล่าวไม่หยุดหย่อน ทั้งๆ ที่มันยังไม่เกิดขึ้น...
ผลก็คือถูกความทุกข์ท่วมทับจนมิอาจทานทนต่อไปได้ ....

บ่อยครั้งเราเป็นทุกข์เพราะเรื่องที่ยังมาไม่ถึง เช่น การสอบไม่ติดหรือตกงาน
โดยตัวมันเองไม่ก่อปัญหาแก่เรา มากเท่ากับใจที่ปรุงแต่งไปล่วงหน้า
ว่านับแต่นี้ไปชีวิตจะลำบากยากแค้นเพียงใด แล้วจะอยู่ดูโลกนี้ต่อไปได้อย่างไร
แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็อาจพบว่าที่แท้เราตีตนก่อนไข้ไปเอง...
เพราะปัญหาต่างๆ ที่ตามมาไม่ได้หนักหนาสาหัสอย่างที่คิด
สามารถแก้ไขให้ลุล่วงไปได้ในที่สุด ....

อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้ปรุงแต่งเหตุการณ์ที่ยังมาไม่ถึงเท่านั้น กับสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า
บางครั้งเราก็ปรุงแต่งให้เลวร้ายเกินจริง....
เช่น อยู่รีสอร์ตคนเดียวกลางดึก.... ได้ยินเสียงผิดปกติ ก็ปรุงแต่งไปทันทีว่าถูกผีหลอก
หรือไม่ก็มีคนจะมาทำร้าย ....
เห็นคู่รักกำลังคุยอย่างสนิทสนมกับชายหนุ่มในร้านอาหาร ก็คิดไปทันทีว่า เธอกำลังนอกใจ

การคิดปรุงแต่งที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงนั้น เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์....
แต่เมื่อใดที่เราหลงยึดว่ามันเป็นเรื่องจริง ....เราก็กำลังก่อทุกข์ให้กับตัวเอง
แถมยังสามารถสร้างปัญหาให้แก่คนอื่นได้ด้วย


พระไพศาล วิสาโล[/size]

Re: อ่านหน่อยนะ...กับสิ่งดีๆ...คลายร้อน จากพระไพศาล วิสาโร

โพสต์ โดย Ligor008 » 06 มี.ค. 2009, 21:37

ขอสิงห์อีกขวดครับ..เย็น ๆนะ แบบที่ไม่มีวุ้นนะ เพลงน้ำตาก้นแก้ว ผมขอนานแล้ว เมื่อไรถึงครับ...
แนบไฟล์
.jpg
.jpg (47.93 KiB) เปิดดู 472 ครั้ง

Re: อ่านหน่อยนะ...กับสิ่งดีๆ...คลายร้อน จากพระไพศาล วิสาโร

โพสต์ โดย lorgor1 » 07 มี.ค. 2009, 07:40

มีใครรู้ไหม นักร้องอ้อม สุนิสา ดังกับเพลงอะไร


Re: อ่านหน่อยนะ...กับสิ่งดีๆ...คลายร้อน จากพระไพศาล วิสาโร

โพสต์ โดย Ligor003 » 07 มี.ค. 2009, 20:15

โปรดอย่าถามว่าฉันเป็นใครเมื่อในอดีดและโปรดอย่าถามว่าอดีดฉันเคยรักใครรู้ไว้อย่างเดียวเดียวนี้รักเธอและรักตลอดไปรักมาแค่ใหนกำหนดวัดได้เท่าดวงใจฉัน โปรดอย่าถามว่าฉันจะรักเธอนานเท่าใดฉันตอบไม่ได้ว่าฉันจะรักชั่วกาลนิรันเพราะชีวิตฉันคงไม่ยืนยาวไปถึงปานนั้นรู้แต่เพียงฉันหมดสิ้นรักเธอเมื่อฉันหมดลม

Re: อ่านหน่อยนะ...กับสิ่งดีๆ...คลายร้อน จากพระไพศาล วิสาโร

โพสต์ โดย Ligor003 » 07 มี.ค. 2009, 20:40

แสบพี่แสบหัวใจใยน้องจึงไม่รู้สึกหรือใจดำเป็นหมึกจึงไม่นึกถึงคนเฝ้ามอง ยิงพี่เสียให้
พลุนเอาซิแม่คุณพี่แอ่นอกให้ปล่อยเอาไว้ทำไม่เพราะหัวใจแหลกแล้วทุกห้องพี่ไม่ใช่รองเท้าเห็นว่าเก่าจึงทิ้งถอดซอง


Re: อ่านหน่อยนะ...กับสิ่งดีๆ...คลายร้อน จากพระไพศาล วิสาโร

โพสต์ โดย Ligor008 » 07 มี.ค. 2009, 21:43

:lol: :lol: ขอโทษนะจ๊ะ 4 ทุ่ม แล้ว ligor005 ต้องกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เข้าเวรครับ เพลงที่ขอไว้ บาย ได้เลยครับ :lol: :lol:
แนบไฟล์
GetAttachmentCA2II07E.jpg
GetAttachmentCA2II07E.jpg (29.5 KiB) เปิดดู 353 ครั้ง

Re: อ่านหน่อยนะ...กับสิ่งดีๆ...คลายร้อน จากพระไพศาล วิสาโร

โพสต์ โดย Ligor003 » 08 มี.ค. 2009, 02:58

สติไม่ดี
อาจารย์สอบถามนักศึกษาหนุ่มปีที่8
หนึ่งซึ่งกำลังจะเรียนจบในเทอมสุดท้ายพอดี
จบแล้วเธอจะไปทำอะไรละ
ผมอยากเป็นอาจารย์ครับ หนุ่มตอบอย่างหนักแน่น
เหรอ อาจารย์หัวเราะ อย่างเธอเนี่ยนะ เธอสติดีหรือเปล่า
ทำไมหรือครับ หนุ่มหน้าเสีย
จะเป็นอาจารย์ต้องสติไม่ดีด้วยหรือครับ

Re: อ่านหน่อยนะ...กับสิ่งดีๆ...คลายร้อน จากพระไพศาล วิสาโร

โพสต์ โดย Ligor008 » 13 มี.ค. 2009, 09:13

:?: :?: ทราบใหมครับ คนจนกับคนรวย ต่างกันอย่างไร ? :?: :?:

:o :o ถ้าท่านใด ยังไม่ทราบ ประเดี๋ยว จะมีคนเฉลยครับ โปรดรอสักครู่ :lol: :lol:


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน